ชี้วาฬไม่มีฟันเริ่มวิวัฒนาการจนตัวใหญ่เมื่อ 3 ล้านปีก่อน

วาฬสีน้ำเงินอาจมีลำตัวยาวกว่า 30 เมตร โดยขนาดที่ใหญ่โตของมันช่วยเพิ่มโอกาสในการอยู่รอด Image copyright SILVERBACK FILMS/BBC
คำบรรยายภาพ วาฬสีน้ำเงินอาจมีลำตัวยาวกว่า 30 เมตร โดยขนาดที่ใหญ่โตของมันช่วยเพิ่มโอกาสในการอยู่รอด

คณะนักวิจัยอเมริกันเผยผลการศึกษาล่าสุด ซึ่งชี้ว่าวาฬชนิดที่ไม่มีฟันหรือวาฬบาลีน (Baleen) ซึ่งรวมถึงวาฬสีน้ำเงิน วาฬฟิน วาฬไรท์ และวาฬหัวคันศร เริ่มมีวิวัฒนาการจากวาฬขนาดเล็กจนมามีขนาดตัวใหญ่ยักษ์เมื่อราว 3 ล้านปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนัก เมื่อเทียบกับข้อเท็จจริงที่ว่าสัตว์ในตระกูลวาฬถือกำเนิดขึ้นบนโลกเมื่อราว 50 ล้านปีที่แล้ว

คณะนักวิจัยซึ่งนำโดย ดร. นิค เพย์นซัน จากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้านประวัติศาสตร์ธรรมชาติของสถาบันสมิธโซเนียน เผยว่าผลการศึกษาวิเคราะห์ฟอสซิลกระดูกวาฬหลากหลายชนิดจากหลายยุคสมัย รวมถึงฟอสซิลของวาฬที่สูญพันธุ์ไปแล้ว 63 ชนิดและวาฬที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 30 ล้านปีก่อน ชี้ว่าตลอดช่วงเวลา 3 ล้านปีที่ผ่านมา วาฬไม่มีฟันบางสายพันธุ์มีวิวัฒนาการจนตัวใหญ่ขึ้นดังที่เราพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน เช่นวาฬสีน้ำเงิน สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอาจมีความยาวลำตัวได้มากกว่า 30 เมตร ในขณะที่วาฬขนาดเล็กหลายสายพันธุ์ในอดีตค่อย ๆ สูญพันธุ์ไป

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ วาฬชนิดที่ไม่มีฟันหรือวาฬบาลีน ใช้แผ่นกระดูกที่เป็นซี่เล็กคล้ายหวีซึ่งห้อยลงมาจากเพดานปากเป็นอวัยวะกรองกินสัตว์ตัวเล็ก ๆ ในน้ำทะเล

รายงานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสารของราชสมาคมกรุงลอนดอน (Proceedings of the Royal Society B) โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศช่วงสิ้นยุคไพลโอซีน จากสภาพอากาศที่อบอุ่นมาเริ่มหนาวเย็นลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วาฬไม่มีฟันเริ่มเปลี่ยนแปลงขนาดของร่างกาย

อากาศที่หนาวเย็นลงเป็นสัญญาณการเข้าสู่ยุคน้ำแข็งในยุคไพลสโตซีน ทำให้เกิดแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งปรับเปลี่ยนช่องทางไหลเวียนของกระแสน้ำและสารอาหารในมหาสมุทร เช่นแผ่นน้ำแข็งไปปิดช่วงคอคอดของแผ่นดินปานามา และปิดช่องทางเชื่อมต่อของกระแสน้ำระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกกับแปซิฟิก ในขณะเดียวกัน แผ่นน้ำแข็งที่ก่อตัวทางตอนเหนือของโลกยังทำให้เกิดมวลน้ำเย็นจำนวนมากที่จมลงสู่ก้นมหาสมุทร และทำให้เกิดกระบวนการแทนที่ ซึ่งมวลน้ำก้นมหาสมุทรกลับลอยตัวขึ้นสู่ด้านบน พัดพาเอาสารอาหารปริมาณมหาศาลขึ้นมาด้วย

Image copyright MARIA TERESA LARA
คำบรรยายภาพ ในภาวะโลกร้อนเช่นปัจจุบัน ขนาดที่ใหญ่โตของวาฬกลับไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของพวกมัน

สารอาหารเหล่านี้ทำให้สัตว์เล็กที่เป็นอาหารของวาฬไม่มีฟัน เช่นแพลงก์ตอนหรือเคย (Krill) เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างมาก วาฬไม่มีฟันในยุคดังกล่าวจึงมีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ เปิดทางไปสู่การมีขนาดตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งขนาดลำตัวที่ใหญ่โตมโหฬารนั้นเป็นข้อได้เปรียบในการดำรงชีวิต เพราะทำให้กินอาหารได้มากขึ้น และเดินทางหาอาหารได้รวดเร็วในขอบเขตที่กว้างไกลขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันมีลักษณะสวนทางกับวิวัฒนาการของวาฬไม่มีฟัน โดยการที่โลกกำลังร้อนขึ้นและในศตวรรษหน้าอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-4 องศาเซลเซียส จะกระทบต่อสภาพการดำรงชีวิตในท้องทะเล โดยอาหารของวาฬไม่มีฟันจะลดลงอย่างมาก วาฬไม่มีฟันบางชนิดเช่นวาฬสีเทาอาจจะดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ เพราะมีความยืดหยุ่นในการเลือกกินอาหารได้หลากหลายประเภท แต่วาฬสีน้ำเงินซึ่งกินเคยเป็นอาหารแทบจะเพียงอย่างเดียวอาจต้องสูญพันธุ์ไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง