ใกล้ความจริง จีนทำปากกาลูกลื่นที่นายกฯพอใจ

ปากกาลูกลื่น

ความล้มเหลวของการผลิตปากกาลูกลื่นที่เขียนคล่อง สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพการผลิตเหล็กของจีน

มหาอำนาจจีน ผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยีมากมาย ตั้งแต่การส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศ สร้างระบบรถไฟความเร็วสูง สมาร์โฟนหลายล้านเครื่องขายทั่วโลก แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังมีอีกสิ่งที่ดูเหมือนจะถูกละเลยไป - นั่นคือปากกาลูกลื่น

เมื่อปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ถึงกับบ่นออกอากาศทางโทรทัศน์ เรื่องความล้มเหลวของจีน ที่ไม่สามารถผลิตปากกาลูกลื่นให้มีคุณภาพได้ ทั้งที่จริงแล้ว ดูไม่น่าจะเป็นงานที่ยาก โดยเขารู้สึกว่าปากกาลูกลื่นที่ผลิตในจีนเขียนแล้วฝืด เมื่อเทียบกับของที่ผลิตในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ถึงกับบ่นออกอากาศทางโทรทัศน์ เรื่องความล้มเหลวของจีน ที่ไม่สามารถผลิตปากกาลูกลื่นให้มีคุณภาพได้

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวปากกา แต่เป็นที่หัว หรือลูกกลิ้งที่คอยปล่อยหมึกออกมาเวลาเขียนนั่นเอง ซึ่งนี่อาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่ที่จริงแล้วการผลิตหัวปากกาต้องใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำและแผ่นเหล็กที่แข็งแกร่งแต่บางเฉียบ

อธิบายง่ายๆ ก็คือ คุณภาพของเหล็กจีนยังไม่ดีพอ ทำให้ยากต่อการขึ้นรูปหัวปากกาตามคุณสมบัติที่ถูกต้อง ซึ่งการที่จีนไม่มีศักยภาพด้านนี้ ผู้ผลิตปากกา 3,000 ราย จึงยังต้องนำเข้าชิ้นส่วนดังกล่าว คิดเป็นค่าใช้จ่ายของอุตสาหกรรมถึง 120 ล้านหยวน (600 ล้านบาท) ต่อปี

อย่างไรก็ตาม รายงานของหนังสือพิมพ์ พีเพิ้ลส์ เดลี่ ระบุว่า บริษัท ไท่หยวน ไอร์อ้อนแอนด์สตีล ได้ใช้เวลาวิจัยมา 5 ปี จนสามารถแก้ปัญหานี้ได้แล้ว โดยได้ผลิตหัวปากกาลูกลื่นขนาด 2.3 มิลิเมตรรุ่นแรกออกมาเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งถ้าทดสอบในห้องปฏิบัติการเสร็จ ก็คาดว่าจีนจะค่อยๆ ลดการนำเข้าหัวปากกาลูกลื่นได้ภายใน 2 ปี

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ยุโรปเป็นผู้นำในการผลิตปากกาลูกลื่น

แต่ข้อสงสัยที่ว่า จีนจะผลิตปากกาคุณภาพเยี่ยมได้หรือไม่นั้น ก็ยังไม่สำคัญมากถ้ามองที่ภาพรวม เพราะโครงการ 'เมด อิน ไชน่า 2025' ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเติบโตในประเทศ มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมและการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยเป็นหัวใจสำคัญมากกว่า ทำให้สินค้าที่มีมูลค่าค่อนข้างต่ำอย่างปากกาลูกลื่นไม่ได้ถูกจัดลำดับความสำคัญอยู่ในอันดับต้นๆ และเป็นเพียงปัญหาในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่ชี้ว่า จีนที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบและเหล็กปริมาณครึ่งหนึ่งของโลก ยังคงต้องอาศัยการนำเข้าเหล็กคุณภาพสูง ซึ่งความล้มเหลวนี้ นายกรัฐมนตรี หลี่ กล่าวว่า เน้นให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องยกระดับสมรรถภาพในการผลิตของจีน

ด้านศาสตราจารย์จอร์ช ฮวง หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเครื่องจักรและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยฮ่องกงให้ความเห็นว่า เท่าที่ผ่านมา จีนยังทำงานด้านวิศวกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำได้ไม่ดีนัก โดยปัญหาของชิ้นส่วนต่างๆ ที่เล็กและต้องการความแม่นยำ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ได้ และวิศวกรรมแขนงนี้ยังมีอยู่แค่ในบางภาคส่วน เช่น การบิน และการผลิตอาวุธ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

Image copyright Getty Images

แม้กระทั่งในการผลิตสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ จีนก็ยังต้องใช้ชิพที่นำเข้าจากญี่ปุ่นและไต้หวันอยู่ ซึ่งศาสตราจารย์ ฮวง กล่าวว่า จีนยังขาดวัฒนธรรมที่เน้นความแม่นยำที่เป็นเลิศในงานด้านวิศวกรรม โดยเขาใช้คำว่า 'ฟู่เฉา' ซึ่งหมายถึงอะไรก็ตาม ที่ไม่เต็ม 100% หรือเชื่อถือไม่ได้ "วัฒนธรรมเราต่างจากของชาวญี่ปุ่นและเยอรมัน" ซึ่งเป็นที่รู้จักดีเรื่องนวัตกรรมในงานวิศวกรรม "เราชาวจีนควรจะเป็นช่างฝีมือ แต่ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งทำให้สปิริตยังไม่ดีเท่า"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง