ยกระดับตำรวจในอังกฤษและเวลส์รุ่นใหม่ต้องจบปริญญาตรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษ

วิทยาลัยอบรมตำรวจอังกฤษประกาศยกระดับคุณสมบัติบุคคลที่สมัครสอบตำรวจต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีโดยเริ่มตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป เพื่อรับมือกับภาวการณ์ที่เปลี่ยนไปในการต่อสู้กับอาชญากรรม

ผู้ที่สนใจเข้าสู่อาชีพตำรวจที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจะต้องเข้าอบรมหลักสูตรระยะสั้นก่อนบรรจุ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการศึกษาระดับปริญญาตรีมาก่อน จะต้องเข้าหลักสูตรอบรมสามปี เทียบเท่าปริญญาตรีของวิทยาลัยอบรมตำรวจก่อนการบรรจุ

สภาหัวหน้าหน่วยตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานปกครองของตำรวจทั่วประเทศอังกฤษ ได้ประกาศสนับสนุนข้อเสนอในการเปลี่ยนคุณสมบัติการรับสมัครบุคคลเข้าสู่วงการตำรวจ โดยอ้างว่าจะช่วยพัฒนาตำรวจให้ทันสมัยมากขึ้น

Image copyright Rob Stothard/Getty Images

การตรวจท้องที่ทางออนไลน์

นายอเล็กซ์ มาร์แชล ผู้อำนวยการวิทยาลัยอบรมตำรวจ กล่าวว่าปัจจุบันเนื้อหาของงานตำรวจได้เปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะเกิดอาชญากรรมโดยผ่านทางระบบไซเบอร์เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ตำรวจจะต้องทำงานสืบสวนสอบสวนด้วยการเสาะหาข้อมูลทางออนไลน์ และใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสื่อสารช่วยในการทำงาน

นอกจากนี้ยังมีงานใหม่ๆ ที่ถูกจัดอันดับความสำคัญต้น ๆ คือการปกป้องบุคคลที่ตกอยู่ในสภาวะล่อแหลม ป้องกันการใช้ความรุนแรงในครัวเรือน ติดตามผู้มีแนวโน้มเป็นอาชญากรทางเพศ และคุ้มครองเด็ก ๆ ที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

นายมาร์แชล กล่าวด้วยว่า เนื้อหาของงานตำรวจมีความซับซ้อนมากขึ้นและมักจะก่อให้เกิดประเด็นขัดแย้งโต้เถียงกัน ส่วนความคาดหวังของสาธารณะชนก็เปลี่ยนไป คือนอกจากต้องออกตรวจตราท้องที่ แล้วยังต้องตรวจตราข้อมูลทางออนไลน์อีก

ยกตัวอย่างเช่น การสอบสวนคดีชกต่อยในสถานบันเทิง ปัจจุบันนี้นอกจากสอบปากคำคู่กรณี พนักงาน พยานรู้เห็นในร้านแล้ว ยังต้องสืบค้นภาพจากวิดีโอ ภาพถ่าย หรือการโต้ตอบกันในหน้าโซเชียลมีเดีย

อย่างไรก็ตาม สำหรับนายตำรวจที่เกษียณไปแล้วอย่าง นายนอร์มัน เบรนแนน ซึ่งมีประสบการณ์ 31 ปีในลอนดอน และขณะนี้เขารณรงค์เพื่อสวัสดิการตำรวจ ให้ความเห็นว่า การมีปริญญาบัตร ไม่ใช่คุณสมบัติต้น ๆ ของตำรวจ เขาบอกว่าสิ่งที่ตำรวจจะต้องมีเป็นอันดับแรกคือสามัญสำนึก ต่อจากนั้นพวกเขาจะเรียนรู้จาก การปฏิบัติหน้าที่เอง

ปริญญาตรีสาขาตำรวจ

Image copyright Getty Images

ขณะนี้วิทยาลัยอบรมตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่กำหนดมาตรฐานด้านจริยธรรมและการอบรมตำรวจ กำลังเปิดการเจราจากับมหาวิทยาลัย 12 แห่งเพื่อกำหนดหลักสูตรสำหรับปริญญาตรีของตำรวจ ซึ่งคงจะครอบคลุม กฎหมาย การดูแลความปลอดภัยให้ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะล่อแหลม การกำหนดพฤติกรรมและความประพฤติระหว่างทำหน้าที่ตำรวจ และวิธีการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจในชุมชน

แนวทางสำหรับบุคคลที่ต้องการเข้าสู่อาชีพตำรวจมีสามแนวทางคือ

•หลักสูตรอบรมอาชีพตำรวจระดับปริญญาตรีสามปี โดยกองบัญชาการตำรวจเป็นผู้ออกค่าเล่าเรียนให้ โดยผู้เข้าอบรมจะออกปฏิบัติหน้าที่ขณะที่ยังศึกษาอยู่โดยใช้เวลาประมาณร้อยละ 80 ออกทำงานในภาคปฏิบัติ และศึกษาไปพร้อม ๆ กัน โดยมีเงินเดือนให้ด้วย

•สมัครเข้าเรียนในสาขาปริญญาตรีตำรวจในระดับมหาวิทยาลัย เหมือนกับวิชาชีพอื่น ๆ นักศึกษาจะต้องออกค่าเล่าเรียนหลักสูตรสามปีเอง และต้องสมัครเข้าบรรจุเมื่อจบการศึกษา

•สำหรับผู้ที่ผ่านการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาอื่น ๆ เมื่อสมัครเป็นตำรวจ จะต้องเข้าอบรมเป็นเวลาหกเดือนเพื่อรับการบรรจุเข้าตำรวจ โดยวิทยาลัยอบรมตำรวจจะออกค่าใช้จ่ายให้

Image copyright Harry Engels/Getty Images

ระบบการอบรมและบรรจุตำรวจยังมีความเหลื่อมล้ำ

ขณะนี้ในอังกฤษและเวลส์มีหน่วยตำรวจรวมกัน 43 หน่วยและต่างก็มีระบบการกำหนดคุณสมบัติและการบรรจุที่แตกต่างกันไป บางแห่งจะรับสมัครจากบุคคลที่จบการศึกษามัธยมปลายระดับสอง คือเกรดระดับ A-C แต่บางหน่วยกำหนดระดับห้า คือ ระดับอนุปริญญา และมีผู้สมัครเข้าสู่วงการตำรวจประมาณหนึ่งในสามที่มีคุณสมบัติระดับหก คือจบปริญญาตรี หรือสูงกว่า

อย่างไรก็ตาม นายมาร์แชล อ้างว่าปัจจุบันวงการตำรวจได้รับเงินงบประมาณสนับสนุนการอบรมน้อยกว่าระดับที่การอบรมในอาชีพอื่น ๆ ได้รับ เช่นการอบรมแพทย์หรือทหาร ซึ่งทำไห้เห็นความเหลื่อมล้ำ ไม่สอดคล้องกัน ทำให้วงการตำรวจมิได้มีการอบรมทางวิชาชีพกันอย่างเต็มที่

Image copyright Rob Stothard/Getty Images

เป็นธรรมและถูกต้อง

ข้อเสนอการปรับเปลี่ยนวิธีการอบรมและบรรจุตำรวจครั้งนี้ มาจากการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะ ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่าสามพันคน และร้อยละ 80 มาจากตำรวจเอง โดยส่วนใหญ่ต้องการได้รับวิทยฐานะสำหรับทักษะของวิชาชีพตำรวจ

ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่และกำลังคนในหน่วยตำรวจรวมกัน 200,922 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 124,066 คนในอังกฤษและเวลส์ และตัวเลขการรับตำรวจรับใหม่เมื่อปีที่แล้วยอดรวม 4,735 คน หรือประมาณร้อยละ 4 ของตำรวจทั้งหมด

สำหรับการกำหนดคุณสมบัติใหม่คราวนี้จะไม่มีผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่บรรจุแล้วในปัจจุบัน นอกเสียจากว่าพวกเขาจะขอปรับเลื่อนตำแหน่ง

นายไจล์ ยอร์ค ซึ่งเป็นนายตำรวจอาวุโสของสภาหัวหน้าหน่วยตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนวิธีการอบรมและบรรรจุตำรวจใหม่ครั้งนี้ โดยระบุว่าจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการดึงดูดและรักษาตำรวจคุณภาพดี ๆ ไว้

เขากล่าวด้วยว่ามันเป็นเรื่องถูกต้องและเป็นธรรมสำหรับตำรวจที่จะได้รับการยอมรับทางวิทยฐานะที่เหมาะสมต่อวิชาชีพของตน