มลพิษทางอากาศ กับวิธีแก้ของเมืองใหญ่ทั่วโลก

โลแกน เอ็ดดี้ ช่วยทดสอบเครื่องตรวจวัดมลภาวะ
คำบรรยายภาพ โลแกน เอ็ดดี้ ช่วยทดสอบเครื่องตรวจวัดมลภาวะ

เมืองใหญ่น้อยทั่วโลกกำลังคิดค้น หาทางออกใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่กำลังคุกคามสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น

โรงเรียนประถมในกรุงลอนดอนคิดจะแจกหน้ากากให้นักเรียนสวม สภาเทศบาลเมืองคอร์นวอลล์อาจใช้วิธีสุดขั้ว คือ การอพยพประชาชนออกจากบ้านริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ส่วน 4 เมืองใหญ่ของโลกอย่าง ปารีส เอเธนส์ เม็กซิโกซิตีและมาดริด มีแผนจะห้ามใช้รถยนต์ดีเซลภายในปี 2025 แต่เมืองชตุทท์การ์ทในเยอรมนี ได้ตัดสินใจห้ามใช้รถยนต์ดีเซลทั้งหมดยกเว้นรุ่นใหม่ล่าสุดในวันที่มีค่ามลพิษสูง และกรุงนิวเดลี ของอินเดีย อาจจะทดลองใช้เครื่องยนต์เจ็ท มาสร้างแรงลมที่ผลักดันให้อากาศสกปรกกระจายตัวออก

องค์การอนามัยโลกคำนวนว่า มีประชากรโลกมาถึง 92% ที่ต้องสัมผัสกับอากาศที่สกปรก แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับมลพิษหลายรูปแบบ เช่น สำหรับคนยากจนตามต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะสูดไอพิษจากการทำอาหารด้วยเตาถ่านในที่ปิด แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดตามเมืองใหญ่ มลพิษมักจะมาในรูปแบบที่ผสมผสาน ระหว่างไอเสียจากรถยนต์ กับเขม่าและฝุ่นจากการก่อสร้าง ส่วนในประเทศพัฒนาแล้ว ก็อาจเป็นไอเสียจากรถยนต์ และแอมโมเนียที่ถูกลมพัดมาจากไร่ในอุตสาหกรรมเกษตร นอกจากนี้ ตามเมืองใหญ่ ๆ ของยุโรป ซึ่งประชาชนได้รับการส่งเสริมให้ซื้อรถยนต์ดีเซลประหยัดน้ำมันเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน อันตรายมักเกิดจากก๊าซไนโตรเจน ไดออกไซด์ และอนุภาคมลพิษ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ กรุงนิวเดลี เป็นหนึ่งในเมืองที่มีมลภาวะมากที่สุดในโลก

ดังนั้น ขั้นแรกของการแก้ปัญหา คือการทำความเข้าใจให้แน่นอนว่า อากาศบริเวณไหนมีมลภาวะบ้าง และประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไร

ข้อมูลส่วนบุคคล

นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ กำลังติดตามการทำงานของเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา ในการเก็บข้อมูลที่แม่นยำถึงระดับตัวบุคคล เช่น ที่เด็กชายโลแกน เอ็ดดี้ อาสาสมัครวัย 14 ปี ใส่ไว้ในเป้สะพายหลัง เพื่อนำไปบันทึกรายละเอียดจากอากาศในบริเวณที่เขาเดินผ่าน โดยเครื่องจะแสดงตำแหน่งที่เขาเดินไป ออกมาเป็นเส้นบนแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสีของเส้นจะเป็นเครื่องบ่งชี้คุณภาพอากาศ

ข้อมูลที่ได้ชี้ว่า บริเวณสี่แยกที่โลแกน ยืนรอข้ามถนนซึ่งมีการจราจรหนาแน่น มีคุณภาพอากาศต่ำกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกมาก ส่วนบริเวณทางเท้าอีกแห่งกลับสะอาดกว่าอย่างชัดเจน แต่แล้วก็กลับมามีค่ามลพิษแทบทะลุมาตรวัดบริเวณใต้หลังคาใกล้กับร้านค้าซึ่งเป็นจุดที่มีรถยนต์จอดติดเครื่องทิ้งไว้

การได้เห็นภาพกราฟิกที่แสดงว่า ค่ามลพิษสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากขนาดนี้ ทำให้โลแกนมีมุมมองเกี่ยวกับอากาศที่แตกต่างออกไป และเพื่อน ๆ ของเขาก็พากันปรับพฤติกรรมทันที "คนที่รู้ ต่างก็เลิกไปยืนรอเพื่อนใกล้ ๆ รถบัส ในช่วงหลังเลิกเรียน โดยจะยืนไกลออกไปจากรถบัส ซึ่งเห็นได้ว่ามันมีผลกระทบที่ชัดเจน"

คำบรรยายภาพ เครื่องวัดแสดงค่ามลภาวะระหว่างการเดินทาง

เครื่องวัดคุณภาพอากาศส่วนตัว เป็นเพียงหนึ่งในอุปกรณ์ที่กำลังถูกนำไปแจกจ่ายเพื่อทดลองในเมืองเลสเตอร์ เพื่อรวบรวมภาพที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับตำแห่ง และเวลาที่เกิดมลพิษ โดยในหลายกรณี มลพิษจะสะสมในระยะสั้น ๆ เฉพาะช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่การจราจรติดขัด

