กฎหมายจัดระเบียบการค้าประเวณี: มองเยอรมนี แล้วย้อนมาไทย

แซนดี้ Image copyright BBC THAI/Kaona Pongpipat
คำบรรยายภาพ "แซนดี้" เริ่มอาชีพขายบริการทางเพศในเยอรมนีมาตั้งแต่ก่อนการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน

เยอรมนี ประเทศซึ่งยอมให้การค้าบริการทางเพศเป็นเรื่องถูกกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2545 เตรียมบังคับใช้ กฎหมายจัดระเบียบการค้าประเวณี ฉบับใหม่เดือนกรกฎาคมนี้ โดยกำหนดให้ผู้ขายบริการทางเพศต้องลงทะเบียนทำใบอนุญาตกับเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องตรวจสุขภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจนี้ต้องขอใบอนุญาต อีกทั้งยังบังคับให้ผู้ซื้อบริการต้องใช้ถุงยางอนามัย หญิงไทยที่ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศ และประกอบอาชีพค้าบริการในเยอรมนีมาเกือบ 30 ปี เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ไทยควรเอาอย่าง ชี้เป็นการคุ้มครองทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อบริการและจะลดปัญหาอาชญากรรม

"แซนดี้" แห่งบานโฮฟเฟียส์เทล

"แซนดี้" หญิงไทยที่ผ่านการแปลงเพศ วัย 50 ปี เริ่มอาชีพขายบริการทางเพศในเยอรมนีมาตั้งแต่ก่อนการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานทำให้เธอเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรเปลี่ยนอาชีพที่เธอภาคภูมิใจนี้ให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย รวมทั้งจะต้องมีกฎหมายจัดระเบียบและคุ้มครองผู้เกี่ยวข้องในการค้าประเวณีในลักษณะเดียวกับที่กำลังจะบังคับใช้ในเยอรมนีด้วย

เยอรมนีนับเป็นประเทศที่มีกฎหมายด้านการค้าประเวณีที่ 'เสรี' ที่สุดในโลก ไม่ต่างจากเนเธอแลนด์และนิวซีแลนด์ จุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเยอรมนีคือการผ่านกฎหมายเมื่อปี พ.ศ.2545 ที่ทำให้การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เปิดทางให้ผู้ขายบริการทางเพศสามารถฟ้องเรียกร้องเรื่องค่าจ้างได้ ได้รับการคุ้มครองด้านการประกันสุขภาพ ประกันสังคม และทำให้การขายบริการทางเพศไม่ถือเป็น 'สิ่งที่ผิดศีลธรรม' อย่างที่กฎหมายเคยนิยามอีกต่อไป

Image copyright BBC THAI/Kaona Pongpipat
คำบรรยายภาพ บานโฮฟเฟียส์เทล

หลังผ่านกฎหมายมาแล้ว 15 ปี ธุรกิจให้บริการทางเพศขยายตัวจนมีมูลค่าปีละกว่า 1.6 หมื่นล้านยูโร (6.1 แสนล้านบาท) และสถานบริการทางเพศขนาดใหญ่ก็มีจำนวนมาก ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียงที่มีกฎหมายที่เข้มงวด รวมทั้งดึงดูดผู้ให้บริการทางเพศจากยุโรปตะวันออกและชาติอื่นเข้าไปทำงานด้วย โดยคาดว่าตัวเลขโสเภณีในเยอรมนีมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว คือมีผู้ค้าบริการประมาณ 400,000 คนในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา

แม้ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดูมี 'เจตนา' ที่ดี แต่หลายฝ่ายเชื่อว่ากว่าทศวรรษให้หลัง การทำให้การค้าประเวณีถูกกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบเช่นนั้นได้ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบและการค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจการค้าบริการทางเพศอย่างกว้างขวาง องค์กรสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่มีมติสนับสนุนให้การค้าประเวณีโดยความยินยอม เป็นเรื่องถูกกฎหมายทั่วโลก อย่างไรก็ดี แอมเนสตี้ฯ ระบุว่าสิ่งนี้ไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนที่ยึดถือมานานว่า การค้าและบังคับใช้แรงงานเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

"ถ่ายเลยนะคะ ถ่ายได้เลย ขออนุญาตเจ้าของตึกแล้ว" แซนดี้ย้ำตลอดเวลาที่เธอพาบีบีซีไทยเดินชมไปทั่วตึกหลังหนึ่งในย่านบานโฮฟเฟียส์เทล ใกล้สถานีรถไฟหลักของนครแฟรงก์เฟิร์ต ย่านบานโฮฟเฟียส์เทลเป็นแหล่งบันเทิงและเป็นที่ตั้งอาคารสำหรับขายบริการทางเพศเป็นหลัก ไม่แปลกที่เธอจะเดินกรีดกรายไปทั่วตึกนี้ด้วยความมั่นใจและอารมณ์ดี เพราะที่นี่ไม่ใช่เพียงที่ทำงาน แต่เป็น 'บ้าน' ซึ่งเธออาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา

แซนดี้ย้อนเล่าความทรงจำช่วงหลังจากกำแพงเบอร์ลินล่มสลายให้ฟังว่า สภาพเศรษฐกิจช่วงนั้นเฟื่องฟู ชาวเยอรมันตะวันออกหลั่งไหลเข้าไปยังฝั่งตะวันตก และหลั่งไหลมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แซนดี้ทำงานเก็บเงินอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะเดินทางกลับไทยเพื่อผ่าตัดแปลงเพศ แล้วเดินทางกลับมาเยอรมนีตั้งใจปักหลักประกอบอาชีพที่เธอบอกว่าเงินดีและเป็นสิ่งที่เธอภูมิใจ

Image copyright BBC THAI/Kaona Pongpipat

หลังใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเบอร์ลินเกือบ 6 ปี แซนดี้ย้ายมาแฟรงก์เฟิร์ต โดยมีห้องพักอยู่ในตึกที่เธอเช่าเพื่อเป็นทั้งที่อยู่และที่ขายบริการ นี่เป็นระบบการดำเนินการของสถานบริการทางเพศในย่านบานโฮฟเฟียส์เทล และในเมืองใหญ่อื่น ๆ ในเยอรมนี ผู้ขายบริการจะยืนรอลูกค้าอยู่หน้าห้องเช่าที่จ่ายค่าเช่าเจ้าของตึกเป็นรายวัน ลูกค้าที่เดินไปมาสามารถพูดคุยและตกลงราคากับผู้ขายบริการได้โดยตรง

กฎหมายใหม่

กฎหมายจัดระเบียบและคุ้มครองผู้เกี่ยวข้องในการค้าประเวณี ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในเดือนหน้า เป็นความพยายามของรัฐที่จะควบคุมดูแลธุรกิจการค้าบริการทางเพศให้รัดกุมขึ้น ตามรายงานข่าวในเว็บไซต์ข่าวดิอินดิเพนเดนต์ของอังกฤษ กฎหมายฉบับนี้บังคับให้ผู้ขายบริการขึ้นทะเบียนทำใบอนุญาตกับทางรัฐ โดยต้องต่ออายุทุก ๆ สองปี (ทุก ๆ ปีสำหรับผู้ขายบริการที่อายุต่ำกว่า 21 ปี) ในขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจขายบริการทางเพศทุกรายต้องขอใบอนุญาตเพื่อมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย อีกทั้งยังบังคับให้ผู้ขายบริการเข้าร่วมการอบรมด้านสุขภาพประจำปีด้วย

ที่สำคัญ กฎหมายฉบับนี้บังคับให้ผู้ขายและซื้อบริการต้องใช้ถุงยางอนามัย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่เกือบ 40,000 บาทไปจนถึงเกือบ 2 ล้านบาท และทางการสามารถถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบการได้

Image copyright BBC THAI/Kaona Pongpipat

แซนดี้จ่ายค่าเช่าวันละ 160 ยูโร หรือราว 6,100 บาท การลงทะเบียนกับทางรัฐเพื่อขอใบอนุญาตในการขายบริการน่าจะเป็นความพยายามที่จะทำให้กระบวนการการเก็บภาษีเป็นรูปเป็นร่างขึ้น แซนดี้ตกลงกับเจ้าของตึกว่าจะจ่ายค่าเช่าเท่าเดิม โดยเจ้าของตึกยอมจ่ายภาษีของผู้ขายบริการทางเพศแทนเธอ

ในห้องทำงานของเธอ ซึ่งสามารถปรับเฉดแสงไฟได้ทุกรูปแบบ และมี 'อุปกรณ์' และ 'เครื่องแบบ' มากพอที่จะเปิดเป็นเซ็กส์ช็อปขนาดย่อมของตัวเองได้ แซนดี้เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า ถึงแม้กฎหมายฉบับใหม่จะช่วยผู้ขายบริการเรื่องความปลอดภัยก็จริง แต่ในตึกลักษณะที่เธอทำงานอยู่ก็ปลอดภัยอยู่พอสมควรแล้ว โดยในละห้องจะมีปุ่มสัญญาณฉุกเฉินไปถึงมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พร้อมเดินทางมาให้ความช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุร้ายขึ้น

เธอมองว่าข้อดีสำคัญอย่างหนึ่งของการลงทะเบียนทำใบอนุญาตทำงานคือการลดจำนวนผู้ขายบริการที่อยู่ในเยอรมนีอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เป็นปัจจัยในการแข่งขันกดราคาการขายบริการให้ต่ำลงเรื่อยๆ

"อันนี้ดีตรงที่ว่า คราวนี้ไม่ใช่ใครก็มาทำงานได้ ในกรณีที่ไม่มีวีซ่า พวกนี้เข้ามาจะทำให้สั่นสะเทือนเพราะเขาขายถูกมาก [ค่าเช่าห้อง] เท่าเราแต่เอาปริมาณมากกว่า กฎหมายใหม่แซนว่าดีค่ะ คือให้เราไปขึ้นทะเบียนเลย จ่ายภาษีถูกต้อง ก่อนหน้านี้ยังไม่เป็นกิจจะลักษณะ"

Image copyright BBC THAI/Kaona Pongpipat

แซนดี้ยอมรับว่าตัวเธอเองเคยผ่านช่วงเวลาที่ไม่เป็นกิจจะลักษณะเช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปีสีเทาของเธอมีตั้งแต่การเปลี่ยนชื่อและพาสปอร์ตหลายต่อหลายครั้ง ไปจนถึงการแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว แซนดี้ในวันนี้อยู่มีสถานะเป็นผู้พำนักถาวรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากเยอรมนีผ่านกฎหมายจดทะเบียนใช้ชีวิตร่วมกันของคู่ที่เป็นเพศเดียวกันเมื่อปี 2001 ซึ่งเธอและแฟนที่เธอยอมรับเป็นคู่ชีวิตจูงมือกันไปจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

คนไทยในแฟรงก์เฟิร์ต

บีบีซีไทยตามแซนดี้ขณะเธอเดินไปทักทายเพื่อนร่วมงานตามห้องและชั้นต่าง ๆ อย่างอารมณ์ดี ไม่ว่าจะเป็น "มาดาม" สาวไซส์ใหญ่ชาวฝรั่งเศสผู้มีเครื่องทรมานทุกรูปแบบในห้อง ไปจนถึงเพื่อนสนิทชาวตุรกีชั้นบน ซึ่งเป็นชั้นที่แยกไปสำหรับผู้ขายบริการสาวประเภทสองที่ยังไม่ได้แปลงเพศ แซนดี้เชื่อว่าในนครแฟรงก์เฟิร์ตมีหญิงไทยที่ผ่านการผ่าตัดแปลงเพศอย่างเธอทำงานอยู่ประมาณ 20 คน ในขณะที่หญิงแท้ที่มาจากไทยเธอคิดว่าน่าจะมีไม่มากนักเมื่อเทียบเมื่อ 20 ปีก่อน

