LGBTQ ฉลองใหญ่ 50 ปี ของกฎหมายรักเพศเดียวกันในอังกฤษพรุ่งนี้

พาเหรด Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ บรรยากาศขบวนพาเหรด "Pride" ที่กรุงลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว

กรุงลอนดอนเตรียมจัดเดินขบวนพาเหรด "Pride" พรุ่งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศของผู้คนในเมือง โดยความพิเศษของปีนี้คือเป็นการครบรอบ 50 ปีของการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดทางเพศ (The Sexual Offences Act) เมื่อปี 1967 ในอังกฤษและเวลส์ ซึ่งทำให้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายและชายด้วยกันไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายอีกต่อไป

หนุ่มเกย์ไทยผู้อาศัยในลอนดอนมากว่าสิบปี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การแสดงออกผ่านการเดินขบวนนี้มีพลังขึ้นทุกปี และตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดกว้างของสังคมไทยเองต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ (Lesbian, Gay, Bisexual, Trans and Queer) คล้ายคลึงกับในอังกฤษ แตกต่างก็ตรงที่ยังไม่มีข้อกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิของกลุ่มคนเหล่านี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ บรรยากาศ ณ ใจกลางกรุงลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว

เทศกาลที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ "Pride London" นี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายนถึงวันอาทิตย์ที่ 9 ก.ค. นี้ การเดินขบวนเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักรในปี 1972

การประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดทางเพศเมื่อ 50 ปีก่อนทำให้การมีเพศสัมพันธ์ในที่ลับของชายและชายที่อายุเกิน 21 ปี ไม่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย โดยความเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกครั้งหนึ่งคือการแก้กฎหมายเมื่อปี 2002 ที่ปรับให้ช่วงอายุที่ชายรักเพศเดียวกันสามารถมีเพศสัมพันธ์โดยสมยอมอย่างถูกกฎหมายเป็น 16 ปี เท่าเทียมกับคู่รักต่างเพศ

"การแสดงออกเป็นกลุ่มเป็นก้อนในการเดินขบวนแบบนี้ชี้ให้เห็นถึงพลัง และความพยายามที่จะบอกกับคนทั่วไปว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีแค่เพศหญิงและเพศชาย" ประวีณ หนุ่มเกย์คนไทยที่ไม่ประสงค์เปิดเผยนามจริง ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย

"ผมคิดว่ามันยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับที่เคยไปเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่ใช่แค่คนอังกฤษ มีคนจากประเทศอื่น ๆ มาร่วมเดินด้วย และก็ไม่ใช่แค่ที่ลอนดอน ที่แมนเชสเตอร์ ที่ไบรตัน (เมืองติดทะเลทางใต้ของลอนดอน) ก็มี"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ขบวนพาเหรด "Pride" ที่กรุงลอนดอนเมื่อปีที่แล้ว

ปี 2017 นับเป็นปีที่เรื่องราวของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศทั้งในสหราชอาณาจักร และหลายภูมิภาคได้รับความสนใจจากทั่วโลก

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลฎีกาของไต้หวันมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมายปัจจุบันที่ห้ามการสมรสระหว่างคนเพศเดียวกันขัดต่อรัฐธรรมนูญ และนี่เป็นการเปิดทางให้ไต้หวันเป็นชาติแรกในเอเชียที่ให้การสมรสระหว่างคู่รักเพศเดียวกันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีก็เพิ่งลงมติผ่านร่างกฎหมายรับรองสิทธิการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น เปิดโอกาสให้ชาวเกย์และเลสเบี้ยนในเยอรมนี สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงสิทธิการรับเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมด้วย ต่างจากสถานะเดิมที่คู่รักเพศเดียวกันในเยอรมนี ทำได้แค่การจดทะเบียนคู่ชีวิต (civil union) ตามหลังประเทศอื่น ๆ ในยุโรปอย่าง นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก สเปน โปรตุเกส ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส และสาธารณรัฐไอร์แลนด์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คู่รักเพศเดียวกันที่เยอรมนีต่างแสดงความยินดีกับการผ่านร่างกฎหมายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ประวีณมองว่า ควรเป็นประเทศไทยมากกว่าไต้หวัน ที่จะเป็นชาติแรกในเอเชียที่อนุญาตให้การสมรสระหว่างคู่รักเดียวกันถูกกฎหมายได้ เพราะเขาคิดว่าสังคมไทยดูเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศมากกว่าไต้หวัน

ในส่วนของอังกฤษและเวลส์นั้น มีการผ่านกฎหมายให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิตระหว่างคู่รักเพศเดียวกันได้ในปี 2005 ก่อนที่จะผ่านกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างสมบูรณ์ในปี 2014

ประวีณเชื่อว่า เขาเป็นคนไทยคนแรก ๆ ที่จดทะเบียนคู่ชีวิตกับแฟนของเขาเมื่ออังกฤษผ่านกฎหมายในปี 2005 และกฎหมายดังกล่าวก็ให้การคุ้มครองสิทธิในหลาย ๆ ด้าน อาทิ การเรียกคืนภาษีรายได้เหมือนคู่สมรสทั่วไป หรือรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดกว้างเรื่องความหลากหลายทางเพศที่เป็นรูปเป็นร่างเหล่านี้ก็ยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับประเทศไทยเอง กฎหมายเรื่องการจดทะเบียนคู่ชีวิตในไทยยังอยู่เพียงขั้น 'ยกร่าง' และคาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีกว่าจะเห็นรูปธรรม

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ไต้หวัน เปิดทางให้มีการสมรสระหว่างคู่รักเพศเดียวกันเป็นที่แรกในเอเชีย โดยหลังจากนี้ รัฐสภาไต้หวันมีเวลา 2 ปี ในการแก้กฎหมายสมรสเดิมหรือออกเป็นกฎหมายใหม่

คู่รักเพศเดียวกันในไทยต้องเผชิญปัญหาเรื่องสิทธิมากมายเมื่อไม่สามารถจดทะเบียนเป็นคู่ชีวิตกันได้ อาทิ สิทธิการให้ความยินยอมแก่แพทย์รักษาพยาบาลคู่ชีวิตยามฉุกเฉิน สิทธิการมีบุตรร่วมกันหรือบุตรบุญธรรม สิทธิการทำนิติกรรมหรือธุรกรรมทางการเงิน

นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผอ.กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า พ.ร.บ.คู่ชีวิต ขณะนี้อยู่ในขั้นปรับแก้ ศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ออกแบบระบบการจดทะเบียนและการปรึกษาผู้นำทางศาสนา

เธออธิบายว่า ความยากของการร่างกฎหมายคือ การทำความเข้าใจกับหน่วยราชการกันเอง พร้อมยอมรับว่าจะยังไม่ได้เห็นกฎหมายคู่ชีวิตในรัฐบาลนี้ และคาดว่าจะใช้เวลาถึง 2 ปี

และหากกฎหมายเริ่มบังคับใช้ก็จะเป็นการจดทะเบียนคู่ชีวิต แยกจากทะเบียนสมรสของคู่ชายหญิง

ประวีณคาดว่าประเทศไทยอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่ดีเพราะก็มีคู่รักเพศเดียวกันระหว่างคนไทยและคนต่างชาติจำนวนมากที่อุปสรรคด้านกฎหมายทำให้ไม่อาจย้ายถิ่นฐานไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศไทยได้

เขากล่าวว่า ขั้นแรก ประเทศไทยต้องให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิตก่อน แล้วค่อย ๆ ให้สิทธิคู่ครองที่เป็นเพศเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นขั้นเป็นตอน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ในหลาย ๆ ภูมิภาคบนโลกกำลังให้สำคัญกับความหลากหลายทางเพศมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายประเทศก็ยังเผชิญกับการปิดกั้นถึงขั้นการลงโทษรุนแรงทั้งโดยกฎหมายและจากคนในสังคมเดียวกันเอง

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ทางการตุรกีเข้าปราบปรามผู้พยายามจัดงานเดินขบวนพาเหรดเพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ

เมื่อเดือนที่ผ่านมา ตำรวจในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ได้เข้าปราบปรามผู้พยายามจัดงานเดินขบวนพาเหรดเพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ นี่เป็นปีสามติดต่อกันแล้วที่ทางการตุรกีห้ามไม่ให้มีการจัดงาน แม้ว่าการรักเพศเดียวกันจะไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายในประเทศ แต่ความเกลียดชังผู้ที่รักเพศเดียวกันยังมีอยู่แพร่หลายในสังคม

กรณีที่ทำให้เห็นความซับซ้อนของมุมมองต่อความหลากหลายทางเพศในภูมิภาคเอเชียเองคือ การลงโทษชาวอินโดนีเซียสองคนที่จังหวัดอาเจะห์ ของประเทศอินโดนีเซีย ฐานมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน ตามบทบัญญัติของกฎหมายอิสลามที่บังคับใช้ในจังหวัด เมื่อเดือนที่แล้ว

Image copyright JUNAIDI
คำบรรยายภาพ การลงโทษเฆี่ยนชายสองคน ที่เวทีด้านหน้ามัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองบันดาอาเจะห์

พวกเขาโดนเฆี่ยน 85 ทีกลางที่สาธารณะ หลังถูกกลุ่มอาสาสมัครคุมกฎทางศาสนาจับได้ว่ามีเพศสัมพันธ์ในห้องพักส่วนตัว และถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่คนทั้งสองกำลังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเอาไปเผยแพร่ด้วย

แม้กฎหมายของอินโดนีเซียจะไม่ได้บัญญัติห้ามพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน แต่ในบางพื้นที่อย่างเช่น จังหวัดอาเจะห์ ก็มีกลุ่มมุสลิมสายอนุรักษ์นิยมบังคับใช้กฎหมายอิสลามอย่างเคร่งครัด และพฤติกรรมรักเพศเดียวกันถือเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด