จับตาแนวโน้มการบินในปี 2560 : ไอพ่นเหนือเสียงและชั้นประหยัดแต่หรู

"เบบี้ บูม" เครื่องบินต้นแบบ Image copyright BOOM
คำบรรยายภาพ เครื่องบินต้นแบบรุ่น XB-1 ได้สมญาว่า "เบบี้บูม"

ธุรกิจการบินปีนี้ยังเติบโต เศรษฐีรื้อฟื้นเครื่องบินไอพ่นความเร็วเหนือเสียง สายการบินแข่งขันกันที่ระยะเวลาทำการบิน ส่วนผู้โดยสารมีโอกาสโดยสารชั้นประหยัดแต่คงความหรู

ช่วงสองสามปีมานี้อุตสาหกรรมการบินประสบภาวะลำบาก ปี 2559 ที่ผ่านมาก็ไม่ต่างกัน แม้สายการบินต่าง ๆ จะได้รับผลดีจากราคาน้ำมันตกต่ำ แต่ปีที่แล้วก็เป็นปีที่สายการบินต้องโลดแล่นท่ามกลางข่าวร้ายอย่างโศกนาฏกรรมเครื่องบินตกที่เกิดขึ้นหลายครั้ง รวมทั้งเครื่องของสายการบินอียิปต์แอร์ที่ตกเมื่อเดือนพฤษภาคม กับเครื่องของสายการบินลาเมียของโบลิเวียที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนพฤศจิกายน ขณะนำทีมฟุตบอลชาเปโกเอนเซ่ ของบราซิล โดยสารเพื่อเดินทางไปยังโคลอมเบีย ยังไม่นับรวมกรณีเครื่องโทรศัพท์ซัมซุงที่ลุกไหม้ได้ง่าย และเกิดขึ้นจริงบนเครื่องบินของสายการบินในสหรัฐฯ ก่อนที่เครื่องบินจะออกเดินทาง

แม้จะมีข่าวร้ายหลายครั้งกระนั้นก็น่าสังเกตว่าปีที่แล้วยังถือว่าเป็นปีที่ปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์การบินสมัยใหม่ แล้วปี 2560 ล่ะจะเป็นอย่างไร? ต่อไปนี้คือแนวโน้มที่น่าจับตามอง

เครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ มีรายงานว่าริชาร์ด แบรนสัน เจ้าของสายการบินเวอร์จิ้น แอตแลนติก พยายามซื้อฝูงเครื่องบินคองคอร์ด แต่ไม่สำเร็จ

จำเครื่องบินคองคอร์ดได้ไหม ? กว่าสิบปีแล้วที่เครื่องบินรุ่นนี้เลิกให้บริการไป แต่มหาเศรษฐีชาวสหราชอาณาจักร เซอร์ริชาร์ด แบรนสัน กำลังหาทางรื้อฟื้นเครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียงขึ้นมาอีกครั้ง และทำให้ค่าโดยสารไม่แพงเกินกำลังจ่ายของคนส่วนใหญ่

บริษัท เวอร์จิ้น กาแล็กติก ของเซอร์ริชาร์ด กำลังร่วมมือกับบริษัท บูม (Boom) ซึ่งเป็นบริษัทตั้งใหม่จากสหรัฐฯ เพื่อพัฒนา XB-1 ที่โฆษณาว่าจะเป็นยานบินพลเรือนที่บินได้เร็วที่สุดที่เคยสร้างขึ้น

Image copyright BOOM
คำบรรยายภาพ บริษัทบูม กำลังพัฒนาอากาศยานรุ่นหลังจากคองคอร์ด แต่ต้องรอจนถึงปี 2566 จึงจะเริ่มให้บริการ

บริษัทโบอิ้งและบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ก็กำลังพัฒนาเครื่องบินโดยสารไอพ่นเร็วเหนือเสียงอยู่เช่นกัน แต่เซอร์ริชาร์ดหวังว่าจะสร้างได้สำเร็จก่อน

"เบบี้ บูม" เครื่องบินต้นแบบ จะเริ่มทดลองบินในช่วงหลังของปีนี้ แต่กว่าที่จะเปิดให้คนทั่วไปใช้บริการเครื่องบินรุ่นแรกซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องต้นแบบนี้ได้ ก็คงต้องรอจนถึงปี 2556

เครื่องบินนี้บินได้เร็วกว่าเครื่องคองคอร์ดถึง 10% (คองคอร์ดบินได้เร็วกว่าสองเท่าของความเร็วเสียง) เท่ากับบินได้เร็วกว่าเครื่องบินธรรมดาทั่วไปถึงเกือบสามเท่า

บริษัทบูมออกแบบเครื่องบินให้บรรทุกผู้โดยสารได้คราวละ 40 คนและบินระหว่างลอนดอนและนิวยอร์กได้ในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง 15 นาที

ผลกำไรต่อเนื่อง

แม้ราคาน้ำมันกำลังขยับสูงขึ้น แต่สายการบินทั้งหลายตั้งเป้าว่าจะยังคงทำกำไรได้ในปี 2560

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือไออาต้า (The International Air Transport Association - IATA) คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสายการบินทั่วโลกจะทำรายได้ถึง 29.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้ ซึ่งจะนับว่าทำกำไรติดต่อกันสามปีรวด โดยเมื่อปีที่แล้วทำรายได้มากเป็นประวัติการณ์ถึง 35.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายอเล็กซองดร์ เดอ ฌูนิยัค ผู้อำนวยการทั่วไปของไออาต้า กล่าวว่าสามปีมานี้อุตสาหกรรมการบินทำรายได้ดีเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนสารพัด เขาเห็นว่าความพยายามในการปรับโครงสร้างและปรับรื้อระบบส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

