เมื่อกระบวนการยุติธรรม "ละเมิด" สิทธิมนุษยชน
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

เมื่อกระบวนการยุติธรรม "ละเมิด" สิทธิมนุษยชน

ในรอบปี 2559 มีนักสิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 5 คน ต้องถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฟ้องร้องดำเนินคดี เนื่องจากพวกเขาพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิตามกฎหมายของผู้ถูกละเมิด หนึ่งในนั้นคือ น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

"ณ เวลานั้น กลัวอย่างเดียวว่าเราจะทำผิดจรรยาบรรณของทนายในการรักษาความลับของลูกความ"

น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความของกลุ่มนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย เล่าย้อนไปถึงคืนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าล้อมรถยนต์ของเธอ เพื่อจะขอตรวจค้นและยึดโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินอื่นๆ ที่ลูกความ กลุ่มนักศึกษานักกิจกรรม 14 คน ได้ฝากไว้ หลังจากที่พวกเขาถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 เธอยืนกรานปฎิเสธคำสั่งของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพวกเขาไม่มีหมายค้น

เหตุการณ์วันนั้นทำให้ น.ส.ศิริกาญจน์ถูกดำเนินคดีในข้อหาไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และหลบซ่อนพยานหลักฐาน เธอยังถูกฟ้องร้องอีกหนึ่งคดีข้อหาแจ้งความเท็จด้วย อันเป็นผลจากที่เธอได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการที่จะค้นรถยนต์ส่วนตัว โดยไม่มีหมายค้น

ล่าสุด เมื่อ ก.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นเวลากว่า 1 ปีหลังจากวันเกิดเหตุ เธอได้รับหมายเรียกในอีกหนึ่งคดีข้อหาร่วมกันยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และร่วมชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยในหมายยังระบุถึงลูกความของเธอว่าเป็นผู้ต้องหาคดีนี้ด้วย

น.ส.ศิริกาญจน์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การถูกเจ้าพนักงานฟ้องร้องดำเนินคดีดังกล่าวเป็นการตอกย้ำถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่กระบวนการยุติธรรมได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และคุกคามการทำหน้าที่ของทนายความซึ่งทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของผู้ที่ออกมาชุมนุมโดยสันติ และสร้างความหวาดกลัวให้กับทนายคนอื่น ๆ ที่จะเข้ามาทำงานปกป้องสิทธิของลูกความ และอีกทางหนึ่งอาจทำให้นักกิจกรรมหรือประชาชนทั่วไปไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่างจากรัฐ