ทรัมป์เรียกร้องเอกภาพ-มุ่งเยียวยาความแตกแยกในสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ และ เบ็ตซี เดวอส

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ปราศรัยผ่านสื่อเนื่องในเทศกาลขอบคุณพระเจ้าของสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้ชาวอเมริกันมุ่งสู่ความเป็นเอกภาพและเยียวยาความแตกแยกที่เกิดขึ้นในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมา แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าความขัดแย้งทางการเมืองไม่อาจเลือนหายไปในชั่วเวลาข้ามคืนได้

รายงานข่าวระบุด้วยว่าเมื่อวานนี้ (23 พ.ย.) นายทรัมป์ประกาศชื่อผู้หญิง 2 คน เข้ารับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลชุดใหม่ ได้แก่ นิกกี เฮลีย์ ผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา ได้รับการเสนอชื่อเป็นว่าที่ผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ และเบ็ตซี เดวอส นักรณรงค์ด้านการศึกษา ผู้สนับสนุนคนสำคัญของพรรครีพับลิกัน ได้รับเสนอชื่อเป็นว่าที่รัฐมนตรีการศึกษา แต่ต้องรอการพิจารณาลงมติอย่างเป็นทางการจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ในปีหน้า

ทั้งเฮลีย์และเดวอสเป็นผู้ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของนายทรัมป์ตลอดการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ช่วงที่ผ่านมา โดยเฮลีย์ต่อต้านนโยบายกีดกันชาวมุสลิมไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ส่วนเดวอสเคยเรียกทรัมป์ว่าเป็นผู้แทรกแซงพรรครีพับลิกัน และขณะนี้ยังไม่อาจระบุได้ว่าทั้งคู่จะยอมรับข้อเสนอของทรัมป์หรือไม่

ขณะเดียวกัน จิลล์ สไตน์ สมาชิกพรรคกรีนของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองทางเลือก ระดมทุนเพื่อตั้งองค์กรอิสระขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่นายทรัมป์มีคะแนนนำในหลายรัฐที่ใช้เครื่องลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแทนการใช้บัตรแบบเก่า ได้แก่ รัฐมิชิแกน รัฐวิสคอนซิน และรัฐเพนซิลเวเนีย โดยตั้งข้อสงสัยว่านายทรัมป์อาจได้คะแนนนำเพราะมีผู้เจาะระบบเข้าไปแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งออนไลน์

อย่างไรก็ตาม นางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครตสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่แข่งคนสำคัญของนายทรัมป์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่เรียกร้องให้มีการสอบสวนใดๆ เกิดขึ้น แม้ว่านางคลินตันจะมีคะแนนป๊อบปูลาร์โหวต หรือคะแนนที่ได้รับเลือกโดยตรงจากประชาชนในบางรัฐ มากกว่านายทรัมป์ก็ตาม