ทำไมคนเป็นแม่ (บางคน) ถึงอยากให้ลูกพ้นไปจากอก?

คอรีน เมเยอร์ Image copyright CORINNE MAIER

คอรีน เมเยอร์ นักเขียนชาวฝรั่งเศส คุณแม่ลูกสองที่กล่าวอย่างไม่ปิดบังว่าแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะให้ลูกคนเล็กพ้นไปจากอกเสียที เพราะการเลี้ยงลูกนั้นทำให้เหนื่อยล้า แทบจะไม่มีพลังงานไปทำอย่างอื่นในชีวิต

คอรีนเห็นว่าทุกวันนี้โลกมีประชากรมากโขอยู่แล้วถึง 7,500 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 11,000 ล้านคน ในปี 2643 แล้วจะเลี้ยงดูประชากรโลกเหล่านี้ได้อย่างไรกัน

แม้จะมีลูกสองคน แต่คอรีนเห็นว่าสังคมในทุกวันนี้คลั่งไคล้เรื่องของเด็ก ๆ กันจนเกินไปและมองว่าการมีลูกเป็นเครื่องรับประกันการมีความสุข ถือเป็นความก้าวหน้าของชีวิต หรือแม้กระทั่งช่วยยกสถานะทางสังคมให้คนเราได้

ส่วนคนที่ไม่มีลูกกลับถูกมองว่าเห็นแก่ตัวและน่าสงสัยไว้ก่อนว่าจะเป็นคนไม่ดี ทำให้หลายคนรู้สึกกดดัน จนต้องออกมาแก้ต่างให้ตัวเอง "ฉันมีลูกไม่ได้ค่ะ แต่อยากมีนะคะ" เมื่อไหร่ที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ คอรีนไม่รีรอที่จะตอบกลับเพื่อช่วยให้การสนทนาออกรสว่า "ฉันมีลูกเหมือนกันค่ะ แต่มีเหตุผลเยอะเลยนะคะที่ทำให้เกลียดเด็ก"

Image copyright CORINNE MAIER

คอรีนบอกว่าเธอไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้ช่วยกันลดประชากรโลกลง เพราะคนที่มีลูกสองอย่างเธอ คงจะไม่สามารถอ้าปากบอกคนอื่นว่าอย่ามีลูกได้ แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็ไม่ต้องการเสแสร้งทำเนียนไปกับอุดมคติ (อย่าง "ไม่มีอะไรจะสวยงามไปกว่ารอยยิ้มของเด็กอีกแล้ว") เพื่อบอกว่าทางเลือกในชีวิตที่ตัวเธอเองยังมีคำถามอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เธอเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเลิกส่งเสริมความคิดที่ว่าลูกคือมนต์ขลังแห่งความสุข และพอกันทีกับ "ทารก-ลวงโลก!"

นักเขียนหญิงแห่งเมืองน้ำหอมบอกว่า ทุกวันนี้เวลาคนเราบอกเล่าประสบการณ์ของการมีลูกให้ใครฟัง ก็มักจะไม่พ้นประโยคที่ว่า "ฉันเป็นแม่ (หรือพ่อ) ที่โชคดี ลูกคือความสุขของฉัน" คนเป็นพ่อเป็นแม่แทบจะถูกบังคับให้รู้สึกพึงพอใจในบทบาทนี้ สำหรับเธอนั้นการมีลูกคือความยากลำบาก เทียบกันแล้ว สัดส่วนของความสุขมีแค่ 1% ส่วน 99% ที่เหลือคือความกังวลล้วน ๆ

คอรีนบอกว่าการเป็นพ่อเป็นแม่คนนั้นเป็นงานที่เสียเวลาเอามาก ๆ พ่อแม่จำนวนมากต้องจัดการเรื่องการศึกษาของลูก และทำตัวเป็นสุดยอดพ่อแม่ในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่เรื่องอาหารการกินไปจนถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ และต้องช่วยสอนการบ้านลูกด้วย

คอรีนเห็นว่าเธอเองก็ไม่ต่างจากแม่ชาวยิวคนอื่น ๆ ที่เลี้ยงลูกแบบเข้มงวดอย่างหนัก และไม่ให้คลาดสายตา จนสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเมื่อลูกโตขึ้นแล้ว จะดูแลตัวเองเป็นหรือเปล่า

ว่าแต่ว่าทำไมการเลี้ยงลูกถึงกลายเป็นสิ่งที่กดดัน? คอรีนบอกว่าก็เพราะลูก ๆ คือนักบริโภคตัวน้อย ลูกเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อแม่ต้องการอะไรหลาย ๆ อย่างที่ต้องแลกมาด้วยเงิน อย่างรถยนต์ เครื่องซักผ้า บ้าน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ

การมีลูกนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เสียเงินไม่น้อย ในฝรั่งเศสนั้นไม่ค่อยมีการเก็บข้อมูลเรื่องนี้ แต่คอรีนยกตัวอย่างข้อมูลในสเปน องค์กรผู้บริโภคที่นั่นมีข้อมูลชี้ว่ากว่าที่พ่อแม่จะเลี้ยงลูกคนหนึ่ง ตั้งแต่เล็กจนโตถึงวัยผู้ใหญ่ได้นั้น สร้างภาระทางการเงินให้ครอบครัวราว 98,000-300,000 ยูโร

การเลี้ยงลูกนอกจากจะทำให้คอรีนเหนื่อยกายแล้วยังทำให้เธอแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ความหวังของเธอตอนนี้คือรอให้ลูกสาวเรียนจบ ฉลองกัน เธอจะได้หยุดส่งเสียลูก และเริ่มเก็บเงินเสียที!

แต่ว่าทำไมคนเราถึงมักชอบพูดกันว่า "เด็ก ๆ คืออนาคตของเรา?" คอรีนให้คำตอบว่าก็เพราะว่าเราไม่แน่ใจว่าอนาคตนั้นมีอยู่จริง ความชื่นชอบเด็กของคนเรานั้นแท้จริงแล้วผูกโยงอยู่กับความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของมวลมนุษยชาติด้วยเหมือนกัน ทรัพย์ในดินสินในน้ำแทบจะไม่หลงเหลืออยู่แล้วในวันนี้ ธรรมชาติก็เต็มไปด้วยมลพิษ โลกใบนี้ถูกทำลายจนป่นปี้ และเราก็เลิกพยายามที่จะไปเปลี่ยนแปลงมัน

คอรีนมีคำพูดฝากบอกเด็ก ๆ ในวันนี้ว่า "ยินดีต้อนรับสู่โลกผุ ๆ ใบนี้ ที่พ่อแม่ซึ่งรักลูกมาก มากเหลือเกิน ได้ทิ้งไว้ให้ ที่โลกเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อแม่มัวแต่เสียเวลาเลี้ยงดูลูก ๆ จนไม่มีเวลามาแก้ไขเปลี่ยนแปลง นี่ก็เพราะลูกคือสิ่งสำคัญที่สุดไงล่ะ ลูกคงให้อภัยพ่อแม่ใช่ไหม?"