ยุคของทรัมป์มีความหมายอย่างไรต่อวงการเทคโนโลยี ?

นายโดนัลด์ ทรัมป์ Image copyright Getty Images

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ กำลังจะทำให้โลกและอเมริกาผ่านเข้าสู่ยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงในหลากหลายด้าน แม้แต่แวดวงเทคโนโลยีของสหรัฐฯเองก็ยังพากันตื่นตัวทั้งคาดเดากันเป็นการใหญ่ว่า จะได้รับผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์อย่างไร แตกต่างจากยุคแห่งการส่งเสริมนวัตกรรมของโอบามาหรือไม่ ? โดยมูลนิธิเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารและนวัตกรรม (ITIF) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรของสหรัฐฯ ได้จัดทำรายงานคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ดังนี้

การเข้ารหัสข้อมูลและนโยบายความเป็นส่วนตัว

หลายคนคงยังจำกันได้ถึงกรณีที่บริษัทแอปเปิลมีความขัดแย้งกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) เรื่องที่ทางการขอให้แอปเปิลปลดล็อกรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงข้อมูลในมือถือของคนร้ายก่อเหตุกราดยิงที่เมืองซานเบอร์นาดิโน แต่แอปเปิลยืนกรานจะรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าไว้อย่างถึงที่สุด

คำบรรยายภาพ ทรัมป์เลือกให้ความสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยของชาติ มากกว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อุปกรณ์สื่อสาร

ในเรื่องนี้ ทรัมป์ได้กล่าวแสดงความเห็นระหว่างหาเสียง โดยโจมตีแอปเปิลอย่างรุนแรง ทั้งเรียกร้องให้คว่ำบาตรสินค้าแอปเปิลจนกว่าจะยอมให้ความช่วยเหลือทางการ ซึ่งเป็นการแสดงอย่างชัดเจนว่า ทรัมป์เลือกให้ความสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยของชาติ มากกว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อุปกรณ์สื่อสาร และในอีกวาระหนึ่งเขายังเคยกล่าวสนับสนุนให้มีการดักฟังโทรศัพท์ โดยถือว่าในกรณีที่ต้องต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายที่จ้องทำลายสหรัฐฯ แล้ว ความมั่นคงของชาติต้องมาก่อนและสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด

การจ้างงานคนต่างชาติในซิลิคอนวัลเลย์

ในการโต้วาทีระหว่างผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้วิจารณ์การออกวีซ่าประเภท H-1B ซึ่งนายจ้างสามารถขอให้แรงงานต่างชาติมีสถานะการพำนักชั่วคราวในสหรัฐฯได้ แต่บ่อยครั้งนายจ้างหัวใสมีการขอต่ออายุวีซ่าดังกล่าวออกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีกำหนด ทำให้เป็นช่องทางในการแสวงหาแรงงานราคาถูกจากต่างชาติมาแทนที่แรงงานอเมริกันภายในประเทศอย่างถาวร เช่นกรณีที่เกิดขึ้นในดิสนีย์แลนด์ รัฐฟลอริดา ซึ่งพนักงานชาวอเมริกันถูกบังคับให้ฝึกแรงงานต่างชาติให้มาทำงานแทนที่ตนเอง ทรัมป์ลงความเห็นว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งและต้องยกเลิกการออกวีซ่า H-1B เสีย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายซันดาร์ พิชัย เกิดที่อินเดีย ทำงานที่กูเกิ้ล จนได้เป็นผู้บริหารระดับสูง

แม้ดูเหมือนว่าแนวคิดของทรัมป์จะเป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีในซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งเปิดรับผู้มีความสามารถจากทั่วโลก แต่สำหรับกรณีแรงงานที่มีทักษะฝีมือในระดับสูงแล้ว คาดว่าทรัมป์จะให้การสนับสนุนและยกเอากลุ่มนี้ไว้เป็นกรณีพิเศษ โดยอาจมีการยกเลิกหรือปรับปรุงเงื่อนไขของวีซ่า H-1B เสียใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่แรงงานไร้ฝีมือราคาถูกจากต่างประเทศจะหลั่งไหลกันเข้ามาแย่งตำแหน่งงานของคนอเมริกันอีกต่อไป

