อิวานกา ทรัมป์ ว่าที่ “สุภาพสตรีหมายเลขสอง” ของสหรัฐฯ ?

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อิวานกา ทรัมป์ กำลังจะได้รับบทบาทสำคัญในทำเนียบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้บิดา

กำลังมีการกล่าวขานกันว่า อิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวของโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 35 ปี กำลังจะได้รับบทบาทเสมือนหนึ่ง "สุภาพสตรีหมายเลขสอง" หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้บิดาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างเต็มตัว เนื่องจากนางเมลาเนีย ทรัมป์ ผู้ภรรยายังไม่สามารถย้ายเข้ามาทำหน้าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งยังทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ และจำเป็นต้องอยู่โยงที่นครนิวยอร์กต่อไปจนกว่าโรงเรียนที่บุตรชายเรียนอยู่จะหมดปีการศึกษาลง ในขณะที่อิวานกา บุตรสาวของทรัมป์นั้น ได้เข้ามามีบทบาทโดดเด่นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของบิดา รวมทั้งการเตรียมถ่ายโอนอำนาจบริหารมายังประธานาธิบดีคนใหม่ด้วย

อิวานกา ทรัมป์นั้นถือว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาด้วยตัวของเธอเอง โดยเธอเป็นนางแบบเมื่อตอนวัยรุ่น และขณะนี้ทำงานบริหารธุรกิจหลากหลายประเภท ตั้งแต่ด้านแฟชั่นความงาม ไปจนถึงธุรกิจสื่อโดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวมถึงราว 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้ามาทำงานการเมืองนั้นถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของเธอที่สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง โดยเธอและสามีคือจาเรด คุชเนอร์ จะย้ายเข้ามาอาศัยในกรุงวอชิงตันดีซี และทั้งสองจะมีสำนักงานของตนในทำเนียบประธานาธิบดีด้วย โดยแบ่งพื้นที่สำนักงานมาจากส่วนที่ต้องเป็นของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งนั่นเอง

ซูซาน สเวน นักเขียนเกี่ยวกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ แสดงความเห็นว่า การที่เมลาเนียไม่ย้ายเข้ามายังทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯในทันทีนั้น แม้จะผิดธรรมเนียมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งหลายคนต่างก็พยายามจะรักษารูปแบบการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติตามเดิม และรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับบุตรของตนให้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ดี การตัดสินใจเช่นนี้เปิดทางให้อิวานกาเข้าปฏิบัติหน้าที่ของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแทนในหลายเรื่อง ทั้งการต้อนรับบุคคลสำคัญและการออกงานที่เป็นทางการต่าง ๆ ของประธานาธิบดีด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกัน โดยในอดีตผู้นำสหรัฐฯคนอื่น ๆ อย่างโทมัส เจฟเฟอร์สัน, ลินดอน บี จอห์นสัน, เจอรัลด์ ฟอร์ด และโรนัลด์ เรแกน ต่างก็ให้สมาชิกของครอบครัวที่ไม่ใช่ภริยาออกงานต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอยู่หลายครั้ง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เกิดการตั้งคำถามเรื่องบทบาททางการเมืองของอิวานกา ทรัมป์ เมื่อเธอเข้าร่วมในการพบปะเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯและนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

แต่นอกเหนือจากงานสังคมแล้ว อิวานกาต่างจากคนอื่น ๆ ตรงที่สามารถรับบทบาทที่สำคัญกว่านั้นได้ โดยที่ผ่านมาเธอทำได้ดีเกินความคาดหมายในงานการเมืองที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่นในการพบปะกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น และการประชุมสุดยอดกับเหล่าผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊ก แอปเปิล และบริษัทอื่น ๆ แห่งซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งทำให้มองกันว่า อิวานกาอาจเข้ามามีส่วนช่วยในการวางและดำเนินนโยบายบริหารของบิดา อย่างที่ในอดีตเธอเคยเป็นแนวหน้าในการรณรงค์เรื่องสิทธิเด็กและสตรี รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกมาแล้ว แม้ว่าบางเรื่องในประเด็นเหล่านี้จะขัดกับนโยบายของพรรครีพับลิกันก็ตาม

ไมเคิล ครานิช หนึ่งในผู้เขียนหนังสือชีวประวัติของทรัมป์กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์วางแผนเรื่องงานการเมืองให้อิวานกาไว้อย่างไร แต่เชื่อได้ว่าอุปนิสัยของทรัมป์ที่มักให้คนในครอบครัวเข้ามามีบทบาทเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจนั้น จะมีผลเช่นเดียวกันกับงานการเมืองด้วยแน่นอน โดยคาดว่าอิวานกาจะเป็นผู้มีอิทธิพลภายในคณะบริหารของทรัมป์คนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องสตรี

อย่างไรก็ตาม ยังเป็นที่น่าสงสัยว่า อิวานกาจะสามารถมีบทบาทที่เป็นทางการได้มากน้อยแค่ไหนกันแน่ ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ซึ่งเรื่องนี้ครอบครัวทรัมป์ควรจะต้องระวังไม่ให้ละเมิดกฎหมายต่อต้านการอุปถัมภ์พวกพ้องของสหรัฐฯ ซึ่งบัญญัติขึ้นสมัยอดีตประธานาธิบดีเคนเนดี เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกในครอบครัวของผู้นำสหรัฐฯ มีอิทธิพลมากเกินไปในรัฐบาล

เคลยานน์ คอนเวย์ ที่ปรึกษาของทรัมป์แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า กฎหมายต่อต้านการอุปถัมภ์พวกพ้องนั้นมีข้อยกเว้นในกรณีการทำงานของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากประธานาธิบดีนั้นสามารถแต่งตั้งคณะทำงานของตนเองได้ตามที่เห็นสมควร โดยมีข้อแม้ว่าควรต้องให้แยกขาดจากกลุ่มบุคคลผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจของนายทรัมป์ ซึ่งที่ผ่านมา อิวานกาไม่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจในระหว่างที่ทรัมป์จะวางมือจากกิจการของตนและหันมาปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดีอย่างเต็มตัว ซึ่งก็หมายความว่า เธอได้รับเลือกจากบิดาให้มาช่วยงานการเมืองในทำเนียบขาวเป็นที่แน่นอนแล้ว