เพิ่มเติม : แรงงานเมียนมา "ของตาย" ของ ข้าราชการขี้ฉ้อ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
คดีฆาตกรรมเกาะเต่าที่มีแรงงานเมียนมาเป็นจำเลย ได้สร้างการตอกย้ำอคติต่อแรงงานต่างชาติ

คดีฆาตกรรมบนเกาะเต่าและ จ.ระนองที่มีแรงงานเมียนมาเป็นจำเลย ได้ตอกย้ำอคติต่อแรงงานต่างชาติ เพิ่มความเสี่ยงในการตกเป็น "เป้าหมาย" ของผู้รักษากฎหมายบางคนใช้หาประโยชน์เข้าตัว จนชาวเมียนมาจำนวนหนึ่งอยากเดินทางกลับประเทศ

นายปาย เป็นหนึ่งในชาวเมียนมากว่าแสนคนที่อพยพเข้ามาทำงานใน จ.ระนอง หนึ่งในจังหวัดซึ่งมีอัตราส่วนแรงงานต่างด้าวต่อประชากรไทยมากที่สุดในประเทศ ด้วยอายุเพียง 25 ปี เขามีอาชีพการงานที่มั่นคง โดยทำงานเป็นล่ามแปลภาษาเมียนมา ไทย และอังกฤษ แต่ในปีนี้ ความฝันของเขาที่เหมือนกับชาวเมียนมาหลาย ๆ คนที่เข้าประเทศไทยเพื่อหารายได้ที่สูง ๆ ก่อนกลับประเทศอาจสลายไป เมื่อคนในชุมชนของเขาตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม น.ส.อรวี สำเภาทอง หรือน้องแอปเปิ้ล นักเรียนหญิงอายุ 17 ปีที่ถูกคนร้ายใช้มีดแทงถึง 17 แผล จนเสียชีวิต เมื่อเดือนกันยายน 2558

ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา 4 คน เป็นแรงงานเมียนมาทั้งหมด ซึ่งภายหลังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าสาเหตุที่ยอมรับสารภาพแต่แรกเพราะถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่และทำร้ายร่างกาย

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ บ้านพักและชุมชนของชาวเมียนมากลายเป็นเป้าหมายที่มักจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจค้น

"ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวเรา ทุกวันนี้ตำรวจคุกคามบ้านเมียนมา โดยไม่เลือกเวลา เข้าไปหมดเลย บางทีก็โดนยัดยา" นายปาย ผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ-นามสกุลจริง กล่าวกับบีบีซีไทย

ในปีนี้ นายปายตั้งใจไว้ว่าจะหาโอกาสช่วงวันหยุดยาวกลับเมียนมาเพื่อหางานไว้ก่อน เนื่องจากได้รับข่าวจากครอบครัวว่าบ้านเกิดเมืองนอนของเขาเริ่มพัฒนามีนักธุรกิจไทยไปเปิดโรงแรมและต้องการคนที่พูดภาษาไทยได้ โดยจะกลับไปพร้อมภรรยาและลูกสาวอายุเก้าเดือน หากได้งานที่มั่นคงและเงินเดือนไม่น้อยเกินไป ถึงแม้ว่าอาจไม่ถึง 10,000 บาทก็ตาม ซึ่งน้อยกว่ารายได้ปัจจุบันที่ได้รับ 13,000 บาท

ความหวาดกลัวของคนในชุมชนเริ่มมีมากขึ้นหลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิต 2 แรงงานชาวเมียนมาในคดีฆ่าข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้ชาวเมียนมาทั้งในและต่างประเทศชุมนุมประท้วงเพื่อคัดค้านคำพิพากษา

"เมื่อ [แรงงานเมียนมาที่] เกาะเต่าถูกจับและศาลตัดสินประหารชีวิต ก็เริ่มเห็นว่าความยุติธรรมไม่มีสำหรับคนเมียนมา ผมเห็นว่าคนไทยและคนเมียนมาไม่เท่าเทียม" นายปายกล่าว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ บรรยากาศชุมชนชาวเมียนมาที่ จ.ระนอง โดยแรงงานชาวเมียนมาเผยว่าทางตำรวจมักเข้าค้นบ้านพักของพวกเขาโดยไม่มีหมาย