ความพร้อมของสหรัฐฯในการทำสงครามไซเบอร์

บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยี ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช ได้เคยทำนายไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ในระหว่าง 100 วันแรกที่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทรัมป์ไม่เคยแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในเรื่องการรับมือกับภัยทางไซเบอร์จากจีน รัสเซีย หรือกลุ่มก่อการร้ายต่าง ๆ มาก่อน ทั้งยังแสดงท่าทีลังเลที่จะกล่าวโทษรัสเซีย หลังผลสอบสวนของเอฟบีไอชี้ว่า การประชุมระดับชาติของพรรคเดโมแครตที่กำหนดชะตากรรมทางการเมืองของตัวเขาเองนั้น ถูกเจาะล้วงแทรกแซงโดยแฮกเกอร์รัสเซีย

Image copyright Thinkstock

โดยทั่วไปแล้ว ความเห็นของทรัมป์ในเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์ และการบริหารควบคุมอินเตอร์เน็ตอย่างเป็นธรรมนั้น แสดงถึงการที่เขาเป็นคนแก่อายุมากที่ไม่สู้จะรู้เรื่องของเทคโนโลยีเท่าใดนัก แม้เขาจะย้ำในการหาเสียงบ่อยครั้งว่า จะต้องยกเครื่องเรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ

ความสัมพันธ์กับธุรกิจยักษ์ใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยี

ทรัมป์ดูจะให้ความสนใจกับประเด็นทางธุรกิจของยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีสื่อสารและพลังงานอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่บริษัทเอทีแอนด์ทีจะเข้าซื้อกิจการของไทม์ วอร์เนอร์ ซึ่งรวมเอาสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เอชบีโอ และค่ายภาพยนตร์วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เอาไว้ด้วย โดยเขาคัดค้านการทำข้อตกลงซื้อขายกิจการดังกล่าว ทั้งเรียกข้อตกลงนี้ว่า "ไม่เป็นประชาธิปไตย" เพราะเท่ากับรวมเอาพลังอำนาจของสื่อหลายสำนักไว้ในมือของคนไม่กี่คน ทรัมป์ยังให้คำมั่นว่ารัฐบาลของเขาจะไม่ยอมอนุมัติข้อตกลงซื้อขายกิจการนี้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แอนเดอร์สัน คูเปอร์ จากซีเอ็นเอ็น ซึ่งในภายหน้าจะถูกซื้อโดยบริษัทเอทีแอนด์ที

ในด้านเทคโนโลยีพลังงาน ทรัมป์มีนโยบายมุ่งส่งเสริมพลังงานแบบดั้งเดิม โดยประกาศจะนำพลังงานจากน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินที่ยังไม่ได้มีการขุดเจาะในสหรัฐฯขึ้นมาทำเงิน โดยไม่ให้ความสนใจกับพลังงานทางเลือกและปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องโกหกอย่างสิ้นเชิง ทำให้มีความเสี่ยงว่ากิจการของบริษัทนวัตกรรมด้านพลังงานอย่างเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์พลังไฟฟ้า จะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านภาษีจากรัฐอีกต่อไปและส่งผลกระทบต่อยอดขาย

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอดูกันต่อไปว่า ทรัมป์จะยึดมั่นกับแนวนโยบายด้านเทคโนโลยีที่เคยพูดไว้แค่ไหน เพราะในความเป็นจริงแล้ว เขาจะไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจของอเมริกากระเตื้องขึ้นมาได้ หากยังมีนโยบายที่ฉุดรั้งภาคธุรกิจและขัดขวางผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศที่เป็นผู้สร้างงานและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่เช่นนี้ หลายฝ่ายในแวดวงเทคโนโลยีได้แต่หวังว่า ตัวตนและความคิดของทรัมป์ในระหว่างการหาเสียง กับตอนที่ได้นั่งตำแหน่งผู้นำจริง ๆ นั้นจะแตกต่างกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม