จีนยอมรับยึดโดรนดำน้ำของสหรัฐฯ

สหรัฐฯระบุว่าเรือยูเอสเอ็นเอส บาวดิทช์ กำลังทำการวิจัยอยู่ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ขณะเกิดเหตุ Image copyright US NAVY
คำบรรยายภาพ สหรัฐฯระบุว่าเรือยูเอสเอ็นเอส บาวดิทช์ กำลังทำการวิจัยอยู่ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ขณะเกิดเหตุ

กระทรวงต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ยอมรับว่าได้ยึดโดรนดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในทะเลจีนใต้ พร้อมระบุว่า กองทัพจีนกำลังติดต่อกับกองทัพสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ "อย่างเหมาะสม" ต่อไป

แถลงการณ์สั้น ๆ ของกระทรวงต่างประเทศจีนไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการหารือ รวมทั้งเหตุผลที่จีนยึดโดรนไป ขณะที่กระทรวงกลาโหมจีนไม่ได้ออกแถลงการณ์ใด ๆ ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานว่า เรื่องนี้จะคลี่คลายอย่างราบรื่น

ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องจีนให้ส่งโดรนกลับคืน โดยได้ร้องเรียนผ่านช่องทางการทูต โฆษกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่าโดรนลำดังกล่าวใช้เพื่องานวิจัยด้านสมุทรศาสตร์ และถูกยึดไปขณะกำลังเก็บข้อมูลด้านวิทยาศาตร์ ราว 92 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือของอ่าวซูบิก ใกล้ฟิลิปปินส์ ซึ่งจีนอ้างว่าเป็นเขตแดนของตน นอกจากนี้โดรนยังมีข้อความระบุชัดเจนว่าเป็นของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ หวังว่ากรณีแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

คำบรรยายภาพ แผนภาพแสดงจุดที่โดรนดำน้ำสหรัฐฯ ถูกยึดไปในทะเลจีนใต้

บอนนี่ เกลเซอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเอเชียประจำศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และกิจการระหว่างประเทศกล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ ไม่ใช่ของจีน และดูเหมือนว่า จีนเป็นฝ่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

Image copyright @realDonaldTrump

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนับเป็นเหตุรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งระหว่างกองทัพของทั้งสองชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และไม่ว่าผลการติดต่อระหว่างกองทัพจีนกับสหรัฐฯ จะออกมาแบบไหน เรื่องนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้ความสัมพันธ์ที่เย็นชาระหว่างสองชาติเลวร้ายลงไปอีก ก่อนหน้านี้จีนไม่พอใจสหรัฐฯอยู่แล้ว ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตกลงคุยกับประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ของไต้หวัน รวมทั้งเรื่องที่นายทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่รู้สึกว่า "จำต้องผูกมัดในนโยบายจีนเดียว" ซึ่งเป็นนโยบายที่ระบุถึงสถานภาพของใต้หวัน ที่จีนมองว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน ซึ่งในวันนี้ (17 ธ.ค.) นายทรัมป์ได้ทวีตข้อความระบุว่า จีนขโมยโดรนวิจัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในน่านน้ำสากล และนำกลับไปยังจีน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน