วาทะเด็ด-เด่น-ดับ แห่งปี 2560

5 บุคคลเจ้าของวรรคทองแห่งปี Image copyright AFP/Getty Images/สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ

"คำพูดหากยังไม่พูดออกไป เราเป็นนายมัน แต่ถ้าพูดออกไปแล้ว มันก็เป็นนายเรา" คำกล่าวของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังเป็นสัจธรรมเสมอ ตลอดปี 2560 บางคำของผู้นำทางการเมืองได้กำหนดวาระการเมืองไทย... ขณะที่บางคำได้นำผู้พูดบางคนพบกับจุดตกอับ... บางคำมั่นสัญญาถูกฉีกด้วยการกระทำที่สวนทางกับคำพูด

บีบีซีไทยคัดเลือก "วาทะเด็ด-เด่น-ดับ" ของบรรดาผู้นำทางการเมืองตลอดปีที่ผ่านมา มาบันทึกไว้ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง!

พี่ป้อม ซ่อมไม่ตาย

Image copyright AFP/Getty Images

วาทะนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปริศนาการเสียชีวิตของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เมื่อ 17 ต.ค. 2560 เนื่องจากครอบครัวนำร่างไปให้แพทย์ชันสูตรแล้วพบว่าอวัยวะภายในหายไป อีกทั้งยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นเพราะ โดน "ซ่อม" หรือที่ภาษาในแวดวงทหารเรียกว่า "การธำรงวินัย" หรือไม่

หลังผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวแสดงความเห็นใจต่อครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุตรชายเพียงคนเดียวไป และยืนยันว่าน้องเมยเสียชีวิตเพราะปัญหาสุขภาพ ไม่ใช่โดน "ซ่อม" นอกจากนี้ยังบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวสมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 6 ว่าเคยโดน "ซ่อม" เหมือนกัน เช่น วิดพื้น วิ่ง สก็อตจั๊มพ์

แต่เมื่อสื่อมวลชนตั้งคำถามต่อไปว่าหากการ "ซ่อม" เกินกำลังที่คนจะรับได้จะทำอย่างไร คำตอบของ พล.อ.ประวิตรคือ "ผมก็เคย ผมก็สลบ... แต่ผมมันไม่ตายไง"ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ พล.อ.ประวิตรบอกว่า "ก็ไม่ต้องเข้ามาเรียน ไม่ต้องมาเป็นทหาร เราเอาคนที่เต็มใจ"

สิ้นเสียงให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ถึงขั้นตั้งฉายาว่า "พี่ป้อม ซ่อมไม่ตาย" ร้อนถึงนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้โฆษกรัฐบาลเปิดแถลงข่าวในวันที่ 24 พ.ย. 2560 โดยอ้างถึงคำพูดนายกฯ ที่ว่า "ขอโทษแทนผู้เกี่ยวข้องหากทำให้ประชาชนไม่สบายใจ" ก่อนที่ค่ำวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตรจะยุติทุกดรามาด้วยการระบุว่า "คำพูดของผมที่กระทบกระเทือนครอบครัวน้องเมย ต้องขอโทษด้วย"

บิ๊กป๊อก "ทำหมัน" โลกต้องรู้

Image copyright สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

พี่รองสาย "บูรพาพยัคฆ์" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นอีกคนที่โดนมรสุมข่าวลือ-ข่าวลบในโลกออนไลน์ หลังนักวิชาการรายหนึ่งโพสต์บรรยายประวัติของ พล.อนุพงษ์ ในทำนองว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตนักข่าวสาวถึงขั้นมีลูกเล็กด้วยกัน

ทำให้ มท.1 ต้องชิง ดับข่าวฉาว ประกาศกลางวงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 7 พ.ย. 2560 ว่า "ทำหมันแล้ว" พร้อมยืนยันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวมีความสัมพันธ์กับสุภาพสตรีคนดังกล่าว ส่วนเหตุที่ต้องออกมาชี้แจงเพราะไม่ต้องการให้ตัวเองเสียหาย และสุภาพสตรีที่ไม่ทราบว่าเป็นภรรยาใครก็จะเสียหายไปด้วย

พล.อนุพงษ์มิวายบ่น "สงสารเด็กที่ต้องโตมาแล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าเป็นญาติพวกคุณโดนกล่าวหาไปเป็นลูกใคร เมียใคร มันก็ไม่เป็นธรรมกับสุภาพสตรี"

ประยุทธ์รักทุกคน-สัญญาปีหน้าเป็นนายกฯ อารมณ์ดี

Image copyright AFP/Getty Images

ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พยายามลดความแข็งกร้าวแบบผู้นำทหาร คอยหยอดคำหวานใส่ประชาชน และถึงขั้นเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยบอก "รักนะ" กันและกัน

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2560 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" เชิญชวนคนไทยร่วมรณรงค์ "ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว" ในเดือน พ.ย. ด้วยการพูดดีทำดีต่อกันในครอบครัว โดยแนะให้ใช้เหตุผลเหนืออารมณ์

"นอกจาก 'อวัจนภาษา' เช่น การกอด หอม แสดงความรักต่าง ๆ แล้ว 'วัจนภาษา' หรือคำพูดดี ๆ สำหรับคนในครอบครัว เช่น เหนื่อยไหม รักนะ… อย่าใช้อารมณ์ใส่กัน ล้วนช่วยสร้างกำลังใจ และเป็นพลังให้กับทุกคนในครอบครัวนะครับ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เมื่อย้อนดูวาทะผู้นำในระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงการประชุม ครม.สัญจร จะพบการส่ง ลูกอ้อนเอาใจแม่ยกอย่างต่อเนื่อง อาทิ ระหว่างลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เมื่อ 21 มิ.ย. 2560 พล.อ.ประยุทธ์บอกว่ารัฐบาลของเขา "ใจดีที่สุดในโลก" เพราะทำทุกอย่างเพื่อคนไทยทุกคน พร้อมขอร้องว่าอย่ารังเกียจทหาร "ผมเป็นนายกฯ มา 3 ปีแก่หง่อมเลย ไม่ต้องรักผม แต่รักประเทศชาติ รักผมน้อย ๆ แต่รักนาน ๆ"

ส่วนระหว่างไปประชุม ครม.สัญจรที่ จ.นครราชสีมา 21-22 ส.ค. 2560 พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าตัวเองเป็นลูกอีสาน-หลานย่าโม เพราะเกิดในค่ายทหาร ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา และมิลืมเว้าอีสานกับประชาชนเป็นการส่งท้ายว่า "คิดถึงกันบ้างเด้อ"

ต่อมาเมื่อลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 19 ก.ย. 2560 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่าวันนี้อาจอารมณ์เสียนิดหนึ่งกับคำถามของสื่อ แต่พอเห็นรอยยิ้มจากประชาชน ก็มีกำลังใจ "ผมไม่ท้อ เพราะทุกคนเป็นกำลังใจให้ แม้จะมีคนเกลียดบ้างก็ตาม แต่ผมก็รักทุกคน"

ขณะที่การลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ วันที่ 13 ธ.ค. 2560 มีประชาชนไปรอต้อนรับตลอด 2 ข้างทาง พร้อมส่งเสียงเชียร์ให้เป็นนายกฯ ต่ออีก 10 ปี นอกจากโบกมือทักทาย พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า "อยากมาด้วยใจ เพราะคิดถึง" พร้อมกับประชาชนว่าจะทำให้ลืมตาอ้าปากได้ ก่อนหันไปสอบถามชาวบ้านว่า "เชื่อใจผมหรือไม่"เมื่อมีเสียงตอบรับว่า "เชื่อใจ" พล.อ.ประยุทธ์ก็กล่าวเสริมว่า "เชื่อจริง ๆ นะ อย่าหลอกนะ รักน้อย ๆ รักนาน ๆ รักมากเดี๋ยวหายหมด"

ทว่า 3 วัน หลังบอกประชาชนให้ "อย่าใช้อารมณ์ใส่กัน" อาการ "ตวาดลั่น" ส่งท้ายปี ก็เกิดขึ้นเมื่อ 27 พ.ย. 2560 โดย พล.อ.ประยุทธ์ส่งเสียงเอ็ดนายภรันยู เจริญ อายุ 34 ปี อาชีพประกอบธุรกิจประมงใน จ.ปัตตานี หลังเข้าร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนในการทำประมง ทันใดนั้นทุกคนต้องตกตะลึง เมื่อนายกรัฐมนตรีตอบกลับด้วยน้ำเสียงดังผ่านไมโครโฟน "อย่ามาทำเสียงกับผม เข้าใจหรือเปล่า ผมฟังคุณอยู่ พูดดี ๆ ก็ได้"ก่อนคืนไมค์เจ้าหน้าที่แล้วออกจากบริเวณงานในที่สุด

วันรุ่งขึ้น ทีมงานนายกฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุ "ผมเสียใจ" เพื่อแสดงความขอโทษชาวประมงที่ถูกตะคอกใส่

ส่วนการประชุม ครม.สัญจรนัดส่งท้ายปีที่ จ.สุโขทัย 26 ธ.ค. 2560 พล.อ.ประยุทธ์ให้คำมั่นสัญญาว่าปี 2561 จะเป็นนายกฯ ที่อารมณ์ดีตลอดเวลา ถึงแม้ว่าพยายามจะทำให้ผมหงุดหงิดก็ตาม ผมจะไม่หงุดหงิดตามอีกแล้ว"

ยิ่งลักษณ์ขอพึ่งศาล แต่หนีศาลไร้ร่องรอย

Image copyright Getty Images

นี่เป็นคำรำพึงรำพันครั้งท้าย ๆ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ตกเป็นจำเลยคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในระหว่างแถลงปิดคดีด้วยวาจาเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2560 เธอใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็มในการอ่านถ้อยแถลงที่เตรียมมา 19 หน้ากระดาษเอสี่ ต่อหน้าผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เธอเริ่มต้นด้วยการ "ขอกล่าวอย่างหมดใจว่าถูกดำเนินคดีไม่เป็นธรรม" และตลอดการไต่สวน 26 นัด ในเวลา 1 ปี 6 เดือน ไม่เคยขาดนัดพิจารณาคดีของศาลแม้แต่ครั้งเดียว เพราะ "มั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา" ก่อนลงมือแก้ข้อกล่าวหา 6 ประเด็นหลัก สลับกับตัดพ้อในโชคชะตาของตัวเองเป็นระยะ ๆ เช่น "คงไม่มีใครที่ต้องรับชะตากรรมที่หนักหนา และไม่เป็นธรรมมากเท่ากับดิฉันอีกแล้ว"

นอกจากนี้ในช่วงท้าย ๆ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงกับสะอื้นและน้ำตาคลอเมื่อกล่าวถึงเป้าหมายการดำเนินนโยบายเพื่อประโยชน์ชาวนา และปิดท้ายว่า "ดิฉันเชื่อในคำกล่าวที่ว่า 'ศาลเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน' ดิฉันจึงขอความเมตตาต่อศาล ได้โปรดพิจารณาพิพากษายกฟ้องโจทก์ด้วยค่ะ"

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ยิ่งลักษณ์กลับไม่เดินทางไปฟังคำพิพากษาตามนัด กระทั่งวันที่ 27 ก.ย. 2560 ศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลัง ในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยสั่งจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเวลา 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา และให้ออกหมายจับเธอ และให้ออกหมายจับเธอ

ทว่าจนถึงปัจจุบัน ผู้ต้องหาหนีหมายจับรายนี้ก็ยังไม่เคยปรากฏตัว-ปรากฏเสียงต่อสาธารณะแต่อย่างใด

ทวีตทักษิณสะเทือนการเมือง

Image copyright Getty Images

กลายเป็นทวิตเตอร์ที่สั่นสะเทือนการเมืองไทย กับความเคลื่อนไหวครั้งแรกของอดีตนายกฯ ผู้พี่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ปรากฏตัวที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามนัดหมายฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560

เวลา 13.05 น. ของ 30 ส.ค. 2560 นายทักษิณทวีตข้อความผ่านบัญชีที่ใช้ชื่อว่า @thaksinlive ซึ่งไม่พบความเคลื่อนไหวผ่านทวิตเตอร์นี้มานาน 2 ปี

แม้นายกฯ คนปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำทีไม่สนใจโดยบอกว่า "ปล่อยเขาไป ทวิตเตอร์จะไปทำอะไรได้ เชื่อเขาก็ตามใจ คิดสิ คิด" หัวหน้า คสช. กล่าวพลางเอานิ้วชี้ชี้ไปที่ขมับด้านขวา

แต่ดูเหมือนสื่อมวลชนและนักสืบโซเชียลได้พร้อมใจกันค้นหาว่า "มงแต็สกีเยอ" หรือ "มองเตสกิเออ" ว่าเป็นใคร แนวคิดที่สำคัญของนักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศสคนนี้คืออะไร จนกลายเป็นคำที่ติดอันดับเทรนด์ทวิตเตอร์เมืองไทย

ขณะที่นักการเมืองต่างค่ายและนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชี้ว่าทวีตข้อความของนายทักษิณเป็นการสื่อสารทางเดียว มีเป้าหมายเพื่อดิสเครดิตกระบวนการยุติธรรมไทย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม