จากความฝันของอเมริกา มาสู่ความทะเยอทะยานของเอเชีย ?

หญิงชาวเอเชีย Image copyright iStock

แอนเดรียส ชไลเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาของโออีซีดีวิเคราะห์ผลสำเร็จของชาติเอเชียตะวันออกในการทดสอบ PISA

ขณะที่ "ความฝันอเมริกัน" ในการไต่เต้าทางสังคม ดูจะเป็นเพียงความฝันของนักเรียนชาวอเมริกันหลายคน แต่ในหลายประเทศในเอเชียตะวันออก เรื่องนี้กลับเริ่มเป็นความจริงใหม่ขึ้นมาแล้ว

ผลการประเมิน PISA (Programme for International Student Assessment หรือ โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ) ครั้งล่าสุดชี้ให้เห็นว่านักเรียนที่ด้อยโอกาสอย่างยิ่งจำนวนมากทั้งในจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี มาเก๊า สิงคโปร์ ไต้หวัน และเวียดนาม ทำคะแนนได้ดีพอ ๆ กับนักเรียนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดจากทั่วโลก ขณะที่ในโลกตะวันตก มีเพียงเอสโตเนียและฟินแลนด์เท่านั้นที่นักเรียนทำคะแนนได้ดีถึงระดับนี้ทั้งที่ด้อยโอกาสทางสังคม

ในการทดสอบครั้งก่อนเมื่อปี 2555 เซี่ยงไฮ้ได้คะแนนสูงสุดในบรรดาระบบการศึกษา 65 ระบบที่นำมาเปรียบเทียบกันทางด้านการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ การรู้เรื่องการอ่านและการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ แต่บางคนยังมีข้อกังขาว่าความสำเร็จของเซี่ยงไฮ้อาจไม่ได้สะท้อนถึงส่วนอื่น ๆ ของจีนเท่าใดนัก

ประเทศจีนยังน่าประทับใจ

ในการทดสอบล่าสุด มีการนำผลการทดสอบของนักเรียนในเซี่ยงไฮ้มารวมเข้ากับมณฑลอื่นๆ ของจีนอีก 3 มณฑล ซึ่งพบว่าสามารถทำคะแนนได้สูงในด้านวิทยาศาสตร์ ถึงขนาดที่ว่านักเรียนที่ทำคะแนนได้สูงสุดจากทั้งหมด 68 ประเทศนั้น 1 ใน 10 คน มาจากมณฑลทั้งสี่ของจีนแผ่นดินใหญ่

ดังนั้นโลกจึงยังคงมองว่าจีนเป็นผู้นำระดับโลกชาติหนึ่งในด้านการศึกษา อย่างไรก็ดี ยังมีทักษะอีกหลายด้านที่จีนสามารถดูประเทศอื่น ๆ เป็นแรงบันดาลใจได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อปีที่แล้วสิงคโปร์เพิ่งฉลองวาระครบรอบ 50 ปีที่ได้รับเอกราช แต่ขณะนี้ประสบความสำเร็จเป็นผู้นำด้านการศึกษา

นักเรียนจีนนั้นมีความเป็นเลิศด้านความรู้เนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันคือความสามารถในการ "คิดแบบนักวิทยาศาสตร์" ซึ่งในด้านนี้นักเรียนจีนทำได้ไม่ดีเท่าด้านแรก แม้ความสามารถในส่วนนี้จะดีกว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลกตะวันตกก็ตาม

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นได้จากทัศนคติของนักเรียนเอง เช่น นักเรียนอเมริกันดูจะมีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์มากกว่านักเรียนจีน โดยนักเรียนอเมริกันเห็นคุณค่าของแนวทางเชิงวิทยาศาสตร์ในการค้นหาคำตอบและตั้งข้อสงสัย มากกว่านักเรียนจีน

ทักษะสำหรับโลกที่มีความไม่แน่นอน

เรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญ ในอดีตการศึกษาเคยเป็นเรื่องของการสอนสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงและทฤษฎีบทหรือแนวคิดที่ยอมรับว่าเป็นจริง แต่ปัจจุบันการศึกษาคือการช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาวิธีการและทักษะในการค้นหาทิศทางในการดำเนินชีวิตในโลกที่ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลง และคลุมเครือยิ่งขึ้นทุกขณะ การศึกษาทุกวันนี้คือการช่วยนักเรียนพัฒนาทัศนะเชิงบวกต่อการเรียนรู้ อย่างที่จะคงอยู่ไปตลอดชั่วชีวิต

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ จีนยังคงก่อสร้างประเทศ: คนงานก่อสร้างสตรีในนครเซี่ยงไฮ้

สิ่งที่สามารถยกให้เห็นเป็นตัวอย่างได้ เช่น นักเรียนในสหรัฐฯ นั้น มีความต้องการประกอบอาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์ มากกว่านักเรียนในสี่มณฑลของจีน และประเทศอื่นในเอเชียตะวันออก ถึงสองเท่า แต่นักเรียนอเมริกันหลายคนไม่สามารถทำตามความฝันของตัวเองได้เพราะทำคะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ไม่ดี ขณะที่นักเรียนในเอเชียตะวันออกเองนั้น แม้จะทำคะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ได้สูง แต่ยังต้องพัฒนาทัศนคติเชิงบวกต่อวิทยาศาสตร์