แต่ไม่ใช่ว่าทุกสายการบินจะทำกำไรได้อย่างเสมอหน้ากัน คาดกันว่าสายการบินที่มีผลกำไรดีที่สุดจะได้แก่สายการบินของอเมริกาเหนือ ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการควบรวมกิจการกันเป็นระลอก

เส้นทางบินไกลแสนไกล

ขนาดของเครื่องบินไม่ถือเป็นเรื่องสลักสำคัญอีกต่อไป จนสามารถที่จะลืมเรื่องการเปรียบเทียบขนาดของเครื่องบินไปได้เลย จุดสนใจของปีนี้อยู่ที่ความไกลของเส้นทาง และการแข่งกันว่าใครจะเป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินที่มีระยะเวลาทำการบินนานที่สุด

ปัจจุบันสายการบินเอมิเรตส์ ครองตำแหน่งมีเที่ยวบินที่มีระยะเวลาทำการบินยาวนานที่สุด ในเส้นทางดูไบ-โอ๊คแลนด์ ระยะทาง 14,200 กม. โดยเที่ยวบินที่ออกเดินทางจากดูไบไปโอ๊คแลนด์ มีชั่วโมงบินนาน 16 ชั่วโมง 5 นาที ส่วนขากลับใช้เวลา 17 ชั่วโมง 25 นาที

แต่สายการบินกาตาร์ซึ่งเป็นคู่แข่งกำลังจะแย่งตำแหน่งได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เมื่อเริ่มให้บริการบินจากโดฮาไปโอ๊คแลนด์ ระยะทาง 14,542 กม. โดยจะมีชั่วโมงบินนานถึง 17 ชั่วโมงครึ่งและ 18 ชั่วโมงครึ่ง

ในแง่ของระยะทางนั้น สายการบินที่มีเที่ยวบินเส้นทางไกลที่สุดคือแอร์อินเดีย ซึ่งบินจากกรุงนิวเดลีไปนครซานฟรานซิสโก (15,300 กม.) โดยปัจจุบันบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกแทนที่จะบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยใช้เวลาเพียง 14 ชั่วโมงครึ่ง ปัจจัยที่ทำให้เครื่องบินเดินทางได้เร็วขึ้นคือลมส่งท้าย

ตื่นเต้นแต่ไม่หรู

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ จากรถยนต์มาสู่รถไฟและเครื่องบิน เอเชียเป็นตลาดการเดินทางที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

สายการบินแอร์ฟรานซ์วางแผนจะเปิดตัวบริการเที่ยวบินราคาประหยัดในช่วงปลายปี 2560 เพื่อให้บริการในนครใหญ่ ๆ ของเอเชีย ตามมาด้วยเส้นทางต่าง ๆ ไปสหรัฐฯ ปัจจุบันกลุ่มแอร์ ฟรานซ์และเคแอลเอ็ม ให้บริการเที่ยวบินราคาประหยัดในยุโรปภายใต้ชื่อ สายการบินฮ็อปและทรานเซเวียตามลำดับ

ภายในยุโรป ไรอันแอร์ และอีซี่เจ็ต ครองตลาดส่วนใหญ่ของสายการบินราคาประหยัด ทำให้หลายบริษัทมองหาทางทำกำไรเพิ่มจากเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

สายการบินวาวแอร์ (Wow Air) ของไอซ์แลนด์ ก็จะขยายเส้นทางบินของเที่ยวบินราคาประหยัดไปยังสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน 2560 โดยวางแผนจะเพิ่มเที่ยวบินสี่เที่ยวต่อสัปดาห์ผ่านกรุงเรคยาวิก

พื้นที่กว้างขึ้น แต่ก็แพงขึ้น

Image copyright Delta Airlines
คำบรรยายภาพ เครื่องบินรุ่น A350s ของสายการบินเดลต้าจะมีที่นั่งชั้นธุรกิจ 32 ที่นั่ง ชั้นประหยัดแบบพิเศษ (ตามภาพถ่าย) 48 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 226 ที่นั่ง

ในอดีตที่นั่งบนเครื่องบินเคยมีเพียงที่นั่งชั้นหนึ่ง ชั้นธุรกิจและชั้นประหยัด แต่เดี๋ยวนี้มีเพิ่มขึ้นมาอีกประเภทคือ ชั้นประหยัดแบบพิเศษ

แม้ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วประเภทนี้จะยังต้องนั่งช่วงท้าย ๆ ลำ แต่ก็มีที่ให้เหยียดขาได้มากขึ้น มีบริการพิเศษและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากขึ้นด้วย

ในช่วงปลายปีนี้สายการบินเดลต้าแอร์ จะเริ่มให้บริการ "เดลต้า พรีเมี่ยม ซิเล็ก" หรือบริการคัดสรรพิเศษเดลต้า โดยนำเครื่องบินแอร์บัสใหม่ A350s มาให้บริการในเที่ยวบินระหว่างประเทศ ที่มีชั่วโมงบินนาน สายการบินบอกว่าผู้โดยสารจะมีพื้นที่ให้วางขาห่างจากที่นั่งด้านหน้าถึง 38 นิ้ว ตัวที่นั่งเองกว้างถึง 19 นิ้วและปรับเอนได้ถึง 7 นิ้ว กับจะบริการผ้าห่มมียี่ห้อ พร้อมหมอนและกระเป๋าของใช้บนเครื่องบินให้ด้วย แต่ราคาตั๋วประหยัดแบบพิเศษนี้ แพงกว่าค่าตั๋วธรรมดาถึงประมาณสามเท่า