แม้ว่าจะมีรายงานข่าวถึงการค้ามนุษย์และบังคับขู่เข็ญผู้หญิงขายบริการที่มาจากยุโรปตะวันออกอยู่บ่อยครั้ง แต่แซนดี้เชื่อว่าคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อแทบจะไม่มี และเธอก็มองว่าสาวประเภทสองคนไทยเองก็สามารถดูแลตัวเองได้

มุมมองของแซนดี้แทบไม่ต่างจากนายปรมะ จำรัสโรมรัน กงสุลประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ที่กล่าวว่า แม้จะไม่สามารถบอกตัวเลขของคนไทยที่มาขายบริการทางเพศที่นี่ได้ แต่คาดว่าลดน้อยลงมากเมื่อเทียบกับช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากจำนวนที่ผู้ขายบริการจากประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่มากขึ้นหลังการกำเนิดของสหภาพยุโรป

นายปรมะ ระบุว่า ประวัติของคนไทยตกเป็นเหยื่อของด้านการขายบริการทางเพศมีจำนวนน้อยมาก

"นี่ไม่ใช่เมืองเดียวในเยอรมันที่อนุญาตให้มีการทำธุรกิจแบบนี้อย่างถูกกฎหมาย แต่เขาจะมีการควบคุมบางบริเวณในเมืองใหญ่ ๆ ในแฟรงก์เฟิร์ตเป็นย่านเช่นเดียวกัน ตรงนั้นเป็นตึกประมาณสี่บล็อกจัดไว้ให้มีย่านโคมแดง เป็นตึกสี่ห้าชั้น ตำรวจเองก็ดูแลตรงนั้นให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น เขาจะได้รู้ว่าบริเวณนี้มีกิจการนี้อยู่ จัดการขอบเขตได้ง่าย"

นายปรมะกล่าวว่า กฎหมายใหม่ที่ออกมามีเป้าหมายเพื่อให้รัฐบาลควบคุมผู้ที่ทำงานด้านนี้ และสามารถเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

แซนดี้ระบุว่า "อยากจะวอนรัฐให้ทำเรื่องอย่างนี้ให้มันถูกต้องไปเลยดีกว่า หมายความว่ามันเป็นกิจจะลักษณะไปเลย มันจะได้ยกระดับไปอีกนิดสำหรับผู้หญิง เมืองนอกอะ เขามีงี้ให้เลย มีตึกมีบ้านให้เดินเข้าไปหาเลย ปัญหาอาชญากรรมมันจะได้น้อยลง คดีข่มขืนมันก็ไม่ค่อยมี เพราะทุกคนมีสิทธ์เดินเข้ามาระบายความใคร่แล้วก็ออกไป"

ประเทศไทยเมืองพุทธ

สิ่งนี้อาจเป็นการวาดฝันที่เกินจริงไปสำหรับไทยประเทศที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งค้าบริการทางเพศ แต่ทัศนติต่อผู้ประกอบอาชีพนี้ยังคงเป็นแง่ลบอย่างรุนแรง

สำหรับแซนดี้ที่ยอมเปิดเผยเรื่องราวและตัวตนกับสาธารณะนี้ถือเป็นกรณียกเว้น เธอย้ำว่าสิ่งที่ทำคืออาชีพสุจริตที่เธอรักและภูมิใจ

ระหว่างที่พาเราเดินไปบนทางเดินใต้แสงนีออน แซนดี้มักส่งหางตาและสะบัดพัดในมือเสียงดังพรึ่บ เป็นเชิงเรียกลูกค้าที่เดินผ่านไปมา บนทางเดินเดียวกันนี้คนในครอบครัวของเธอเคยมาเที่ยวและเยี่ยมชมที่ทำงานของเธอแล้วเช่นกัน

พ่อ แม่ พี่ชาย และพี่สาวของแซนดี้ รู้ว่าเธอจะเดินทางไปทำอะไรที่เยอรมนีตั้งแต่ก่อนออกเดินทางมาเกือบ 30 ปีก่อน แม่ของเธอซึ่งเป็นพยาบาลเป็นคนช่วยจัดกระเป๋าให้ ทั้งยังซื้อถุงยางอนามัยเป็นกล่องๆ ให้เธอพกติดตัวมาด้วย

Image copyright BBC THAI/Kaona Pongpipat

แซนดี้เล่าว่า ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่เธอจะทำงานที่นี่ เธอวางแผนจะกลับไปอยู่เมืองไทยและเปิดฟาร์มสุนัขพันธุ์ปอมเปอเรเนียนของตัวเอง

ฝ้าย(นามสมมติ) เป็นผู้หญิงแปลงเพศคนไทยอีกหนึ่งคนที่ขายบริการอยู่ที่แฟรงก์เฟิร์ตมาเกือบสามสิบปีเช่นกัน บอกกับบีบีซีไทยว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีกฎหมายคุ้มครองในลักษณะเดียวกันที่เมืองไทยเพราะว่าคนไทยยังหัวโบราณ

"ยาก เพราะคนไทยชอบกินแต่ไม่ชอบยอมรับความจริง อยากให้เป็นแบบนี้ เสียภาษีถูกต้อง เปิดเผย แต่คงยากเพราะไทยติดคำว่าเมืองพุทธอะ ที่นี่เขามีเซ็กส์ช็อป คนไม่มีเงินก็เข้าไปในห้อง เปิดหนัง แล้วก็มีกระดาษทิชชู่ให้ แล้วก็ให้สำเร็จความใคร่ หยอดสองสามยูโร แล้วก็ดูน่ะ มันมีที่ปลดปล่อยอะ มันก็ช่วยลดปัญหาอาชญากรรม อยากให้มีตรงนี้"

ความเห็นที่แตกต่าง

อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่ายที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายจัดระเบียบการค้าประเวณีฉบับนี้ โดยบอกว่า กฎหมายดังกล่าวจะไม่ได้ช่วยเหลือผู้ขายบริการจริงๆ ตามรายงานของเว็บไซต์ข่าวดิอินดิเพนเดนต์ของอังกฤษ แถลงการณ์ร่วมระหว่างแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และสหภาพเพื่อผู้ขายบริการทางเพศ BesD ในเยอรมนี ระบุว่าการบังคับให้ผู้ขายบริการทางเพศขึ้นทะเบียนเป็นการเลือกปฏิบัติ

Image copyright BBC THAI/Kaona Pongpipat

"นี่เป็นการละเมิดกฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว และทำให้ผู้ขายบริการเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง นี่จะทำให้ผู้ขายบริการทั้งชายและหญิงหันไปสู่การขายบริการแบบผิดกฎหมาย และจะทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนสูงขึ้น" ฟาเบียนเน เฟรมาเดิล ประธานสหภาพเพื่อผู้ขายบริการทางเพศ BesD กล่าว

สเตฟานี คลี หญิงชาวเยอรมนีผู้ขายบริการทางเพศมากว่า 30 ปี และเป็นผู้ก่อตั้งสหภาพผู้ประกอบการและผู้ขายบริการทางเพศที่ชื่อ BSD (Bundesverband Sexuelle Dienstleistungen) ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยผ่านทางอีเมลว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่เธอพยายามต่อต้านมาตลอดเพราะนี่เป็นการควบคุมอย่างเข้มงวดในแบบไม่มีอาชีพอื่นต้องเจอ และนี่จะทำให้สถานบริการขนาดเล็กแต่มีคุณภาพดีต้องปิดตัวลง

แต่นางมานูลเอลลา ชเวซิก รัฐมนตรีกิจการสตรีและครอบครัวของเยอรมนี เชื่อว่า กฎหมายใหม่จะช่วยปกป้องผู้ค้าบริการทางเพศไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบและตกเป็นเหยื่อการใช้ความรุนแรง จากเดิมที่คนเหล่านี้ไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ เลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง