วันนี้ของ “คริส การ์ดเนอร์” เศรษฐีเงินล้านอดีตคนไร้บ้าน ปัจจุบันผันตัวเองเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ

คริส การ์ดเนอร์ Image copyright CHRIS GARDNER

ภาพยนตร์เรื่อง The Persuit of Happyness ที่ออกฉายเมื่อปี 2006 เป็นเรื่องราวของคริส การ์ดเนอร์ ชายชาวอเมริกันซึ่งประสบกับมรสุมชีวิตจนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน แต่ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ เขากลับสามารถสร้างฐานะของตนเองจากศูนย์ขึ้นมาอยู่ในระดับมหาเศรษฐีได้ในที่สุด ในปัจจุบันเขาวางมือจากธุรกิจและหันมายึดงานเดินสายพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก โดยมีคำพูดในอดีตของแม่และของภรรยาที่เสียชีวิตไปเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้เขาสมัครใจทำงานนี้

Image copyright CHRIS GARDNER
คำบรรยายภาพ The Pursuit of Happyness หนังสืออัตชีวประวัติของการ์ดเนอร์ ซึ่งติดอันดับขายดีและมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

การ์ดเนอร์เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ยากจนโดยไม่รู้ว่าพ่อของเขาคือใคร ส่วนแม่ก็มีแฟนใหม่เป็นคนติดเหล้าและชอบทำร้ายร่างกาย ทำให้บางครั้งเขาต้องไปอยู่บ้านสงเคราะห์เมื่อแม่และพ่อเลี้ยงมีปัญหากัน อย่างไรก็ตาม การ์ดเนอร์พยายามเรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมศึกษา และได้เข้าประจำการเป็นทหารเรืออยู่นานถึง 4 ปี ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นเซลล์แมนขายอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ในนครซานฟรานซิสโก

เมื่อธุรกิจที่ทำอยู่ประสบปัญหาจนเงินขาดมือ การ์ดเนอร์โดนไล่ออกจากบ้านเช่า ทั้งแม่ของลูกวัย 5 ขวบยังมาทิ้งเขาไปเสียอีก ทำให้เขาและลูกต้องกลายเป็นคนไร้บ้านที่ต้องตระเวนหาที่ซุกหัวนอนกันทุกคืน โดยต้องไปนอนตามสวนหรือห้องน้ำสาธารณะ และกินอาหารสวัสดิการของคนอนาถา รายได้อันน้อยนิดในแต่ละวันเขาต้องนำมาจ่ายเป็นค่าสถานเลี้ยงดูเด็กในเวลากลางวัน เพื่อที่เขาจะสามารถออกไปทำงานได้

Image copyright CHRIS GARDNER
คำบรรยายภาพ การ์ดเนอร์ กับ วิล สมิธ ดาราดังซึ่งรับบทเป็นตัวเขาในภาพยนตร์

วันหนึ่งการ์ดเนอร์ได้เข้าไปถามชายขับรถเฟอร์รารี ซึ่งนำรถหรูเข้ามาจอดใกล้ ๆ ตัวเขาว่า ทำงานอาชีพอะไร เมื่อได้รับคำตอบว่าเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การ์ดเนอร์เกิดความสนใจในอาชีพนี้ทันที ชายคนดังกล่าวคือนายบ็อบ บริดจ์ แห่งบริษัทดีน วิทเทอร์ เรย์โนลด์ส (DWR) ซึ่งได้เปิดโอกาสให้การ์ดเนอร์เข้าสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานของบริษัท ในวันสัมภาษณ์ การ์ดเนอร์แต่งตัวดูมอซอไม่เรียบร้อย เพราะถูกตำรวจจับเข้าห้องขังเมื่อคืนก่อนข้อหาไม่มีเงินจ่ายค่าปรับจราจร แต่ความกระตือรือร้นของเขาทำให้ผ่านการสัมภาษณ์ในที่สุด

เมื่อเขาได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัท การ์ดเนอร์เริ่มตั้งตัวได้โดยสามารถเช่าบ้านและส่งลูกเข้าโรงเรียน ต่อมาเขาก่อตั้งบริษัทการ์ดเนอร์ ริช ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง จนมีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐี โดยปัจจุบันการ์ดเนอร์มีอายุ 62 ปี มีทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่าราว 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เขายังได้บริจาคเงินจำนวนมากเพื่อองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือคนไร้บ้าน และสนับสนุนองค์กรต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง

Image copyright CHRIS GARDNER

ทุกวันนี้การ์ดเนอร์ได้ผันตัวเองจากนักธุรกิจมาเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกอีกด้วย โดยเขาบอกว่าความเชื่อที่ว่าการเลี้ยงดูและสภาพแวดล้อมในวัยเด็กจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของแต่ละคนนั้นไม่จริง เพราะแม้แต่ตัวเขาเองยังมีวันนี้ได้โดยไม่กลายไปเป็นคนติดเหล้าหรือใช้ชีวิตเหลวแหลกแต่อย่างใด แม่ของเขามักย้ำเตือนกับเขาเสมอว่า เขามีความสามารถที่จะทำได้ทุกอย่าง แม้แต่เป็นเศรษฐีเงินล้านก็ยังได้ ส่วนภรรยาของการ์ดเนอร์ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นผู้กระตุ้นเตือนให้เขาเร่งลงมือทำสิ่งที่ดีและสิ่งที่รักก่อนชีวิตอันแสนสั้นจะจบลง ซึ่งทำให้เขาได้คิดทบทวนถึงชีวิตของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจทำประโยชน์แก่ผู้คนด้วยการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง