ปิดประชุมเอเปค มีมติยืนยันเดินหน้าการค้าเสรี

Image copyright BRENDAN SMIALOWSKI/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ การประชุมผู้นำเอเปคครั้งที่ 24 จัดขึ้นที่กรุงลิมา ประเทศเปรู

กลุ่มผู้นำประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ร่วมออกแถลงการณ์ปิดการประชุมผู้นำเอเปค ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงลิมาของเปรู ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ย. โดยกลุ่มผู้นำจาก 21 ประเทศและเขตเศรษฐกิจยืนยันว่าจะสนับสนุนความตกลงทางเศรษฐกิจและเขตการค้าเสรีต่อไป แม้อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สืบเนื่องจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันซึ่งประกาศต่อต้านเขตการค้าเสรีและความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) เพิ่งได้รับเลือกเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป

แถลงการณ์ร่วมของกลุ่มผู้นำเอเปคระบุว่าแต่ละประเทศสมาชิกและพันธมิตรจะยืนยันนโยบายเปิดตลาด และจะต่อต้านการบังคับใช้มาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ โดยตัวแทนรัฐบาลจีนระบุว่าจะผลักดันให้เกิดการลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าเป็นความพยายามขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนเพื่อถ่วงดุลกับความตกลง TPP ของสหรัฐฯ

Image copyright RODRIGO BUENDIA/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านความตกลงทางเศรษฐกิจและเขตการค้าเสรีรวมตัวกันที่กรุงลิมาของเปรูเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งกำลังจะพ้นจากตำแหน่งในปีหน้า ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องสนับสนุนเขตการค้าเสรีต่อไป โดยขณะนี้มี 12 ประเทศที่ลงนามในความตกลง TPP ร่วมกัน ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ บรูไน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา เม็กซิโก ชิลี และเปรู

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ แสดงจุดยืนคัดค้านความตกลง TPP มาโดยตลอด ทั้งยังเคยกล่าวว่าความตกลง TPP จะทำให้แรงงานต่างชาติเข้ามาแย่งงานชาวอเมริกัน จึงไม่อาจแน่ใจได้ว่านโยบายสนับสนุนเขตการค้าเสรีของสหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่เมื่อนายทรัมป์เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในปีหน้า

Image copyright MARTIN BERNETTI/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี (ซ้ายสุด) ถ่ายภาพร่วมกับผู้นำกลุ่มประเทศต่างๆ

ด้านพลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมเอเปคครั้งนี้ ได้กล่าวสุนทรพจน์เรื่องความท้าทายต่อการค้าเสรีและการลงทุนในบริบทโลกปัจจุบัน โดยระบุว่าระบอบการค้าต่างๆ จะต้องถูกปรับให้สอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของโลก และต้องคำนึงถึงการกระจายประโยชน์จากการค้าเสรีและการบูรณาการทางเศรษฐกิจให้ทุกฝ่ายอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความมั่งคั่งและการเติบโตอย่างครอบคลุม

พลอากาศเอกประจินเสนอว่า ควรมีการปฏิรูปโครงสร้างด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ต้องปรับปรุงเพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีข้อจำกัดทางด้านเงินทุน ทรัพยากรบุคคล และเวลาในการดำเนินการ