อดีตผู้บริหารเรียกร้องปฏิรูปสมาคมฟุตบอลอังกฤษที่ "คร่ำครึ"

นายเกรก ไดค์ Image copyright WPA Pool
คำบรรยายภาพ นายเกรก ไดค์ เป็นหนึ่งในอดีตผู้บริหารเอฟเอที่ออกมาเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์กร

เดวิด เบิร์นสไตน์, เดวิด เดวีส์, เกรก ไดค์, อเล็กซ์ ฮอร์น และเดวิด ไทรส์แมน อดีตกรรมการบริหารเอฟเอ ยื่นหนังสือถึงนายเดเมียน คอลลินส์ ประธานคณะกรรมาธิการวัฒนธรรม สื่อและการกีฬา เรียกร้องให้เสนอกฎหมายปฏิรูปสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ที่พวกเขาเห็นว่าทรงพลังน้อยกว่าพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกระดับสูงสุดของประเทศภายใต้การบริหารของเอฟเอเอง

ในจดหมายที่ส่งถึงคณะกรรมาธิการวัฒนธรรมฯ อดีตกรรมการบริหารเอฟเอ ระบุว่าถึงเวลาแล้วที่จะแก้ปัญหาขาดแคลนนักเตะและผู้จัดการชาวอังกฤษ ต้องกู้หน้าความล้มเหลวของทีมชาติที่มีมาตลอด 50 ปี นอกจากนี้ยังชี้ด้วยว่าเอฟเอถูกบีบให้ต้องสนับสนุนเงินหลายล้านปอนด์แก่พรีเมียร์ลีกแทนที่จะคำนึงถึงพื้นฐานของเกมการแข่งขัน ขณะเดียวกันผู้ที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงต่างไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้ามาบริหารจัดการองค์กรที่มีโครงสร้างที่ซับซ้อนอย่างเอฟเอได้ โดยคณะกรรมการบริหารเอฟเอเป็นทั้งคณะกรรมการและผู้ตรวจสอบที่ขาดความเป็นอิสระ

Image copyright Matthew Peters/Man Utd via Getty Images

ด้านนายคอลลินส์ กล่าวกับบีบีซีว่า เขามีความกังวลเช่นเดียวกันกับอดีตผู้บริหารของเอฟเอ และจะจัดเตรียมร่างกฎหมายเพื่อเสนอให้มีการปฏิรูปเอฟเอ รวมทั้งยอมรับด้วยว่าเขาไม่มั่นใจว่าเอฟเอจะปฏิรูปองค์กรเองได้

ใครคือ "ชายชราผิวขาว" ในเอฟเอ ?

ในจดหมายที่อดีตกรรมการบริหารเอฟเอส่งถึงประธานคณะกรรมาธิการวัฒนธรรมฯ ระบุว่าผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาเอฟเอ จำนวน 25 คน ล้วนเป็นชายชราผิวขาว ที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ใดทั้งสิ้น แต่บุคคลทั้ง 25 คน กลับขัดขวางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่ากำลังเกิดภาวะความไม่สมดุลในเอฟเอ ซึ่งขาดแนวทางการบริหารที่ทันสมัยและไร้ความเป็นอิสระ

ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการวัฒนธรรมฯ ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของวงการฟุตบอลในช่วงปี 2554-2556 ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจำเป็นต้องปฏิรูปเอฟเอโดยเร่งด่วน ซึ่งสิ่งนี้ตรงกับข้อเสนอของอดีตผู้บริหารเอฟเอทั้งห้าคน

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ อดีตกรรมการบริหารระบุว่าเอฟเอถูกบีบให้ต้องสนับสนุนเงินหลายล้านปอนด์แก่พรีเมียร์ลีก

ด้านเอฟเอเองออกมาระบุในแถลงการณ์ว่ากำลังเดินหน้าปฏิรูปแนวทางการบริหารเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลด้านการกีฬา เพื่อให้แน่ใจว่าเอฟเอซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชนดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผลและโปร่งใส ขณะที่พรีเมียร์ลีก สนับสนุนให้มีการปฏิรูปองค์กรเอฟเอ

แดน โรอัน บรรณาธิการข่าวกีฬาของบีบีซี รายงานว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษเผชิญแรงกดดันจากทั้งแฟนบอลและฝ่ายการเมืองที่เรียกร้องให้ปฏิรูปองค์กรมาเป็นเวลานานหลายปี แต่ความเคลื่อนไหวของอดีตผู้บริหารระดับสูง 5 คนในครั้งนี้ คงยากที่เอฟเอจะเพิกเฉย อย่างไรก็ดี เอฟเอเองอาจชี้ให้เห็นได้เช่นกันว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มาจาก ชายสูงอายุผิวขาว 3 คน ที่เคยบริหารเอฟเอมาร่วมแปดปี

อย่างไรก็ดี ในห้วงเวลาที่วงการฟุตบอลกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดกรณีการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก การออกมาเรียกร้องของอดีตกรรมการบริหารเอฟเอในครั้งนี้ อาจสร้างความหวาดหวั่นและทำให้เอฟเอซึ่งเป็นองค์กรที่ยึดถือความมีอิสระของตัวเอง จะออกมายืนกรานว่ากำลังปฏิรูปองค์กรอย่างมีความก้าวหน้า แต่ในยามที่ถูกรัฐบาลกดดันว่าจะตัดเงินทุนสนับสนุนจนกว่าจะปฏิรูปองค์กรให้สำเร็จนั้น จึงไม่แน่ว่าเอฟเอจะยังคงปกป้องตัวเองอย่างเหนียวแน่นต่อไปหรือไม่