ระบบที่ประสบความสำเร็จมีอะไรที่ตรงกันบ้าง

สิ่งที่การทดสอบ PISA พบประการหนึ่งก็คือ นักเรียนในมณฑลทั้งสี่ของจีนใช้เวลาเรียนหนังสือทั้งที่โรงเรียนและที่บ้านนานถึงเกือบ 57 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่นักเรียนในประเทศที่ได้คะแนนสูงอย่างฟินแลนด์ใช้เวลาเพียง 36 ชั่วโมงเท่านั้น สิ่งนี้ชี้ชัดว่าไม่มีใครสามารถลอกระบบโรงเรียนมาใช้ตามกันได้ทั้งดุ้น

คำบรรยายภาพ แอนเดรียส ชไลเกอร์ กล่าวว่า การทดสอบ PISA ครั้งต่อไปจะมุ่งประเมินทักษะสำหรับโลกยุคโลกาภิวัตน์

อย่างไรก็ดี การประเมินผล PISA ได้เผยให้เห็นสิ่งที่ระบบโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดมีตรงกัน อย่างแรกก็คือผู้นำในระบบการศึกษาของชาติในเอเชียตะวันออกสอนให้ประชาชนคำนึงถึงคุณค่าของการศึกษา พ่อแม่จะทุ่มเทเพื่อการศึกษาของลูกโดยหวังให้ลูกมีอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ทางซีกโลกตะวันตกนั้น อนาคตของบุตรหลานถูกจำนองไว้แล้ว ดังจะเห็นได้จากหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล

ลงทุนกับครู

ความเชื่ออีกอย่างที่ไม่ต่างกันในเอเชียตะวันออกคือว่าเด็กทุกคนล้วนสามารถประสบความสำเร็จได้ การที่นักเรียนในเอเชียตะวันออกเชื่อว่าความสำเร็จเกิดจากการทำงานหนักมากกว่าความชาญฉลาดที่ติดตัวมาแต่กำเนิดนั้น ชี้ให้เห็นว่าบริบททางสังคมมีผลต่อความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

ในเวลาเดียวกันคุณภาพของระบบโรงเรียนทุกหนแห่งย่อมไม่มีที่ใดดีเกินกว่าคุณภาพของครู ระบบโรงเรียนของชาติต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกล้วนใส่ใจอย่างยิ่งยวดในการคัดสรรและอบรมครู และเมื่อต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนกับอะไร ก็จะมุ่งเลือกคุณภาพของครูเป็นสำคัญยิ่งกว่าขนาดของชั้นเรียน

Image copyright NTU
คำบรรยายภาพ สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับเป็นระบบโรงเรียนที่ได้คะแนนสูงสุด

ระบบโรงเรียนของชาติในเอเชียตะวันออกจัดเส้นทางอันชาญฉลาดไว้ให้ครูได้เจริญก้าวหน้าในอาชีพ ประเทศที่ได้คะแนนสูงก็เปลี่ยนจากการควบคุมและรับผิดชอบแบบระบบราชการ ไปเป็นระบบที่ใส่ใจอย่างยิ่งในเรื่องของความเป็นมืออาชีพ ส่งเสริมครูให้คิดหาวิธีสอนแบบใหม่ ๆ ปรับปรุงการทำงานของตนเองและของเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนมุ่งพัฒนาอาชีพของตน

เป้าหมายในอดีตคือการสร้างมาตรฐานและการทำตาม แต่เดี๋ยวนี้ประเทศที่ได้ผลคะแนนสูงสุด ยกย่องคุณค่าของการรู้จักประดิษฐ์คิดค้น มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ ปรับเปลี่ยนจากการมองเข้าสู่ข้างในมายังระบบระเบียบแบบราชการ ไปเป็นการมองออกข้างนอก ไปยังครูคนต่อไป โรงเรียนแห่งต่อไป เพื่อสร้างเครือข่ายแห่งการประดิษฐ์คิดค้น ดังที่เราจะเห็นลักษณะนี้ได้เป็นอย่างดีในฟินแลนด์และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งทำให้ระบบโรงเรียนทั้งระบบมีคุณภาพสูง เพื่อนักเรียนทุกคนจะได้รับประโยชน์จากการสอนที่ดีเยี่ยม

ทั้งยังวางนโยบายและแนวปฏิบัติให้ตรงกันทั่วทุกด้านของระบบ จนยังสอดรับกันได้ดีตลอดช่วงเวลายาวนาน และประกันว่าจะมีการนำไปใช้อยู่เสมออย่างคงเส้นคงวา ซึ่งเราจะเห็นได้จากสิงคโปร์มากกว่าที่อื่น

Image copyright EPA

แต่ข้อเรียกร้องต่อระบบการศึกษาสมัยใหม่จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ โรงเรียนต่าง ๆ ยังจำเป็นต้องเตรียมนักเรียนให้พร้อมมีชีวิตและทำงานกับผู้มีภูมิหลังทางวัฒนธรรมแตกต่างไป และให้รู้จักเคารพความคิด มุมมองและคุณค่าที่แตกต่างจากตัวเอง นักเรียนจะอาศัยอยู่ในโลกที่คนเราจำต้องไว้วางใจและร่วมมือร่วมใจกันทั้งที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน

ที่กล่าวมานี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใด องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) จึงยกเรื่องความสามารถเชิงโลกานุวัตรขึ้นมาเป็นแก่นของการทดสอบ PISAในอีกสองปีข้างหน้า ซึ่งนักเรียนจะต้องรู้จักคิดเองเป็น และกระทำการเพื่อผู้อื่น คนรุ่นต่อไปจะเป็นผู้สร้างงาน ไม่ใช่เพียงหางานทำ และเตรียมพร้อมเผชิญเรื่องที่ไม่คาดคิดได้ด้วยสติปัญญาและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง