ผลศึกษาดีเอ็นเอชี้ ไข้ทรพิษไม่ใช่โรคเก่าแก่นับพันปีอย่างที่คิด

มัมมี่เด็กชายจากยุคศตวรรษที่ 17 ของลิทัวเนีย Image copyright KIRIL CACHOVSKI OF THE LITHUANIAN UMMY PROJECT
คำบรรยายภาพ มัมมี่เด็กชายจากยุคศตวรรษที่ 17 ของลิทัวเนีย

คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลีย เผยผลการศึกษาตัวอย่างดีเอ็นเอของเชื้อไข้ทรพิษ ที่ได้จากศพของเด็กชายสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งกลายเป็นมัมมี่และถูกเก็บไว้ในโบสถ์แห่งหนึ่งของลิทัวเนีย โดยพบว่าการเกิดไข้ทรพิษหรือฝีดาษในหมู่มนุษย์นั้นไม่ได้มีมานานนับพันปีอย่างที่เคยเข้าใจกัน แต่น่าจะเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อราว 300-400 ปีก่อนเท่านั้น

ผลการศึกษาดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งหมดของเชื้อไวรัสวาริโอลาซึ่งเป็นสาเหตุของไข้ทรพิษจากเชื้อที่ยังมีเก็บรักษาไว้ในปัจจุบัน แล้วนำไปศึกษาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของตัวอย่างเชื้อที่ได้จากมัมมี่เด็กชายดังกล่าว ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงราวทศวรรษที่ 1650 ซึ่งเป็นช่วงที่ไข้ทรพิษกำลังระบาดอย่างหนักในยุโรป พบว่าเชื้อไข้ทรพิษในยุคหลังซึ่งมีวิวัฒนาการต่างออกไป ล้วนสืบเชื้อสายมาจากต้นกำเนิดที่เป็นเชื้อจากยุคศตวรรษที่ 17 ทั้งสิ้น

Image copyright EYE OF SCIENCE PHTO GALLERY

ทั้งนี้ ไข้ทรพิษแพร่ระบาดออกไปทั่วโลกในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 เนื่องจากการเดินทางสำรวจโลกและล่าอาณานิคม จนกระทั่งเอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ แพทย์ชาวอังกฤษประสบความสำเร็จในการปลูกฝีเพื่อป้องกันโรคเมื่อปี 1796 ทำให้ไข้ทรพิษถูกขจัดหมดสิ้นไปจากโลกเมื่อทศวรรษ 1980 แต่ยังมีการเก็บรักษาตัวอย่างเชื้อนี้ไว้ในห้องทดลองที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสองแห่งในสหรัฐฯและรัสเซีย

ดร. เอ็ดเวิร์ด โฮล์มส์ หนึ่งในคณะผู้ศึกษาเรื่องนี้ระบุว่า ที่เชื่อกันมาว่าพบไข้ทรพิษในมนุษย์มานานเป็นพันปีแล้วนั้น อาจเกิดจากความสับสนในการบันทึกลักษณะภายนอกของโรค ซึ่งปรากฏว่ามีตุ่มหนองเช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ อีกหลายชนิด แต่อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาในครั้งนี้ยังไม่อาจบอกได้ว่า เชื้อไข้ทรพิษมีต้นกำเนิดมาจากไหนและเกิดการระบาดครั้งแรกในมนุษย์ขึ้นเมื่อใดกันแน่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง