ดินแดนมุสตางแห่งเนปาลถวายอาลัยกษัตริย์องค์สุดท้ายหลังสวรรคต

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กษัตริย์จิ๊กมี่ ดอร์เจ พัลบาร์ บิสตา ในงานเทศกาลหนึ่งของดินแดนมุสตางเมื่อปี 2014

ประชาชนในดินแดนมุสตางตอนบน (Upper Mustang) ของประเทศเนปาล พากันถวายอาลัยแก่กษัตริย์จิ๊กมี่ ดอร์เจ พัลบาร์ บิสตา กษัตริย์องค์สุดท้ายของอดีตราชอาณาจักรโล ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สิริพระชนมายุ 86 พรรษา

กษัตริย์บิสตาเคยปกครองดินแดนอันห่างไกลในหุบเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของเนปาลแห่งนี้มานานกว่า 50 ปี ก่อนที่เนปาลจะยุบเลิกระบอบกษัตริย์ทั้งหมดของตนไปเมื่อปี 2008

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หญิงชราชาวเนปาลสวดถวายสักการะแก่กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งมุสตาง

ก่อนหน้านี้กษัตริย์บิสตาประทับที่เมืองหลวง โล มันตาง เป็นส่วนใหญ่ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณของดินแดนมุสตาง ก่อนที่จะย้ายมาประทับยังกรุงกาฐมาณฑุเมื่อปีที่แล้ว หลังพระพลานามัยเริ่มไม่สมบูรณ์และทรงประชวรบ่อยครั้งด้วยพระโรคเกี่ยวกับพระหทัยและพระวักกะ ก่อนจะเสด็จสวรรคตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งพระศพเพื่อสักการะตามธรรมเนียมที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงกาฐมาณฑุ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายการสักการะได้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ มีการตั้งพระศพที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงกาฐมาณฑุ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายการสักการะได้

ในอดีตมุสตางเป็นดินแดนเอกราชที่ใช้ภาษาทิเบต และเคยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาที่สำคัญในแถบเนปาลตอนเหนือและที่ราบสูงทิเบตอีกด้วย ในปัจจุบัน การที่มีพรมแดนติดกับจีน ทำให้ได้รับอิทธิพลทางการค้าและวัฒนธรรมจากจีนอย่างมาก แม้กษัตริย์บิสตาจะทรงเคยเข้าร่วมในขบวนการกองโจรติดอาวุธต่อต้านจีนที่ซีไอเอสนับสนุนมาแล้ว เพื่อขับไล่จีนออกจากทิเบตหลังการลุกฮือต่อต้านของชาวทิเบตในปี 1959 ก่อนประสบความล้มเหลว