เผยที่ซ่อนลับของ "แอนน์ แฟรงค์" ถูกตำรวจพบโดยบังเอิญ ไม่ใช่เพราะถูกคนในหักหลัง

แอนน์ แฟรงค์ Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ฉบับเต็ม เผยถึงสาเหตุที่แท้จริงของการถูกจับกุมจากที่ซ่อนลับ

มีการเปิดเผยผลวิจัยเอกสารทางประวัติศาสตร์ชิ้นใหม่ซึ่งชี้ว่า ที่หลบซ่อนของ "แอนน์ แฟรงค์" เด็กสาวชาวยิวผู้เขียนบันทึกสมัยสงครามที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 263 ถนนปรินเซนกรัคต์ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ไม่ได้ถูกเปิดเผยกับตำรวจเอสดีของนาซีด้วยฝีมือคนใกล้ชิด แต่ที่ซ่อนดังกล่าวน่าจะถูกพบเข้าโดยบังเอิญ ระหว่างมีการสืบสวนกรณีฉ้อโกงคูปองปันส่วนอาหาร

งานวิจัยซึ่งจัดทำโดยพิพิธภัณฑ์บ้านแอนน์ แฟรงค์ในเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ข้อมูลเก่าที่ชี้ว่ามีผู้ไม่เปิดเผยชื่อได้โทรศัพท์แจ้งถึงที่ซ่อนลับของชาวยิว 8 คน รวมทั้งตัวแอนน์ แฟรงค์และครอบครัวแก่ตำรวจ จนทั้งหมดถูกนำตัวไปยังค่ายกักกันและเสียชีวิตลงในที่สุดนั้น ไม่น่าจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง โดยผลการศึกษารายละเอียดในบันทึกฉบับเต็มของแอนน์ แฟรงก์ รวมทั้งเอกสารของตำรวจและเอกสารทางกฎหมายอื่น ๆ ชี้ว่า การฉ้อโกงคูปองปันส่วนอาหารและการลักลอบทำงานที่บ้านเลขที่ดังกล่าว น่าจะทำให้ตำรวจที่กำลังสืบสวนคดีมาพบที่ซ่อนเข้าโดยบังเอิญมากกว่า

คำบรรยายภาพ มีผู้ไปวางดอกไม้และภาพถ่ายเพื่อไว้อาลัยแก่แอนน์ แฟรงค์ ที่ป้ายหลุมศพของเธอและพี่สาวที่ค่ายกักกันเบอร์เกน-เบล

บันทึกของแอนน์ แฟรงก์ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 1944 เป็นต้นมา ได้เขียนถึงชายสองคนที่ใช้ชื่อย่อว่า บี และ ดี โดยทั้งสองเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 263 ถนนปรินเซนกรัคต์ ซึ่งแอนน์ แฟรงก์ซ่อนตัวอยู่ โดยในวันที่ 14 มีนาคม 1944 แอนน์ แฟรงค์ ระบุในบันทึกว่า บี และ ดี ถูกตำรวจจับกุม ครอบครัวของเธอและผู้ร่วมหลบซ่อนจึงไม่มีคูปองปันส่วนอาหารเหลืออยู่ ซึ่งข้อความนี้แสดงว่าพวกเขาได้คูปองอาหารจากชายสองคนนี้อย่างลับ ๆ มาโดยตลอด

เอกสารของตำรวจนาซียังระบุว่า ตำรวจที่จับกุมชาวยิวทั้ง 8 คน รวมทั้งแอนน์ แฟรงค์ จากที่ซ่อนลับนั้น ไม่ได้เป็นผู้มีหน้าที่ตามจับชาวยิวที่หลบหนีหรือหลบซ่อนโดยตรง แต่มีหน้าที่สืบสวนคดีทางเศรษฐกิจมากกว่า โดยได้เข้าค้นบ้านที่เป็นแหล่งหลบซ่อนตัวเป็นเวลานานถึงสองชั่วโมง ก่อนจะมีการจับกุมเกิดขึ้น ซึ่งแสดงว่าตำรวจนาซีไม่ทราบถึงแหล่งซ่อนตัวดังกล่าวมาก่อน

Image copyright AP

หลังถูกจับกุม ครอบครัวของแอนน์ แฟรงค์ ถูกส่งไปยังค่ายกักกันเอาชวิตซ์ในโปแลนด์ ก่อนที่เธอและพี่สาวจะถูกย้ายไปที่ค่ายกักกันเบอร์เกน-เบลเซนในเยอรมนีในเวลาต่อมา แอนน์ แฟรงค์ เสียชีวิตลงที่ค่ายกักกันนี้ในวัย 15 ปี ด้วยโรคไข้ไทฟอยด์ ก่อนที่ค่ายดังกล่าวจะได้รับการปลดปล่อยในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา บิดาของเธอคืออ็อตโต แฟรงค์ เป็นเพียงผู้เดียวที่รอดชีวิตจากค่ายกักกันและได้นำบันทึกของบุตรสาวออกพิมพ์เผยแพร่จนเป็นที่รู้จักของนักอ่านทั่วโลก โดยได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศถึง 70 ภาษา