ทีมนักวิทยาศาสตร์ยุโรปสำรวจใต้ผืนดินขั้วโลกใต้ เป็นครั้งแรกของโลก

Image copyright Alamy
คำบรรยายภาพ โครงการ PolarGAP ใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้าหลายปี เพื่อนำเครื่องบินพร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ ขึ้นบินสำรวจเหนือขั้วโลกใต้

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในโครงการ PolarGAP ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) เริ่มการสำรวจลงไปใต้ชั้นน้ำแข็งและชั้นดินลึกของขั้วโลกใต้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ยังไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยภาพถ่ายดาวเทียม

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องบินบรรทุกอุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ บินข้ามไปมาหลายเที่ยวเหนือพื้นที่สำรวจ โดยคิดเป็นระยะทางรวมกันกว่า 30,000 กิโลเมตร เพื่อตรวจวัดความหนาของชั้นน้ำแข็งและชั้นดินของขั้วโลกใต้ โดยใช้เรดาร์และเครื่องมือวัดระดับความสูง รวมทั้งเลเซอร์ที่วัดขนาดและบันทึกรูปร่างของยอดภูเขาน้ำแข็งเพื่อทำแผนที่

Image copyright POLARGAP/R.FORSBERG
คำบรรยายภาพ ผลการสำรวจเบื้องต้นยืนยันถึงการมีอยู่ของแอ่งใต้ชั้นน้ำแข็ง Pensacola Pole ที่กว้างถึง 1,000 กิโลเมตร

ที่เครื่องบินของนักสำรวจยังมีอุปกรณ์ตรวจวัดสนามแม่เหล็กและแรงโน้มถ่วงติดไปด้วย เพื่อวัดความหนาของแผ่นเปลือกโลกส่วนที่ขั้วโลกใต้ตั้งอยู่ โดยข้อมูลที่ได้ในปัจจุบันยืนยันว่ามีแอ่งขนาดใหญ่ถึง 1,000 กิโลเมตรใต้ชั้นน้ำแข็งของขั้วโลกใต้ ซึ่งอาจเป็นตัวการที่ส่งผลให้ธารน้ำแข็งเลื่อนไหลไปยังมหาสมุทรแอนตาร์กติกอย่างรวดเร็วในบริเวณดังกล่าว

ผลการสำรวจขั้วโลกใต้ในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งในเรื่องการค้นหาชั้นน้ำแข็งที่เก่าแก่ที่สุดที่อาจมีอายุถึง 1.5 ล้านปี เพื่อนำมาศึกษาสภาพภูมิอากาศโลกในยุคดึกดำบรรพ์ รวมทั้งยังเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อศึกษาเรื่องผลกระทบของแรงโน้มถ่วงต่อพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก ซึ่งยังคงขาดข้อมูลเกี่ยวกับสนามโน้มถ่วงในบริเวณขั้วโลกใต้อยู่ โดยข้อมูลนี้จะถูกนำไปร่วมคำนวณเพื่อปรับปรุงค่ากลางของแรงโน้มถ่วงโลกที่ใช้วัดระดับความสูงในระบบจีพีเอสและดาวเทียมให้มีความแม่นยำมากขึ้น