สิ่งของในความทรงจำของผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย

นิซาร์ เด็กชายวัย 5 ปี ใส่ชุดสไปเดอร์แมน
คำบรรยายภาพ ครอบครัวของนิซาร์ต้องหนีเอาตัวรอด แต่เขาไม่ลืมที่จะคว้าเอาชุดสไปเดอร์แมนที่เตรียมเก็บไว้แล้วมาด้วย

การสู้รบในสงครามกลางเมืองในซีเรียระหว่างกองกำลังของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด และกลุ่มกบฏ ดำเนินมากว่า 5 ปี มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 300,000 คน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่ต้องละทิ้งบ้านเรือนกว่า 11 ล้านคน โดยในจำนวนนี้ 2.7 ล้านคนหนีภัยไปอยู่ในตุรกี

ผู้ลี้ภัยบางส่วนได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรการกุศล International Medical Corps ซึ่งช่วยบรรเทาความทุกข์ยากแก่ผู้ที่ต้องละทิ้งบ้านเกิดไปอาศัยในแผ่นดินอื่น องค์กรการกุศลแห่งนี้ยังเคยทำโครงการ Things We carry ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของสหภาพยุโรป

บีบีซีเองมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียสามคนที่เปิดเผยให้รู้ว่า มีสิ่งของอะไรที่พวกเขาไม่ยอมทิ้งไว้ข้างหลัง แต่ต้องนำติดตัวเดินทางไปกับพวกเขาด้วย

นิซาร์ เด็กชายวัย 5 ปี หนีออกจากเมืองฮอมส์พร้อมครอบครัวมาตั้งแต่สองปีก่อน เขาจำได้ว่าตัวเองกลัวจนตัวสั่นตอนที่เครื่องบินทิ้งระเบิดมาถล่มลงที่บ้าน ทุกคนในครอบครัวต้องหนีเอาตัวรอด แต่นิซาร์ไม่ลืมที่จะคว้าเอาชุดสไปเดอร์แมนที่เตรียมเก็บไว้แล้วมาด้วย

"พ่อซื้อชุดนี้ให้ผม ใส่ชุดสไปเดอร์แมนแล้วทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรง และพร้อมจะต่อสู้ (กับประธานาธิบดีอัสซาด)"

คาวเทอร์ จาห์วานี เป็นชาวบ้านอีกคนที่เคยอาศัยอยู่ในแถบชนบทของเมืองฮอมส์ เธอกับลูกชายและลูกสาวต้องหนีภัยไปยังตุรกีตั้งแต่สามปีที่แล้ว โดยที่ลูกชายอีกคนหนึ่งถูกทหารฝ่ายรัฐบาลจับตัวไป

แม้การเก็บข้าวของเพื่อหนีภัยสงครามจะเป็นไปอย่างฉุกละหุก แต่คาวเทอร์ ไม่ลืมที่จะหยิบหม้อต้มกาแฟของรักของหวงมาด้วย นอกจากจะเป็นหม้อกาแฟซึ่งเป็นของรักของคุณตา กับลุงแล้ว คาวเทอร์ยังใช้มันทุกวันจนขาดไม่ได้ ตอนอยู่ในซีเรีย เพื่อนบ้านราว 20 คน มักมาดื่มกาแฟที่บ้านของเธอซึ่งมีห้องใต้ดินหลบภัยการโจมตีทางอากาศ

"ฉันชอบดื่มกาแฟ แม้จะตายฉันก็จะต้องดื่ม ฉันดื่มกาแฟได้ทั้งวันทั้งคืน"

ส่วนไลลา อายุ 22 ปี เป็นชาวซีเรียอีกคนหนึ่งที่บีบีซีได้คุยด้วย เธอหนีจากบ้านเกิดในเมืองโคบานีเมื่อสองปีที่แล้ว ไลลาชื่นชอบแฟชั่นและออกแบบเสื้อผ้าใส่เอง ดังนั้นสิ่งที่เธอไม่ยอมทิ้งไว้ในแดนสงครามคือเสื้อผ้าและหนังสือแฟชั่นอีกหลายเล่ม

คำบรรยายภาพ ไลลาชื่นชอบแฟชั่นและออกแบบเสื้อผ้าใส่เอง

"ตอนนี้ฉันแทบจะไม่ได้ออกแบบเสื้อผ้าอย่างที่เคยทำ เพราะต้องทำงานช่วยเหลือครอบครัว แต่การที่ฉันยังมีโอกาสได้จับต้องหนังสือที่หอบหิ้วมาด้วยมันทำให้ฉันไม่ลืมช่วงเวลาเก่า ๆ ที่เคยระบายสีไปบนเสื้อผ้าที่ฉันออกแบบ มันทำให้รู้สึกทั้งสุขทั้งทุกข์ไปพร้อมๆ กัน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง