มุสลิมอาเซียนประท้วงเมียนมา

ชาวมุสลิมถือป้ายประท้วง Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ชาวมุสลิมราว 100 คน ในนาม กลุ่มสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำนักจุฬาราชมนตรี ชุมนุมที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย เมื่อเวลา 14:00 น. ของ วันที่ 25 พ.ย. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาหยุดโจมตีชุมชนของชาวโรฮิงญา ในรัฐยะไข่ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เจ้าหน้าที่ตำรวจจำกัดเขตการทำกิจกรรม พร้อมการตรวจอาวุธ การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ ราว 1 ชั่วโมงจึงยุติลง

วันเดียวกัน เครือข่ายองค์กรมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมตัวกันที่มัสยิดกลาง จ.ปัตตานี เพื่อร่วมกันทำพิธีละหมาดเมื่อเวลา 11:30 น. และเผยแพร่แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลเมียนมาให้ยุติการเข่นฆ่าชาวมุสลิมโรฮิงญา โดยเครือข่ายระบุว่ารัฐบาลเมียนมาต้องให้สิทธิกับชาวโรฮิงญาในฐานะพลเมือง และต้องปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม ทั้งยังระบุด้วยว่าประเทศสมาชิกอาเซียนควรเข้ามามีบทบาทช่วยยุติปัญหาที่เกิดขึ้นในเมียนมา มิเช่นนั้นอาเซียนอาจตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มสุดโต่งอื่นๆ

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ก็มีกิจกรรมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาหยุดโจมตีชุมชนของชาวโรฮิงญา

กิจกรรมการชุมนุมในประเทศไทย จัดขึ้นพร้อมกับในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนิเซียด้วย

ด้านนายจอห์น แมคคิสซิค หัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอชซีอาร์ ประจำบังกลาเทศ เปิดเผยกับบีบีซีเมื่อวานนี้ (24 พ.ย.) ว่ารัฐบาลเมียนมาปราบปรามกลุ่มผู้ก่อเหตุในรัฐยะไข่อย่างต่อเนื่อง หลังมีผู้โจมตีด่านตรวจบริเวณชายแดนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นฝีมือของชาวโรฮิงญา แต่ชาวโรฮิงญาทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้หญิง ต่างถูกฆ่า ถูกยิง และถูกข่มขืนเช่นกัน หากรัฐบาลเมียนมากระทำทารุณกรรมและผลักไสชาวโรฮิงญาออกจากประเทศก็เท่ากับเป็นการกำจัดชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม