เจ้าหน้าที่โบลิเวียเผยมีการหมกเม็ดกรณีเครื่องบินทีมนักฟุตบอลบราซิลตก

เครื่องบินทีมนักฟุตบอลบราซิลตกในโคลอมเบีย Image copyright EPA

เซเลีย คาสเตโด เจ้าหน้าที่การบินของโบลิเวียเปิดเผยว่า ตนถูกแรงกดดันจากหัวหน้างาน ให้แก้ไขรายงานการบินที่ตนเขียนขึ้น กรณีเครื่องบินที่มีทีมนักฟุตบอลบราซิลตกในโคลอมเบีย คาสเตโดซึ่งขณะนี้อยู่ในบราซิลเพื่อทำเรื่องขอลี้ภัยบอกสื่อมวลชนในโบลิเวียว่า ตนได้แจ้งเตือนแล้วว่า เครื่องบินมีน้ำมันไม่พอที่จะบินไปถึงจุดหมายปลายทางในโคลอมเบีย

เหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 71 ราย รวมทั้งทีมนักฟุตบอลชาเปโคเอนเซส่วนใหญ่ เครื่องบินลำดังกล่าวนำมันหมดกลางอากาศ ขณะกำลังนำนักฟุตบอลไปแข่งรอบชิงชนะเลิศในโคลอมเบีย และตกใกล้กับเมืองเมเดยิน ในบันทึกการสนทนาที่รั่วไหลออกมา ระบุว่า กัปตันมิเกล กิโรกา นักบินบนเครื่องพูดเตือนว่า "ระบบไฟฟ้าขัดข้อง" และ "น้ำมันหมด"

Image copyright RAUL ARBOLEDA/AFP/Getty Images

จดหมายของคาสเตโดที่เผยแพร่ในสื่อโบลิเวียระบุว่า เธอทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมที่หอบังคับการบิน แต่ไม่มีอำนาจระงับเที่ยวบินดังกล่าว โดยเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนโบลิเวีย อย่างไรก็ตามเธอพยายามไม่ให้เครื่องขึ้นบินจากสนามบินในโบลิเวีย เพราะเห็นว่ามีน้ำมันไม่พอ โดยเธอได้เขียนแสดงความห่วงใยเรื่องนี้ไว้ในรายงานภายใน แต่หลังจากที่เครื่องบินตก เธอถูกหัวหน้างานซึ่งเธอไม่ได้ระบุชื่อ "ข่มขู่และกดดัน" ให้แก้ไขรายงานดังกล่าว

คำบรรยายภาพ แผนภาพแสดงเส้นทางการบินและจุดที่เครื่องบินตก

อย่างไรก็ตาม ทางการโบลิเวียเปิดเผยว่า หลังจากเครื่องบินตก คาสเตโด ถูกพักงานทันที รวมทั้งถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน มิลตัน คลาโรส รัฐมนตรีกิจการสาธารณะของโบลิเวียบอกปัดถึงความน่าเชื่อถือในเรื่องที่เธอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยเขาชี้ว่า คาสเตโดเขียนรายงานเท็จ เพื่อปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง เจ้าหน้าที่โบลิเวียอีกหลายคนออกมาเรียกร้องให้ทางการบราซิลส่งตัวเธอกลับ โดยชี้ว่าเธอพยายามหลบหนีกระบวนการยุติธรรม แต่คาสเตโดบอกว่า เธอขอลี้ภัยในบราซิล เพราะไม่มั่นใจว่าการสอบสวนจะมีความยุติธรรม