ชาวโรฮิงญาอพยพหนีการปราบปรามของทหารเมียนมา

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้สื่อข่าวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตจากทางการเมียนมาให้เข้าไปรายงานข่าวในรัฐยะไข่

เจ้าหน้าที่รัฐบาลบังกลาเทศเปิดเผยว่าชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา อพยพข้ามฝั่งมาที่ชายแดนบังกลาเทศเป็นจำนวนหลายร้อยคนในช่วงสัปดาห์ผ่านมา ภายหลังจากทหารเมียนมานำกำลังเข้าปราบปรามชาวโรฮิงญาในพื้นที่ชายแดนรัฐยะไข่ โดยมีเด็กหลายคนรวมอยู่ในกลุ่มผู้อพยพด้วย

ผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลบังกลาเทศระบุว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 130 คนช่วงที่ทหารเมียนมาปฏิบัติการปราบปรามชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ และนักกิจกรรมในพื้นที่ระบุว่าที่พักนับร้อยหลังของชาวโรฮิงญาถูกเผาทำลายราบคาบ แต่รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ส่วนผู้สื่อข่าวต่างชาติและกลุ่มผู้สังเกตการณ์ขององค์กรอิสระไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเมียนมาให้เข้าไปรายงานข่าวหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในรัฐยะไข่ทวีความรุนแรงขึ้นหลังมีผู้ก่อเหตุโจมตีตำรวจเมียนมาเสียชีวิต 9 นายเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยตำรวจเมียนมาระบุว่าเป็นการก่อเหตุของกลุ่มมุสลิมโรฮิงญา ทำให้กองทัพเริ่มปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อเหตุ ส่วนรัฐบาลเมียนมาระบุว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจำนวนหนึ่งเสียชีวิตจากเหตุปะทะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาเพื่อยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและรวบรวมข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยมีการแต่งตั้งนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ เป็นประธานคณะที่ปรึกษาดังกล่าวด้วย