สิ้นหวังที่แม่หละ

ค่ายผู้ลี้ภัย Image copyright JAMES CONNOR

ที่ชายแดนไทยติดเมียนมา มีคนกว่า 1 แสนคนอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยค่ายต่าง ๆ ผู้คนจำนวนมากหนีจากความขัดแย้งทางเชื้อชาติในบ้านเกิดมาเมื่อหลายสิบปีก่อน บรรดาลูกเต้าต่างก็เติบโตในค่ายเหล่านี้ เกรเชีย เฟลเม็ท เดินทางมายังค่ายแห่งหนึ่งที่นี่ราว 1 ปีมาแล้ว เพื่อศึกษาเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของสตรีในช่วงก่อนและหลังคลอดบุตร

หลังจากนั่งรถโดยสารจากตัวอำเภอแม่สอด ผ่านป่า มาราว 1 ชั่วโมง จู่ ๆ ก็มาโผล่ที่แม่หละ เห็นกระท่อมไม้ไผ่นับพันหลัง ปลูกอยู่ตามโขดหินปูนที่สูงชันกลางสายหมอกยามเช้า

ที่นี่เป็นค่ายผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ที่สุดใน 9 แห่งที่ตั้งอยู่ตามตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา และเป็นที่อาศัยของคนกว่า 40,000 คน สถานที่อันโดดเดี่ยวแห่งนี้เป็นที่พักอาศัยแทบจะทั้งชีวิตของคนหลายคน ผู้ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง ชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในพม่า พวกเขาไม่สามารถทำงานได้และต้องพึ่งความช่วยเหลือจากภายนอก

Image copyright Getty Images

ดิฉันมาถึงที่นี่ได้สามเดือนแล้ว ขณะนี้เป็นเวลาเช้าวันพุธ มีคนมารอตรวจร่างกายอยู่เต็มห้องที่ฝุ่นเขรอะ เป็นพวกผู้หญิงมีครรภ์ที่มารออย่างอดทนที่จะได้พบพยาบาล ผดุงครรภ์และแพทย์ เพื่อตรวจครรภ์ ตรวจเลือดและวัดความดัน

ตั้งแต่ดิฉันมาถึงพวกผู้หญิงก็ได้รับการตรวจภาวะซึมเศร้าด้วย โดยตอบคำถาม 10 ข้อ เพื่อตรวจหาอาการดังกล่าวซึ่งมักเกิดกับสตรีมีครรภ์

ว่าที่คุณแม่รายแรกของวันนี้เดินยิ้มเข้ามา เธออายุ 18 ปี ชื่อเมียว-เมียว ตั้งครรภ์ได้ 9 สัปดาห์แล้ว ล่าผ่อ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและผดุงครรภ์ที่ดิฉันร่วมงานด้วย ช่วยอธิบายว่าการสัมภาษณ์นี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร เมียว-เมียวตกลงยินยอม เรานั่งลงกับพื้นฟากแล้วเริ่มการสอบถาม

"เดือนที่แล้ว เคยรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ครั้งละนาน ๆ ไหมคะ?" ดิฉันถาม

"บางครั้งค่ะ" เมียว-เมียวตอบ "เรามีปัญหาครอบครัวอยู่บ้าง และมีเงินไม่พอใช้"

Image copyright JAMES CONNOR
คำบรรยายภาพ เกรเชีย เฟลเม็ท ตรวจหาอาการซึมเศร้าของสตรีวัยรุ่นหลายคนที่มีครรภ์

เมียว-เมียวเล่าเรื่องต่อไปด้วยอาการสงบสำรวม เรื่องที่ดิฉันได้ฟังมาจนคุ้นแล้วในตอนนี้ เรื่องความสัมพันธ์ที่ไร้ความสุขกับสามี เธอบอกว่าถึงเขาจะขี้เหล้าเมายาแต่เขาก็ดีกับเธอและเธอก็รักเขา ต่างก็ดีใจที่เธอตั้งท้อง แต่เมียว-เมียวมีปัญหาตึงเครียดกับแม่ของสามี ซึ่งแกไม่ยอมรับเธอและด่าว่าที่เธอไม่ช่วยหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

ที่แม่หละ การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องสามัญมาก จำนวนหญิงมีครรภ์และแม่ลูกอ่อนทั้งหมดที่ตายไปเมื่อปีที่แล้ว ครึ่งหนึ่งตายเพราะเหตุนี้

ดิฉันอยากรู้อาการของเมียว-เมียวมากกว่านี้ เธอเล่าว่ารู้สึกเศร้าอยู่ไม่นานเป็นช่วง ๆ เดือนละครั้งสองครั้ง ช่วงละประมาณชั่วโมงหนึ่ง

"เคยคิดจะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายไหมคะ?" ดิฉันซักไซ้

"บางครั้งก็คิดค่ะ ถ้าทะเลาะกับแม่ผัว" เมียว-เมียวยอมรับ แต่เธอก็ยังไม่เคยพยายามฆ่าตัวตายและยืนยันกับเราว่าไม่ได้คิดวางแผนจะทำเช่นนั้น

Image copyright Getty Images

ผู้หญิงที่เราสัมภาษณ์จำนวน 1 ใน 4 คิดฆ่าตัวตายอย่างน้อยก็เป็นบางครั้ง และร้อยละ 3 เคยพยายามทำมาแล้ว เรามีทรัพยากรไม่เพียงพอให้เฝ้าติดตามผลได้ครบทุกราย จึงต้องมุ่งติดตามเฉพาะรายที่แสดงให้เห็นว่าคิดฆ่าตัวตายหรือมีอาการซึมเศร้าอย่างหนัก

เมียว-เมียวมีอาการอื่น ๆ ด้วย คืออ่อนแรงและ "คิดมาก" แต่ก็เป็นเพียงบางครั้งบางคราวและดูไม่ได้ผิดปกติอะไร เราไม่ได้เฝ้าติดตามผล แต่บอกเธอให้มาคุยกับเราได้ทุกเวลา หากอยากระบายความกลุ้มใจ

สองวันต่อมาขณะดิฉันอยู่บนรถโดยสารจะไปแม่ลา เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถามดิฉันว่า "ได้ข่าวเรื่องฆ่าตัวตายหรือยัง? เป็นสาวรุ่นๆ กำลังท้องอยู่ด้วย"

ดิฉันใจเต้นตูมตาม เป็นคนที่ดิฉันเคยสัมภาษณ์หรือเปล่านะ? เป็นคนที่เรากำลังเฝ้าตามดูอาการอยู่หรือเปล่า? หรือที่แย่กว่านั้น คือเป็นคนที่เราไม่ได้ติดตามผลหรือเปล่า?

"คุณหมอ! มีคนฆ่าตัวตายค่ะ จำผู้ป่วยคนนี้ได้ไหม?" ล่าผ่อยื่นแฟ้มให้ดิฉันดู แฟ้มของเมียว-เมียว

ดิฉันรู้สึกตัวสั่น ดิฉันจำเธอได้ และจำได้ว่าไม่เห็นว่ามีความเสี่ยงสูง น่าเศร้าใจว่าเมียว-เมียวไม่มีอะไรให้เราสะดุดใจกว่าหญิงคนอื่นนับร้อย ๆ รายที่เราพูดคุยด้วยเลย

"สามีก็ด้วยค่ะ เขาฆ่าตัวตายด้วยกัน"ล่าผ่อพูดต่อด้วยเสียงแผ่วเบา

Image copyright Getty Images

ฆ่าตัวตายไปด้วยกันทั้งคู่เลยหรือนี่? ดิฉันมึนงง เราพบกับเมียว-เมียว เมื่อสองวันที่แล้วนี่เอง เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน? เราไปทำให้เมียว-เมียวเกิดความคิดเรื่องฆ่าตัวตายหรือ? เป็นความบกพร่องของดิฉันหรือ?

ในวันนั้นเราได้ไปเคารพศพที่บ้านเมียว-เมียว ครอบครัวของเธอนั่งนิ่งเงียบ ศพของคนทั้งสองนอนอยู่กลางห้อง มีผ้าคลุม มีเทียนล้อม ถ้วยสองใบห่อพลาสติกมีคราบของเหลวสีฟ้าเรือง เป็นคราบยาฆ่าแมลงที่ทำให้คนทั้งสองเสียชีวิต

เรานั่งเงียบ ๆ จนแม่ของสามีเมียว-เมียวเดินตึงตังเข้ามาด้วยอาการเมา

น้องสาวของสามีเมียว-เมียวตะคอกใส่มารดาว่า "นี่เป็นความผิดของแม่" พลางสะอึกสะอื้น

เราได้รู้ภายหลังว่าหลายวันก่อนหน้านี้ สามีของเมียว-เมียวทะเลาะกับแม่จนถึงกับโดนแม่ตบหน้า

Image copyright AFP

ความตายของคนคู่นี้ทำให้เราเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง และว้าวุ่นใจด้วย ตอนนั้นเราควรพยายามทำอะไรมากกว่านั้นไหมเพื่อไม่ให้เมียว-เมียวคิดฆ่าตัวตาย? เราจะช่วยยับยั้งไว้ได้หรือไม่?

นี่เป็นการกระทำหุนหันพลันแล่นของคนหนุ่มสาวเนื่องจากปัญหาแค้นเคืองในครอบครัวหรือ? ความเชื่อทางศาสนาพุทธเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด จูงใจให้เขาพากันผละจากโลกนี้ไปเพื่อชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นในภพหน้าหรือ?

เราคงไม่มีวันได้รู้ สิ่งที่รู้ก็แต่เพียงว่าที่แม่หละนั้น การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องสามัญมาก จำนวนหญิงมีครรภ์และแม่ลูกอ่อนทั้งหมดที่ตายไปเมื่อปีที่แล้ว ครึ่งหนึ่งตายเพราะเหตุนี้

แล้วจะอธิบายว่าอย่างไรดี? อาจมีหลายปัจจัยประกอบกัน รวมทั้งความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อเรื้อรัง ความสิ้นหวัง ความเบื่อหน่าย และผลจากความขัดแย้งตั้งแต่แรกที่นำพาครอบครัวต่าง ๆ เหล่านี้มายังแม่หละ

(ชื่อของบุคคลในเรื่องนี้เป็นนามแฝง)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง