ดื่มน้ำมาก ๆ ดีจริงหรือ

คนดื่มน้ำ Image copyright Science Photo Library

โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อให้ "ดื่มน้ำมาก ๆ" เพื่อขับเชื้อออกจากร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลคิงส์คอลเลจ ในอังกฤษชี้ว่า การดื่มน้ำมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นแพทย์จึงควรให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยอย่างชัดเจนถึงปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่ร่างกายผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับ

ในอังกฤษมีกรณีผู้ป่วยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบวัย 59 ปีรายหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดื่มน้ำมากไปได้กลายเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะเธอเกิดภาวะที่ร่างกายมีโซเดียมในเลือดต่ำ หรือน้ำเป็นพิษ เนื่องจากดื่มน้ำในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการบรรเทาอาการโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

Image copyright Science Photo Library

ผู้ป่วยหญิงคนดังกล่าวถูกนำตัวส่งแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน โดยเธอมีอาการชักกระตุก สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง และอาเจียนหลายครั้ง เธอบอกแพทย์ว่าได้ดื่มน้ำไปหลายลิตรในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากได้รับคำแนะนำว่าให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อขับเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งต่อมาแพทย์ให้การรักษาโดยควบคุมปริมาณของเหลวที่เข้าสู่ร่ายกายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้อาการของเธอดีขึ้น แต่เธอบอกว่าหลังจากนั้นรู้สึกอ่อนเพลีย และต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกราวหนึ่งสัปดาห์จึงหายเป็นปกติ

ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ก่อนหน้านี้มีกรณีของผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบได้เสียชีวิตลงจากภาวะที่ร่างกายมีโซเดียมต่ำเพราะดื่มน้ำมากเกินไป

Image copyright Mark Dadswell/Getty Images

ผลการศึกษาของคณะแพทย์จากโรงพยาบาลคิงส์คอลเลจ ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์บริทิชเมดิคัลเจอร์นัล ระบุว่า สำหรับคนที่มีสุขภาพดี กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ป่วยยังคงต้องฟังคำแนะนำจากแพทย์ถึงปริมาณการดื่มน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอในการสรุปถึงผลดีและผลเสียของการ "ดื่มน้ำมาก ๆ"

บรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า การดื่มน้ำยังเป็นเรื่อง "จำเป็น" หากมีเหงื่อออกหรือเป็นไข้ อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากเกินไป และแพทย์ควรระบุให้ชัดเจนว่าควรดื่มปริมาณเท่าใดจึงจะถือว่าปลอดภัย

ภาวะที่ร่างกายมีโซเดียมต่ำเกิดขึ้นเมื่อระดับเกลือแร่โซเดียมในเลือดต่ำผิดปกติ ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยในการเล่นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังมาก และหลังจากใช้ยากระตุ้นและหลอนประสาท เช่น ยาอี

Image copyright PATRICK BERNARD/AFP/Getty Images

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ทอม แซนเดอรส์ แห่งภาควิชาโภชนาศาสตร์ คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่า คำแนะนำเรื่องการดื่มน้ำเป็นเรื่องที่ผิด เขาชี้ว่าข้างเตียงผู้ป่วย ควรมีเหยือกใส่น้ำเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอ และบุคลากรทางการแพทย์ควรเตือนให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหรือช่วยป้อนดื่มน้ำให้พวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยสูงอายุที่มักขาดน้ำ

ศาสตราจารย์แกรม แมกกีโอน แห่งภาคสรีรวิทยา มหาวิทยาลัยควีนส์ ในเบลฟาสต์ บอกว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นบทเรียนที่แพทย์จำเป็นจะต้องเจาะจงให้ชัดเจนว่า ผู้ป่วยควรดื่มน้ำในปริมาณเท่าใด

Image copyright Andreas Rentz/Getty Images

ความสำคัญของน้ำ

ร่ายกายเกือบ 2 ใน 3 ประกอบไปด้วยน้ำ

เราได้รับน้ำราว 20% จากปริมาณของเหลวทั้งหมดที่ได้จากอาหาร

ผู้หญิงจำเป็นต้องได้รับของเหลวราว 1,600 มิลลิลิตรต่อวัน ส่วนผู้ชาย 2,000 มิลลิลิตรต่อวัน

หากได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ปัสสาวะจะออกมาเป็นสีอ่อนและใส

หากออกมาเป็นสีอ่อนและใสมาก แสดงว่าดื่มน้ำมากเกินไป

ของเหลวอย่างอื่นถือว่าเป็นน้ำด้วย เช่น ชา กาแฟ นม และน้ำผลไม้