เช่นเดียวกันกับนางอิอิโม แม่ของนายโมซินอาว หนึ่งในจำเลยชาวเมียนมา ซึ่งถูกจับกุมสามสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรมที่ จ.ระนอง โดยตำรวจได้พานายโมซินอาวไปที่บ้านเพื่อค้นหามีด โดยนางอิอิโมกล่าวกับบีบีซีไทยผ่านล่ามว่า ตำรวจเข้ามาค้นที่บ้านของเธอยามวิกาลโดยไม่มีหมายใด ๆ ทั้งสิ้น และหยิบมีดออกมาจากตะกร้ามีด

"กลัวมาก ๆ ตอนนี้ก็ยังกลัวตำรวจมาคุกคามและฆ่าทิ้ง" นางอิอิโมกล่าว และเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ตนรอลูกได้รับการปล่อยตัวแล้วจะเตรียมกลับเมียนมาทันที "เงินเดือนคงน้อยกว่าไทยมาก แต่ไม่มีทางเลือก ในเมื่อมันไม่ปลอดภัย"

พ.ต.อ. สมคะเน โพธิ์ศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าตำรวจมีการคุกคามแรงงานต่างด้าว พร้อมกล่าวว่า กระบวนการสอบสวนจำเลยทั้ง 4 คนเป็นไปอย่างถูกต้อง และไม่มีการซ้อมทรมานอย่างที่จำเลยกล่าวอ้างมา

จับง่าย ไถคล่อง

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ แรงงานชาวเมียนมาหลายคนเริ่มคิดที่จะย้ายกลับไปยังประเทศของตัวเอง เนื่องจากเกรงจะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีต่าง ๆ

ด้าน นางซันดาเต็ง แรงงานเมียนมาที่ทำงานในไทยกว่า 22 ปี กล่าวว่า เมื่อแปดปีที่แล้วเธอถูกบังคับให้ออกจากงานที่โรงงานแกะกุ้ง เนื่องจากโรงงานไม่รับพนักงานที่อายุมากกว่า 40 ปี ปัจจุบันเธอทำงานเป็นแม่บ้านที่จังหวัดระนอง โดยมีรายได้เฉลี่ย 250-300 บาทต่อวัน

เธอมีความคิดที่จะกลับบ้านในปีหน้าเนื่องจากหนังสือเดินทางหมดอายุ โดยที่เธอกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะกลับไปอยู่อย่างถาวรหรือไม่ โดยอาจหาอาชีพขายของที่นั่น

"สงสารคนเมียนมาด้วยกัน ถูกจับไปเป็นแพะ บางคนตำรวจก็มีมาหาเรื่อง เช่น พอไม่มีบัตร ก็มาขอตังค์ แต่เราก็ช่วยอะไรไม่ได้ อยู่ที่นี่ไม่สบายใจ ที่สบายใจมีอยู่อย่างเดียว คือหาตังค์ง่าย" นางซันดาเต็งกล่าว และเพิ่มเติมว่า คนเมียนมาหลายคนอยากกลับบ้าน แต่ไม่สามารถกลับได้เนื่องจากไม่มีงานทำที่นั่น

นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าวว่า มูลนิธิได้รับข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐที่รู้ช่องทางเอาเปรียบแรงงาน เช่น เข้าไปในห้องของแรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และไปยัดหวยเถื่อน ยาบ้า หรือกัญชา และเรียกรับเงิน

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลายเป็นของแสลงสำหรับแรงงานชาวเมียนมาในไทย

"อย่างบางทีแรงงานเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ในสมุดพก ตำรวจก็อ้างว่าเป็นหวยเถื่อน เป็นเงื่อนไขในการเรียกรับผลประโยชน์ หรือบางทีอาศัยความไม่รู้ของแรงงาน มีบัตรครบทุกอย่าง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ายังขาด" นายสมพงค์กล่าว "แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องทนอยู่ เนื่องจากความต้องการหลักๆ เขา คือ เรื่องรายได้"

