อาหารปลอดกลูเตนอาจไม่ดีอย่างที่คิด

ขนมปัง Image copyright Sean Gallup

อาหารปลอดกลูเตน อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับสุขภาพ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า ผู้ที่ไม่บริโภคกลูเตน อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเป็นโรคเบาหวาน

การรับประทานอาหารปลอดกลูเตนกำลังได้รับความนิยม ทั้งที่จริงแล้ว ผู้ที่เป็นโรคแพ้กลูเตนหรือ coeliac disease มีเพียงร้อยละ 1 ของประชากรเท่านั้น และยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า การลดปริมาณกลูเตนมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาว

Image copyright Getty Images

ปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภค หันไปเลือกอาหารที่ปราศจากส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ หรือที่เรียกว่า free-from food นั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยม บล็อกเกี่ยวกับอาหารทางอินเทอร์เน็ตที่เขียนโดยคนดัง บวกกับการแบ่งปันรูปภาพอาหาร ผ่านการติดแฮชแท็ก #foodporn บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างอินสตาแกรม

กลูเตน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในเมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวสาลี ข้าวไรย์ และ ข้าวบาร์เลย์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐฯ ได้ศึกษาข้อมูลด้านการแพทย์ของผู้ป่วยเกือบ 200,000 คน ตลอดช่วง 30 ปี และพบว่า ผู้ที่ไม่รับประทานอาหารเหล่านี้ อาจมีอัตราเสี่ยงเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าผู้บริโภคที่มีปริมาณกลูเตนในร่างกายสูงกว่า

คำบรรยายภาพ โนวัค ยอโควิช กล่าวว่า ความสำเร็จส่วนหนึ่งของเขา เกิดจากการบริโภคอาหารปลอดกลูเตน

อย่างไรก็ตาม แซม กิล นักโภชนาการ กล่าวว่า ข้อมูลนี้ ไม่ควรทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อขนมปัง และพาสต้ามารับประทานเพื่อลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน โดยเธอบอกกับบีบีซีว่า ผลการสำรวจที่ออกมานี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับงานวิจัยต่อไปในอนาคต แต่สังคม 'ควรตีความบทสรุปของการศึกษาฉบับนี้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า กลูเตนเป็นตัวที่ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน หรือมีปัจจัยอื่น ๆ ในอาหารซึ่งมีส่วนผสมของกลูเตนอยู่ด้วย ที่มีอิทธิพลต่อการลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน'

นอกจากนี้ เธอยังเตือนว่า ผู้บริโภคควรจะเลิกคิดว่ากลูเตนให้ผลเสียต่อร่างกาย 'การรับประทานกลูเตน ไม่ได้มีผลในเชิงลบต่อร่างกายในประชาการส่วนใหญ่ มีแต่ผู้ที่เป็นโรคแพ้กลูเตนเท่านั้น ที่จำเป็นต้องรับประทานอาหารปลอดกลูเตน'

ข่าวที่เกี่ยวข้อง