เด็กติดเชื้อมาลาเรีย “ส่งกลิ่นหอมหวาน” ล่อยุงให้เข้ามากัดมากขึ้น

A mosquito is bloated with blood Image copyright AFP/Getty Images

นักวิจัยของสหราชอาณาจักรค้นพบว่า เหงื่อของเด็กที่ติดเชื้อไข้มาลาเรียจะมีสารเคมีจำพวก "แอลดีไฮด์" (Aldehyde) ที่ส่งกลิ่นเย้ายวนใจให้ยุงเข้ามารุมกัดอยู่มากเป็นพิเศษ ซึ่งจะยิ่งทำให้เชื้อมาลาเรียแพร่ระบาดเป็นวงกว้างขึ้น

ทีมนักวิจัยจากวิทยาลัยการสุขอนามัยและเวชศาสตร์เขตร้อนกรุงลอนดอน (LSHTM) เผยว่าได้ทำการทดลองติดขั้วไฟฟ้าเข้ากับหนวดดมกลิ่นของยุง เพื่อตรวจสอบว่ามันให้ความสนใจกับกลิ่นตัวอย่างที่เก็บจากผิวหนังส่วนเท้าของเด็ก 117 คนอย่างไรบ้าง

ผลการศึกษาดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ PNAS ระบุว่า ยุงพากันเข้ามาตอมกลิ่นที่ได้จากเด็กซึ่งติดเชื้อไข้มาลาเรียมากที่สุด โดยในกลุ่มตัวอย่างนี้มีเด็กผู้ป่วยมาลาเรียอยู่ 56 คน ทั้งหมดมีอายุระหว่าง 5-12 ปี

ผู้วิจัยยังพบว่า ยิ่งเด็กมีเชื้อปรสิตพลาสโมเดียมซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้มาลาเรียมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งมีสารกลุ่มแอลดีไฮด์ในเหงื่อในระดับที่สูงขึ้นเท่านั้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ งานวิจัยยังพบว่า ยิ่งเด็กมีเชื้อปรสิตพลาสโมเดียมซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้มาลาเรียมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งมีสารกลุ่มแอลดีไฮด์ในเหงื่อในระดับที่สูงขึ้นเท่านั้น

ดร.ไอลี โรบินสัน ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า แอลดีไฮด์เป็นสารไฮโดรคาร์บอนชีวภาพที่มีอยู่หลายชนิด ส่วนมากที่พบในธรรมชาติจะเป็นสารที่ให้กลิ่นของพืชและผลไม้เช่นส้มหรือสมุนไพร แต่ในกรณีเด็กที่ติดเชื้อไข้มาลาเรียนี้ ดูเหมือนว่าเชื้อปรสิตที่เป็นสาเหตุของโรคจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของเหงื่อ จนทำให้กลิ่นตัวของผู้ป่วยเปลี่ยนไปจากเดิม

การที่เด็กผู้ติดเชื้อไข้มาลาเรียมีกลิ่นตัวที่ล่อให้ยุงเข้ามากัดมากขึ้นนี้ ทำให้วงจรชีวิตของเชื้อปรสิตพลาสโมเดียมดำเนินไปโดยสมบูรณ์ กล่าวคือเชื้อที่ฟักตัวเพิ่มจำนวนในเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ จะสามารถแพร่กระจายต่อไปและทำให้เกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ๆ ในวงกว้างขึ้นได้อีก ผ่านการใช้กลิ่นล่อยุงให้เป็นพาหะนำโรค

สถิติขององค์การอนามัยโลกในปี 2016 ระบุว่า ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไข้มาลาเรียถึง 216 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตเพราะโรคนี้ถึง 445,000 คน ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายประเทศซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮาราลงมา

ทีมผู้วิจัยยังระบุว่า ในขั้นต่อไปจะต้องศึกษาเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของกระบวนการที่เชื้อปรสิตเปลี่ยนแปลงกลิ่นกายของผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียในระดับโมเลกุล ซึ่งความรู้ที่ได้อาจนำไปประยุกต์ใช้สร้างกับดักยุงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือคิดค้นวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคแบบใหม่ โดยใช้กลิ่นเหงื่อจากคนไข้เป็นตัวบ่งบอกว่าติดเชื้อไข้มาลาเรียหรือไม่

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม