เกาะในอินโดนีเซียแห่ประจานนักท่องเที่ยวถูกกล่าวหาเป็นขโมย

นักท่องเที่ยวที่ถูกแห่ประจาน Image copyright FACEBOOK: GILI TRAWANGAN, MENO, AIR
คำบรรยายภาพ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า นักท่องเที่ยวที่ถูกแห่ประจานได้ยอมรับว่ากระทำผิดจริงหรือไม่

มีการเผยแพร่ภาพการแห่ประจานนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกสองคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย บนเกาะกิลิ ตราวันกัน ของอินโดนีเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยหลังจากที่ภาพดังกล่าวได้รับการแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางทางโซเชียลมีเดีย มีเสียงวิจารณ์หนาหูถึงความเหมาะสมของการแห่ประจานผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรม ทั้งในทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

เชื่อกันว่านักท่องเที่ยวชายหญิงไม่ทราบชื่อสองรายที่ถูกแห่ประจานนั้นเป็นชาวออสเตรเลีย โดยชาวบ้านกล่าวหาว่าทั้งสองพยายามขโมยรถจักรยานยนต์ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานมัดตัว ชาวบ้านได้นำนักท่องเที่ยวทั้งสองไปเดินแห่ประจานตามท้องถนน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนคุมตัวไว้โดยรอบ และยังได้นำป้ายมาแขวนที่คอโดยมีข้อความระบุว่า "ฉันเป็นขโมย อย่าทำอย่างที่ฉันทำ !"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ กล่าวกันว่าเกาะกิลิ ตราวันกัน มีอัตราการก่ออาชญากรรมน้อยมาก

ทั้งนี้ เกาะกิลิ ตราวันกัน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะลอมบ็อก และห่างจากเกาะบาหลีไปทางตะวันออกราว 40 กิโลเมตร โดยชาวบ้านบนเกาะอ้างว่า การแห่ประจานอาชญากรเป็นธรรมเนียมของเกาะที่มีมานานหลายสิบปีแล้ว ซึ่งธรรมเนียมนี้ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดูแลท้องที่ และช่วยให้อาชญากรรมลดน้อยลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบดื่มเหล้าเมามาย และมักชอบขโมยกระเป๋าสตางค์เวลาที่เงินหมด

Image copyright FACEBOOK: GILI TRAWANGAN, MENO, AIR
คำบรรยายภาพ มีรายงานระบุว่านักท่องเที่ยวทั้งสองเป็นชาวออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายรายได้ตั้งคำถามถึงความถูกต้องทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในการนำตัวผู้ต้องสงสัยมาแห่ประจานโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมเสียก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบที่คอยควบคุมตัวนักท่องเที่ยวขณะเดินแห่นั้น ก็ปรากฏในภายหลังว่าไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ถูกว่าจ้างมาเป็นการส่วนตัวเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดมักยอมรับการแห่ประจานและการลงโทษสถานเบาเพียงขับไล่ออกจากเกาะ เนื่องจากยังดีกว่าการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายที่ต้องไปขึ้นศาล ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนและอาจถูกปรับเงินจำนวนมาก รวมทั้งมีโอกาสถูกเรียกรับสินบนจากเจ้าหน้าที่ผู้ฉ้อฉลได้อีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง