5 เรื่องน่ารู้ของข้าวโพดคั่ว
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

5 เรื่องน่ารู้ของข้าวโพดคั่ว

ทราบหรือไม่ว่าการที่เมล็ดข้าวโพดแตกตัวบานออกมาได้นั้นเป็นเพราะผิวของมันที่ทนความร้อนสูง และยังสามารถถ่ายเทความร้อนไปสู่เนื้อด้านในที่มีส่วนประกอบของแป้งได้ โดยไม่ทำให้ข้าวโพดที่คั่วออกมาไหม้

ในระหว่างคั่วข้าวโพดนั้น ความชื้นในเมล็ดข้าวโพดจะกลายเป็นไอและดันตัวออกมายังผิวของมัน ยิ่งร้อนเท่าไหร่ ความดันก็จะมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และเมื่อใดที่ความดันภายในเมล็ดข้าวโพดสูงกว่าความดันอากาศถึง 9 เท่า หรือที่อุณหภูมิประมาณ 200 องศาเซลเซียส ผิวของมันก็จะแตกออก ส่วนประกอบที่เป็นแป้งและไอน้ำก็จะขยายตัวในระหว่างที่ความดันกลับมาเป็นปกติ

นักวิทยาศาสตร์ยังพบด้วยว่าเราสามารถคั่วข้าวโพดให้พองบานกว่าปกติถึงสองเท่า โดยใช้ปั๊มสุญญากาศช่วยลดแรงดันอากาศภายในหม้อคั่วในขณะที่เมล็ดข้าวโพดกำลังร้อน และเมื่อมันแตกออกก็จะบานพองกว่าปกติ

สำหรับเครื่องคั่วข้าวโพดที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันนั้น เริ่มใช้กันเป็นครั้งแรกในปี 1885 ตอนที่ชาร์ลส์ เครเตอร์ เจ้าของร้านขนมแห่งหนึ่งในรัฐอิลลินอยส์ กำลังทดลองคั่วถั่วลิสงโดยใช้เครื่องคั่วที่ทำงานโดยใช้ไอน้ำ เครเตอร์ ได้ลองคั่วข้าวโพดโดยใส่มันหมูและเนยลงไปในเครื่องคั่วที่มีชื่อเรียกว่า 'Mr Roasty Toasty' เท่านั้นก็ได้ข้าวโพดคั่วรสอร่อย

ในหนังสือ Popped Culture แอนดริว สมิทธ นักประวัติศาสตร์ด้านอาหาร เขียนเรื่องราวบอกเล่าไว้ว่า เครเตอร์ นำเครื่องคั่วข้าวโพดที่ว่าขึ้นรถไปร่วมงานแสดงสินค้าในปี 1893 และแจกข้าวโพดคั่วใส่เนยให้คนชิมฟรี เรียกความสนใจได้อย่างล้นหลาม

จนถึงปัจจุบันบริษัท Cretors Company ยังคงเป็นผู้ผลิตเครื่องคั่วข้าวโพดชั้นนำของโลก

แม้ข้าวโพดคั่วที่ขายตามท้องตลาดจะมีรสชาติเค็ม อุดมไปด้วยเนย แต่ทุกวันนี้ข้าวโพดคั่วได้ชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพอย่างหนึ่ง เพราะก่อนที่จะถูกนำไปปรุงแต่งรสนั้น ธัญพืชประเภทนี้ มีเกลือและไขมันต่ำ

สำหรับผู้ชื่นชอบข้าวโพดคั่วยังสามารถคั่วข้าวโพดรับประทานเองที่บ้านและเลือกปรุงรสชาติตามที่ต้องการได้