ชาวเน็ตจีนวิจารณ์สนั่น "ไฟต์คลับลูกกำพร้า" หากินกับเด็ก

มีเด็กกว่า 400 คน อยู่ในสังกัดไฟต์คลับ "เอิ้นป๋อ" ที่มณฑลเสฉวนของจีน Image copyright PEAR VIDEO
คำบรรยายภาพ มีเด็กกว่า 400 คน อยู่ในสังกัดไฟต์คลับ "เอิ้นป๋อ" ที่มณฑลเสฉวนของจีน

มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในกลุ่มผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ของจีน หลังมีการเผยแพร่วิดีโอสารคดีตีแผ่ชีวิตของเด็กกำพร้าและเด็กที่ถูกทอดทิ้งหลายร้อยคนในมณฑลเสฉวน ซึ่งต้องเลี้ยงชีวิตด้วยการขึ้นต่อสู้บนสังเวียนแบบ "ไฟต์คลับ" ให้บรรดาผู้ใหญ่ได้ชมและพนันขันต่อกันอย่างสนุกสนาน

สารคดีดังกล่าวเป็นของบริษัทแพร์ วิดีโอ ถ่ายทำที่ค่ายศิลปะการต่อสู้ "เอิ้นป๋อ" ในเมืองเฉิงตู โดยแสดงให้เห็นเด็กชายวัย 12 ปีคู่หนึ่งกำลังต่อสู้กันบนเวทีภายในกรงขัง โดยมีผู้ชมล้อมรอบอย่างแน่นขนัด โค้ชผู้ฝึกสอนเด็กทั้งสองคนกล่าวว่า ทางค่ายเป็นผู้บริหารเงินที่ได้จากการต่อสู้ให้กับเด็ก

นายจู กวงหุย ผู้บริหารค่ายเอิ้นป๋อให้สัมภาษณ์ในสารคดีว่า สำนักงานกิจการพลเรือนของจีนเป็นผู้ส่งเด็กเหล่านี้มาให้ทางค่ายคัดเลือกตัว ซึ่งเด็กที่ไม่ผ่านการคัดเลือกตามมาตรฐานระดับสูงของค่าย จะถูกส่งกลับไปให้หน่วยงานของรัฐดูแลต่อ ส่วนเด็กที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือเอ็มเอ็มเอ (Mixed Martial Arts - MMA)

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าทางค่ายกำลังถูกตำรวจสอบสวนเรื่องที่มาของเด็กในสังกัดและความโปร่งใสในการบริหาร แต่ก็ยินยอมให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่

สารคดีดังกล่าวยังได้สัมภาษณ์เด็กชายวัย 14 ปีในค่ายสองคน คือเด็กชายหลงและเด็กชายหวู่ โดยเด็กชายหลงบอกว่าพ่อของเขาตายและแม่ก็ทิ้งไป ส่วนเด็กชายหวู่นั้นย่าเป็นคนนำตัวมาให้ทางค่ายเอง หลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไป

"อยู่ที่นี่เรามีทุกอย่าง ทั้งอาหาร ที่อยู่ และเสื้อผ้า ถ้ากลับไปบ้านก็คงจะต้องทำงานหนักแบบกรรมกร แล้วก็ต้องทำงานเสริมอีกหลายงานด้วย" เด็กชายหวู่กล่าว

Image copyright PEAR VIDEO
คำบรรยายภาพ โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้แฮชแท็ก #MMAFightClubForOrphans# มีผู้อ่านถึง 19 ล้านครั้ง

สารคดีนี้มีผู้ชมถึง 12 ล้านครั้งบนเว็บไซต์เมี่ยวไผของจีน และมีการถกเถียงอภิปรายกันอย่างดุเดือดในเว็บไซต์ซินา เว่ยป๋อด้วยเช่นกัน ผู้แสดงความเห็นบางคนมองว่า การที่ฝึกศิลปะการต่อสู้แต่ยังเล็กเป็นการปูทางไปสู่อนาคตที่ดีกว่าและไม่เสียหายร้ายแรงอะไร เพราะในวันหนึ่งเด็กเหล่านี้จะได้เป็นนักกีฬาอาชีพและเลี้ยงตัวเองได้ "ไม่อย่างนั้นเด็กพวกนี้จะไปอยู่ที่ไหน ? จะให้ไปเป็นขอทานหรือ ?" ผู้แสดงความเห็นอีกคนหนึ่งกล่าว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ที่ไม่เห็นด้วยระบุว่า "เด็กพวกนี้ควรจะไปโรงเรียน และไม่ควรถูกผลักดันให้เข้าสู่โลกของการแสวงหาแต่ผลประโยชน์เร็วนัก การใช้ชีวิตแบบนี้ปลูกฝังให้เด็กรู้แต่จะเอาตัวรอดและมีความคิดแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา นี่เป็นเรื่องที่น่าตำหนิจริง ๆ พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลไปไหนกันหมด ?" ผู้ที่ไม่เห็นด้วยอีกคนบอกว่า "รู้สึกไม่ดีเลย เหมือนการกดขี่เอารัดเอาเปรียบเด็ก"

รัฐบาลจีนประมาณการณ์ว่านอกจากเด็กกำพร้าแล้วยังมีเด็กที่ถูกทอดทิ้งในชนบทถึง 61 ล้านคน เนื่องจากพ่อแม่ต้องไปทำงานต่างถิ่นในเมืองใหญ่ ทิ้งให้ลูกต้องอยู่กับญาติหรืออยู่กันตามลำพัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง