พอเพียงแบบนาซา เปลี่ยนปัสสาวะเป็นน้ำดื่ม

เด็กในชุดเหมือนนักบินอวกาศ Image copyright Thinkstock

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซาได้ชื่อว่าเป็นองค์กรต้นแบบในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ด้วยการลดการผลิตของเสียหรือนำกลับมาใช้ใหม่ ซี่งรวมถึงของเสียจากร่างกายมนุษย์ทั้งปัสสาวะและหยาดเหงื่อ ดังที่ทิม พีค นักบินอวกาศชาวอังกฤษเคยเล่าไว้ว่า "ปัสสาวะที่ขับออกไปเมื่อวาน กลับมาอยู่ในถ้วยกาแฟในวันรุ่งขึ้น"

สถานีอวกาศนานาชาติหรือไอเอสเอส รีไซเคิลน้ำราว 90% ซึ่งรวมทั้งปัสสาวะ เหงื่อ ความชื้นจากการหายใจ และน้ำที่ใช้ชำระล้างร่างกาย การทำเช่นนี้ช่วยให้นักบินอวกาศสามารถใช้เวลาในห้วงอวกาศได้นานขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางกลับมายังพื้นโลก นาซาหวังว่าจะทำให้นักบินอวกาศสามารถใช้ชีวิตอย่างพอเพียงบนดาวเคราะห์ดวงอื่นอย่างดาวอังคาร ซึ่งนาซามีแผนจะส่งนักบินอวกาศไปปฏิบัติภารกิจนาน 2 ปี ในช่วงกลางทศวรรษ 2030

Image copyright Getty Images

นอกจากนี้นาซายังร่วมมือกับภาคธุรกิจในการทำวิจัยและดำเนินโครงการถ่ายโอนความรู้ด้านเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่นาซาคิดค้นมาใช้บนพื้นโลกด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเรื่องหนึ่งคือบริษัท Water Security Corporation ของสหรัฐฯ ได้ซื้อลิขสิทธิ์เทคโนโลยีรีไซเคิลน้ำของนาซา และนำมาใช้บนพื้นโลกในรูปแบบที่มีความซับซ้อนน้อยกว่า แผ่นกรองน้ำที่บริษัทผลิต ถูกนำไปใช้ในพื้นที่ชนบทห่างไกลทั้งในเม็กซิโก และอินเดีย หรือใช้ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ

ในส่วนของนาซาเอง การรีไซเคิลน้ำที่ใช้บนสถานีอวกาศนานาชาติ ทำให้ตั้งแต่ปี 2552 นาซาสามารถส่งนักบินอวกาศขึ้นไปปฏิบัติภารกิจได้ 6 คน แทนที่จะเป็นเพียง 3 คน ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะนักบินอวกาศเหล่านั้นสามารถทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์บนห้วงอวกาศได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดงบประมาณได้ โดยเมื่อปีที่แล้ว นาซาประเมินว่าการส่งน้ำขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติแทนการรีไซเคิลจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายราว 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Image copyright NASA

อย่างไรก็ดี นาซายังไม่หยุดยั้งในการคิดค้น ขณะนี้นาซากำลังศึกษาว่าจะนำผลึกปัสสาวะที่หลงเหลือจากกระบวนการรีไซเคิลมาใช้ได้อย่างไร ซึ่งนายโรบิน กาเทนส์ รองผู้อำนวยการสถานีอวกาศนานาชาติ เชื่อว่าผลึกปัสสาวะนี้อาจนำมาใช้ป้องกันรังสีได้

ในเวลาเดียวกัน นาซายังรีไซเคิลอากาศภายในสถานีอวกาศนานาชาติ โดยปัจจุบันระบบที่ติดตั้งอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติสามารถฟอกออกซิเจนที่นักบินอวกาศหายใจออกมาได้ครึ่งหนึ่งแต่นาซากำลังหาทางเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น

Image copyright Science Photo Library
คำบรรยายภาพ นาซามีแผนจะส่งนักบินอวกาศไปดาวอังคาร ช่วงกลางทศวรรษ 2030

เป็นที่รู้กันว่านาซายังได้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ด้วยการปลูกผักบนห้วงอวกาศมาแล้ว โดยนำเมล็ดพันธุ์ผักกาดจากพื้นโลกขึ้นไปปลูก โดยใช้แสงจากหลอดไฟแอลอีดีช่วยเร่งการเจริญเติบโตของผัก ซึ่งวิธีการปลูกผักบนถาดเพาะเพื่อประหยัดพื้นที่และใช้เมล็ดพันธุ์ในการปลูกนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ในการทำเกษตรในเอเชีย

Image copyright NASA

นักวิทยาศาสตร์ในโครงการผลิตอาหารของนาซาเชื่อว่าวิธีการเพาะปลูกที่นาซากำลังศึกษาก็สามารถนำมาปรับใช้ในภาคการเกษตรบนพื้นโลกได้ อันจะช่วยเพิ่มผลผลิตในพื้นที่จำกัด ทักษะนี้มีความจำเป็นหากโลกมีประชากรเพิ่มมากขึ้น

นาซายังพยายามหาทางลดการทิ้งขยะอย่างภาชนะเปล่าหรือวัสดุกันกระแทกซึ่งปัจจุบันจะเก็บไว้ในยานขนส่งอุปกรณ์และจะถูกเผาทำลายก่อนกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก

Image copyright NASA

เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามหลายอย่างที่นาซาทำ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ใช้ทรัพยากรอันมีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า