นายสมพงค์กล่าวเกี่ยวกับคดีที่ จ.ระนองและเกาะเต่าที่มีการจับผู้ต้องหาเป็นคนเมียนมาว่า แรงงานส่วนหนึ่งอาจจะมีการเสพข้อมูลโดยไม่ได้กลั่นกรอง เนื่องจากปัจจุบันชาวเมียนมาในไทยสามารถเข้าถึงเฟซบุ๊กและไลน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งบางทีการเสพข้อมูลโดยคนที่สื่อสารออกไปยังไม่เข้าใจชัดเจนตรงกัน ก็อาจมีปัญหา

"อย่างคดีเกาะเต่า เดี๋ยวเขาจะถูกประหารแล้ว ก็มีการประท้วง เราต้องทำความเข้าใจว่ากระบวนกฎหมายของไทยมีหลายขั้นตอน และเนื่องจากแรงานเองอาจไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ก็จะกลายเป็นอาการเหมารวม และไม่เกิดผลดี" นายสมพงค์กล่าว

พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การเรียกรับผลประโยชน์เป็นสิ่งที่ผิด ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจริงและมีหลักฐานชัดเจน ทาง สตช. จะดำเนินคดีอยู่แล้ว แต่ต้องดูว่าแรงงานต่างด้าวผิดตั้งแต่ต้นหรือไม่

"เสี่ยงถูกจับเป็นแพะ"

Image copyright CHRISTOPHE ARCHAMBAULT/AFP
คำบรรยายภาพ นายอานดี้ ฮอลล์ นักสิทธิแรงงาน เชื่อว่าการทุจริตโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นส่วนหนึ่งทำให้แรงงานต่างด้าวต้องตกเป็นเป้าในการรีดไถ่

แม้ว่าในจังหวัดระนองมีองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิของแรงงานต่างด้าว เช่น ศูนย์สังคมพัฒนามูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน แต่การทำงานขององค์กรเหล่านี้ก็ไม่สามารถเข้าถึงชาวเมียนมาทั้งหมดได้

นายอานดี้ ฮอลล์ ที่ปรึกษาระหว่างประเทศของเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ หรือ MWRN กล่าวว่า แรงงานต่างด้าวมีปัญหาในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากมีองค์กรที่ช่วยเหลือน้อย ล่ามไม่เพียงพอ และมีการทุจริตโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้แรงงานเสี่ยงถูกจับเป็นแพะ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง

"ตำรวจก็รีดไถเขา ถ้าหาเงินได้ก็ถูกปล่อย มีส่วนน้อยมากที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และองค์กรที่ช่วยเหลือไม่เยอะ" นายฮอลล์กล่าว "เขาสู้ไม่ได้ ป้องกันตัวเองก็ไม่ได้ และไม่มีเส้นสายด้วย คนไทยสามารถใช้เส้นสายเพื่อหาทางออกได้"

Image copyright NICOLAS ASFOURI/AFP
คำบรรยายภาพ นายเวพิว หรือวิน และนายซอ ลิน หรือโซเรน สองแรงงานชาวเมียนมาที่ตกเป็นจำเลยในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ซึ่งแรงงานชาวเมียนมาส่วนใหญ่เชื่อว่าทั้งสองคนเป็นแพะ

นอกจากนี้ MWRN ยังช่วยระดมทุนเพื่อช่วยค่าใช้จ่ายให้จำเลยในคดีเกาะเต่า และนายฮอลล์เองก็เป็นที่ปรึกษาของทนายฝั่งจำเลย โดยนายฮอลล์กล่าวว่า คนเมียนมาไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย เนื่องจากพวกเขาคิดว่ากระบวนการตรวจสอบหาหลักฐานในคดีเกาะเต่าไม่ครบถ้วน และจำเลยทั้งสอง คือ นายเวพิว หรือวิน และนายซอ ลิน หรือโซเรน ไม่ใช่ฆาตกรที่แท้จริง

แรงดึงกลับ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ สะพาานปลา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ทำงานของชาวเมียนมา เหตุเพราะว่าเป็นงานที่คนไทยไม่ทำ

การเดินทางจากเมียนมามายัง จ.ระนองทำได้โดยนั่งเรือหางยาวมาลงที่ท่าเรือสะพานปลาที่ อ.เมือง ซึ่งใช้เวลา 45 นาที หรือข้ามเรือผ่านด่านแนวเขตธรรมชาติแถว อ.ละอุ่น กับ อ.กระบุรี ซึ่งใช้เวลาเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น

การเดินทางที่ง่ายและรวดเร็วทำให้ จ.ระนองเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีสัดส่วนแรงงานต่างด้าวต่อประชากรมากที่สุดในประเทศไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดระนอง ณ เดือนมีนาคม 2560 ระบุว่า มีจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานในพื้นที่จังหวัดทั้งหมด 64,544 คน ซึ่งถือเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งจังหวัด โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่ได้รับผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี คือ หลบหนีเข้ามา และอนุญาตให้จดทะเบียน

โดยปัจจุบันเมื่อวัดจากการขอโควต้าแรงงานต่างด้าวจากภาคเอกชน มีการขาดแคลนแรงงานกว่า 13,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานด้านการเกษตร

นายสุรนารถ จิตต์เอื้อเฟื้อ แรงงานจังหวัดระนอง กล่าวว่า การขาดแคลนแรงงานของจังหวัดมีอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปเมืองอื่น เช่น แม่กลอง มหาชัย หรือภูเก็ต ที่แรงงานก่อสร้างได้ค่าจ้างวันละ 350-400 บาท ส่งผลทำให้ภาคประมงและการเกษตรกระทบมากที่สุด เนื่องจากเป็นงานที่คนไทยไม่ทำ แต่ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ชาวเมียนมาอาจทยอยกลับประเทศ เนื่องจากเมียนมามีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปมากขึ้น ส่งผลให้การจ้างงานมากขึ้น

Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ โดยสาเหตุที่คนไทยไม่ทำงานที่สะพานปลา เพราะว่าได้เงินตอบแทนน้อยและก็ต้องทนกับกลิ่นเหม็น

อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลทำให้แรงงานต่างด้าวขาดแคลน คือ ระเบียบใหม่เกี่ยวกับการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในไทย ที่บังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์หรือการหลอกลวงคนมาทำงาน โดยนายไพบูรณ์ วังสนตระกูล จัดหางานจังหวัดระนอง กล่าวว่า แนวปฏิบัติดังกล่าวได้เพิ่มค่าใช้จ่ายสำหรับบริษัท โดยบริษัทจัดหางานต้องจดทะเบียนด้วยเงิน 1 ล้านบาท และต้องวางหลักประกันห้าล้านบาทเป็นค่าประกันการใช้จ่าย กรณีที่นายจ้างนำเข้าแรงงานเองโดยไม่ผ่านบริษัทจัดหางานก็ทำได้ แต่ต้องวางหลักประกันแรงงานเป็นเงินจำนวน 1,000 บาทต่อคน

นายไพบูรณ์กล่าวว่า หลังจากระเบียบนี้ถูกบังคับใช้ ไม่มีแรงงานที่ถูกนำเข้ามาตามระเบียบนี้เลย เนื่องจากใช้ระยะเวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนในแง่ของการกลับประเทศ ตนคิดว่าหากวันหนึ่งทวายเปิดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ อาจมีผลกระทบพอสมควร ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับค่าแรงของประเทศไทย

"เรื่องปากท้องสำคัญกว่า เขา [แรงงานเมียนมา] บอกผมว่าถ้าไม่ทำงาน กลับบ้านไปก็อดตาย แต่ถ้าวันใดบ้านเขามีที่ ๆ หารายได้อย่างพอเพียง เขาคงกลับ ส่วนเรื่องคดี [ที่มีการจับผู้ต้องหาชาวเมียนมา] มันมีความรู้สึกบ้างในแต่ละคน แต่ค่อนข้างน้อย" นายไพบูรณ์กล่าว