ศ.โรแลนด์ เลห์ จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ กล่าวว่า การทำความเข้าใจอย่างแม่นยำเกี่ยวกับตำแหน่งและเวลาที่การจราจรติดขัดหรือหยุดนิ่ง จะช่วยให้สามารถบริหารการจราจร เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในกลุ่มที่อ่อนไหว อย่างเด็กและผู้สูงอายุได้

"สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนทำได้ คือปรับปรุงระบบการขนส่ง เพื่อให้ไม่เกิดการจราจรติดขัดบริเวณหน้าโรงเรียนประถมและบ้านพักคนชรา แต่ให้ไปต่อแถวกันในส่วนอื่นของเมืองที่จะเป็นอันตรายน้อยกว่า"

Image copyright AP

การทำให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้น

ผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากรัฐบาล กำลังค่อย ๆ ปรับปรุงการออกแบบเครื่องยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเริ่มจากการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับคาร์บอนและน้ำมันที่ตกค้างจากการเผาไหม้ก่อน ตามมาด้วยเทคโนโลยีดักจับอนุภาค และไนโตรเจน ไดออกไซด์ เมื่อไม่นานมานี้

มาตรฐานล่าสุดของยุโรปอย่าง ยูโร 6 กำหนดให้รถยนต์ต้องปล่อยมลพิษน้อยกว่ารุ่นก่อน ๆ มาก แต่ความเชื่อมั่นก็ถูกทำลายไป หลังจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างโฟล์คสวาเกน ถูกจับได้ว่าโกงการตรวจสอบมาตรฐาน ด้วยการใช้ซอฟท์แวร์ควบคุมค่ามลพิษ

ด้านวิศวกรของมหาวิทยาลัยบาธ ได้นำรถยนต์มาทดสอบในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับลักษณะการใช้รถยนต์ตามปกติ โดยใช้ลู่วิ่งที่ทำเลียนแบบถนน และหุ่นยนต์คนขับ เพื่อวัดว่ามีอะไรถูกปล่อยออกมาจากท่อไอเสียบ้าง รวมถึงพยายามศึกษาจุดสมดุลในการออกแบบเครื่องยนต์ที่สะอาด เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ดักจับมลพิษเพิ่ม อาจทำให้รถต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าจะทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซค์มากขึ้น และกลับกลายเป็นทำลายความพยายามแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

คำบรรยายภาพ เมืองบาธ กำลังตรวจสอบมลภาวะจากรถยนต์อย่างละเอียด

ทุกวันนี้ ไม่ว่ามาตราฐานใหม่จะดีเท่าใด แต่ก็ยังมีรถยนต์เก่าจำนวนมากวิ่งอยู่บนท้องถนน ทำให้รัฐบาลอังกฤษออกโครงการกำจัดรถยนต์เก่า เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนไปใช้รถยนต์รุ่นที่สะอาดขึ้น ซึ่งโครงการนี้ กำลังได้รับความสนใจจากพันธมิตรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เช่น สหพันธ์ธุรกิจขนาดเล็ก ลอนดอนเฟิร์ส กรีนพีซ และสมาคมผู้ถือใบอนุญาตขับแท็กซี่ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังอยู่ที่การหาเงินทุน และการเจรจาตกลงว่าใครจะเป็นคนจ่าย ระหว่างโครงการของรัฐบาลที่ใช้เงินภาษี หรือเจ้าของรถยนต์

ศ.คริส เบรซ วิศวกรยานยนต์ของมหาวิทยาลัยบาธ กล่าวว่า "ไม่ว่าจะใช้วิธีแก้ปัญหานี้อย่างไร ก็เท่ากับกำลังขอให้ประชาชนจ่ายเงินภาษีมากขึ้น หรือไม่ก็ต้องหาเงินเพิ่มมาซื้อรถยนต์ใหม่ ซึ่งเราต้องตัดสินใจว่านั่นเป็นสิ่งที่สังคมยินดีทำหรือไม่"

Image copyright AFP

ทางเลือกที่ยากตัดสิน

  • ผู้ปกครองของเด็กที่เป็นโรคหอบหืด จะควักกระเป๋าจ่ายเงินเปลี่ยนรถใหม่ให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้นหรือไม่?
  • โครงการสร้างที่พักอาศัย จะเพิ่มจุดจอดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือไม่?
  • เงินที่ประหยัดได้ จากการใช้เครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้น้ำมันน้อยลง จะถูกมองว่าควรค่าต่อการเสียสละ เพื่ออากาศที่สะอาดขึ้นสำหรับสาธารณะหรือไม่?

เหล่านี้ล้วนแต่เป็นคำถามของประเทศพัฒนาแล้ว

ส่วนในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในทวีปแอฟริกา และอีกหลายส่วนของเอเชีย แทบจะไม่มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศเลยด้วยซ้ำ ยังไม่นับเจตจำนงทางการเมือง หรือเงินทุนที่จะนำมาใช้แก้ปัญหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง