ศาลยุโรปค้านอังกฤษเรื่องกฎหมายการเก็บรักษาข้อมูล

สหราชอาณาจักรผิดหวัง หลังศาลยุโรปชี้ขาดว่าการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการสื่อสารขัดหลักกฎหมายอียู Image copyright PA

รัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าวว่ารู้สึก "ผิดหวัง" หลังจากที่ศาลยุติธรรมแห่งยุโรปมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลด้านการสื่อสาร "โดยถ้วนทั่วทุกตัวคน" นั้นขัดต่อกฎหมายของสหภาพยุโรป

คณะผู้พิพากษาศาลยุโรปกล่าวว่า ข้อมูลการติดต่อสื่อสารนั้นจะยอมให้เก็บรักษาไว้ได้ก็เฉพาะเมื่อนำไปใช้เพื่อสู้กับอาชญากรรมร้ายแรง โดยศาลมีคำตัดสินนี้หลังจากมีการฟ้องร้องคัดค้านการที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรออกกฎหมายสอดส่องประชาชน

การฟ้องร้องนี้นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีด้านการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรเป็นผู้ริเริ่ม ในสมัยที่เขายังเป็นเพียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปลายแถวของพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ

พรรคเสรีประชาธิปไตยของอังกฤษกล่าวว่า คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาล "ล้ำเส้น" ไปแล้ว ที่ผ่านพระราชบัญญัติว่าด้วยอำนาจเก็บรักษาข้อมูลและอำนาจสืบสวน (Data Retention and Investigatory Powers Act) ซึ่งโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น "ใบอนุญาตของพวกสอดรู้" กฎหมายนี้มีบทบัญญัติว่า บริษัทที่ให้บริการด้านการติดต่อสื่อสารต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้นาน 12 เดือน

ศาลยุติธรรมยุโรปตัดสินว่า "การเก็บรักษาอย่างครอบคลุมทั่วไปและไม่กลั่นกรองเลือก" ซึ่งข้อมูล ย่อมเป็นการขัดต่อกฎหมายของสหภาพยุโรป และจะกระทำได้ก็แต่เฉพาะตามเงื่อนไขบางประการและ "ด้วยจุดประสงค์เพื่อต่อต้านอาชญากรรมร้ายแรงเพียงประการเดียวเท่านั้น"

คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลยุโรป ยืนยันคำตัดสินเมื่อเดือนกรกฎาคมของศาลชั้นต้นแห่งสหราชอาณาจักร ขณะนี้คดีกลับคืนมายังศาลอุทธรณ์แห่งสหราชอาณาจักรแล้ว หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ส่งคดีดังกล่าวไปขอความกระจ่างจากศาลยุโรป

นายเดวิส ผู้รณรงค์ประเด็นเสรีภาพพลเมืองมานานแล้ว ทิ้งคดีนี้ไปหลังจากนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์แต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกรกฎาคม

นายทอม วัตสัน รองหัวหน้าพรรคแรงงานของอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ร่วมฟ้องร้อง กล่าวว่า "คำวินิจฉัยชี้ขาดนี้แสดงให้เห็นว่าการรีบผลักดันออกกฎหมายใหม่ ๆ ผ่านรัฐสภาโดยไม่ผ่านการพินิจอย่างเหมาะสม ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์"

กระทรวงมหาดไทยของอังกฤษแถลงว่าจะยื่น "ข้อโต้แย้งอย่างแข็งขัน" ต่อศาลอุทธรณ์ และยังกล่าวเสริมอีกว่า "ดังที่รู้กันว่าข้อมูลการติดต่อสื่อสารมีความสำคัญเพียงใดในการป้องกันและสืบสวนอาชญากรรม เราจึงจะทำให้แน่ใจว่าแผนต่าง ๆ ยังคงเดิม เพื่อที่ว่าตำรวจและเจ้าพนักงานรัฐจะสามารถได้มาซึ่งข้อมูลสื่อสารดังกล่าว ด้วยวิธีที่ไม่ขัดต่อกฎหมายของสหภาพยุโรปและพันธะของเราในการปกป้องประชาชน"

กฎหมายพระราชบัญญัติอำนาจการสืบสวน

- จะนำมาใช้แทน พระราชบัญญัติระเบียบอำนาจการสืบสวน ซึ่งจะยกเลิกในสิ้นเดือนธันวาคม

- รัฐบาลกล่าวว่ากฎหมายนี้ทำให้ตำรวจและองค์กรสืบราชการลับมีเครื่องมือเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนและแก้ปัญหา "ช่องโหว่ที่มีอยู่ในด้านความสามารถ"

- กระนั้นก็มีผู้วิจารณ์ว่ากฎหมายนี้เป็น "ใบอนุญาตของพวกสอดรู้" ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องเสรีภาพของพลเมือง

- มาตรการต่าง ๆ ในกฎหมายนี้ มีข้อหนึ่งกำหนดว่าบริษัทผู้ให้บริการด้านการติดต่อสื่อสาร เช่น ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือสัญญาณบรอดแบนด์ ต้องเก็บรักษาข้อมูลการติดต่อสื่อสารไว้นานหนึ่งปี

- ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ องค์กรต่าง ๆ ก็สามารถร้องขอให้บริษัทต่าง ๆ เริ่มรวบรวมข้อมูลนี้ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่สามรมารถเข้าถึงข้อมูลย้อนหลังเพราะบริษัทต่าง ๆ ไม่ได้เก็บรักษาไว้

รัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าวว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำตัดสินเรื่องการฟ้องร้องคัดค้านกฎหมายดังกล่าวออกมาเสียก่อน คำศัพท์ว่า "ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร" หมายถึง รายละเอียดต่าง ๆ เช่น วันและเวลาที่มีการโทรศัพท์หรือส่งอีเมล์ แต่ไม่รวมถึงเนื้อหาสาระในนั้น

พระราชบัญญัติว่าด้วยอำนาจเก็บรักษาข้อมูลและอำนาจสืบสวน จะยกเลิกเมื่อสิ้นเดือนธันวาคม และกฎหมายใหม่ คือ กฎหมายพระราชบัญญัติอำนาจการสืบสวน จะเข้ามาแทนที่

กลุ่มรณรงค์ชื่อ ลิเบอร์ตี้ (เสรีภาพ) ซึ่งเป็นตัวแทนของนายวัตสัน กล่าวว่า "คำตัดสินในวันนี้ยืนยันสิทธิของประชาชนทั่วไปของสหราชอาณาจักร ว่าชีวิตส่วนตัวไม่ต้องโดนสอดแนมโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรหรือปราศจากหมายศาล"

"ตอนนี้รัฐบาลจะต้องเร่งเปลี่ยนแปลงกฎหมายพระราชบัญญัติอำนาจการสืบสวนให้เป็นไปตามนี้"