เพิ่มประสิทธิภาพงาน ด้วยเครื่องมืออัจฉริยะ ถุงมือ เข็มขัด แว่น

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ถุงมืออัจฉริยะช่วยให้ผู้ใช้สแกนบาร์โค้ดด้วยปลายนิ้ว มีมือว่างไปหยิบวัตถุอื่นได้

อุปกรณ์ไฮเทคชิ้นไหนจะช่วยให้คุณทำงานสะดวกขึ้น?

หากให้ลองสรรหา อุปกรณ์ไฮเทคสักชิ้นที่จะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น น้อยคนนักที่จะนึกถึง ถุงมือ แต่ตอนนี้ คนงานโรงงานรถยนต์ในเยอรมนีต่างหันมาใช้ถุงมืออัจฉริยะ ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วงป้องกันอุบัติเหตุได้ด้วย

นับเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ว่าแรงงานมนุษย์ กำลังหันมาอาศัยเทคโนโลยีมาเสริมสมรรถนะ เพื่อแข่งกับหุ่นยนต์ที่ดูจะเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้

ยกตัวอย่างเช่น ที่โรงงานชิ้นส่วนของบริษัทบีเอ็มดับบลิวในเมืองดิงโกลฟิง ซึ่งมีพนักงานถึง 17,500 คนนั้น อุปกรณ์มือถือสำหรับใช้อ่านบาร์โค้ด ถูกแทนที่ด้วยถุงมือที่สามรถสแกนวัตถุต่าง ๆ ได้ เมื่อเราจีบนิ้วโป้งและนิ้วชี้เข้าหากัน ข้อมูลที่อ่านได้จะส่งด้วยระบบไร้สายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง

ถุงมือไฮเทคช่วยให้คนงานสามารถจับสิ่งของไว้ได้ทั้งสองมือในขณะที่สแกนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ประหยัดเวลาไปได้เพียงครั้งละไม่กี่วินาที แต่บีเอ็มดับบลิวคะเนว่ารวมกันแล้วจะประหยัดเวลาได้ถึงวันละ 4,000 นาทีหรือ 66 ชั่วโมงทำงาน

Image copyright BERNHARD HUBER MUNICH
คำบรรยายภาพ ถุงมืออัจฉริยะนี้บอกผู้ใช้ได้ว่ากำลังใช้ชิ้นส่วนที่ถูกต้องหรือไม่

ถุงมือมาร์ก โกลฟ (Mark glove) ชนิด "เปิดไฟ ก็พร้อมใช้งาน" ของบริษัท ProGlove เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ถุงมือชนิดนี้ราคา 1,300 ยูโร ติดเครื่องสแกนและแบตเตอรี่ไว้ในตัว โดยแบตเตอรี่มีความจุไฟฟ้าพอให้ใช้งานได้ตลอดช่วงรอบงานนานแปดชั่วโมง

บริษัทอื่น ๆ ที่ใช้ถุงมือดังกล่าวรวมถึงบริษัทผลิตรถยนต์ออดี้และสโกด้าที่เป็นคู่แข่งกับบีเอ็มดับบลิว และบริษัทเฟสท์ ซึ่งทำงานด้านวิศวกรรมความเที่ยงตรง

ช่วงพยุงธุรกิจ

ในสหรัฐฯ การลาป่วยของพนักงานทำให้นายจ้างต้องเสียรายได้ถึงปีละ 2.26 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 8.14 ล้านล้านบาท ส่วนในสหราชอาณาจักร ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บริษัทต่าง ๆ สูยเงินไปกว่า 4 พันล้านปอนด์จากการลางานเนื่องจากการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ

ในปีที่ผ่านมา เพียงเฉพาะการบาดเจ็บที่เกิดจากการยกของ ก็ทำให้บริษัทของสหรัฐฯ เสียเงินไปมากกว่า 7 หมื่นล้านดอลล่าร์แล้ว ถ้าไม่นับไข้หวัด อาการปวดหลังก็นับเป็นสาเหตุหลักของการลางาน

บริษัทเทคโนโลยีซึ่งตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์กชื่อบริษัท คินเนติก (Kinetic) กำลังพยายามหาทางจัดการกับปัญหานี้ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่ติดกับเข็มขัดสำหรับตรวจท่าทางของคนงาน เพื่อจะได้ให้ข้อมูลป้อนกลับแก่คนงานว่าควรปรับปรุงท่าต่าง ๆ อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ให้ย่อเข่าลงมากขึ้น เป็นต้น

Image copyright KINETIC
คำบรรยายภาพ เข็มขัดอัจฉริยะ ของ Kinetic บอกได้ว่าท่าที่เราใช้เวลายกของนั้นเหมาะสมหรือไม่

บรรดาหัวหน้างาน สามารถเห็นข้อมูลที่รวบรวมมาได้ทางหน้าเว็บที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ ช่วยให้สามารถชี้ถึงจุดที่ควรปรับปรุงได้ ระบบของบริษัทคินเนติกให้คำแนะนำว่าควรออกแบบสถานที่ทำงานเสียใหม่อย่างไรจึงจะลดวิธีปฏิบัติที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้

เมื่อไม่นานมานี้อาคารกระจายสินค้าในมลรัฐเท็กซัสของบริษัท Crane Worldwide Logistics เริ่มนำระบบนี้ไปใช้เป็นรายแรก ซึ่งบริษัทฯ กล่าวว่าช่วยลดจำนวนการยกของที่อาจทำให้คนงานเป็นอันตรายบาดเจ็บลงไปได้ถึงร้อยละ 84 ในแต่ละวัน

เชิดหน้าไว้ --

Image copyright Google
คำบรรยายภาพ ผู้ใช้ทั่วไปไม่ค่อยตื่นเต้นสนใจแว่นกูเกิ้ลกลาส แต่บริหารบริษัทต่างๆกลับให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

อีกตัวอย่างเช่น เมื่อเร็วๆนี้ โบอิ้ง เริ่มทดลองใช้ แว่น Google Glass เพื่อช่วยช่างเทคนิคเดินสายไฟของเครื่องบิน

ระบบสายไฟที่ซับซ้อนอย่างยิ่งนี้ต้องเชื่อมต่อกันตามผังที่ช่างเทคนิคต้องดูจากแท็ปเล็ตหรือแล็ปท็อป แต่ มาตอนนี้ ช่างสามารถอ่านคู่มือได้จากจอแสดงภาพที่ติดกับศีรษะ โดยอาศัยแอปที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษเรียกว่า เอพีเอ็กซ์ สกายไลต์ มือของช่างจึงว่าง ช่วยให้ตัดสายไฟและเชื่อมสายไฟได้สะดวกคล่องตัวยิ่งขึ้น

โบอิ้งกล่าวว่าโครงการงนี้ ช่วยลดเวลาในการประกอบเครื่องบินลงไปได้ถึงร้อยละ 25 และที่สำคัญคือจำนวนความผิดพลาดก็ลดลงด้วย

ในอุตสาหกรรมเหมือง อันเป็นอุตสาหกรรมที่เสี่ยงอันตรายมากที่สุดในโลก เทคโนโลยีก็ได้ช่วยให้คนงานเหมืองปลอดภัยขึ้น และเพิ่มผลผลิต

ยกตัวอย่างเช่น บริษัท Maestro Mine Ventilation ของแคนาดา พัฒนาอุปกรณ์ตรวจจับแก๊สแบบดิจิตอล ซึ่งได้รับรางวัล อุปกรณ์นี้ตรวจจับได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าอุปกรณ์แบบเดิมที่ใช้กันมา

อุปกรณ์นี้จะเฝ้าตรวจคุณภาพอากาศอยู่เสมอ จึงสามารถระบุได้แต่เนิ่นๆ เมื่อเริ่มมีแก๊สอันตรายสั่งสมขึ้นในอากาศ และอุปกรณ์ก็จะสูบอากาศบริสุทธิ์เข้าไปในพื้นที่มีปัญหาดังกล่าวนั้น นับว่าเป็นการประหยัดไฟฟ้า เพราะสามารถใช้งานพัดลมดูดอากาศได้แต่เฉพาะเมื่อจำเป็น แทนที่จะต้องเปิดไว้ตลอดเวลา

ความผาสุก

การบาดเจ็บทางร่างกายมิใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้เกิดการขาดงาน ความเครียดและความป่วยไข้ก็เป็นตัวการสำคัญเช่นกัน

ออราเคิล (Oracle) บริษัทใหญ่ด้านไอทีอ้างว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปเนื่องจากการขาดงานนั้น ลดวูบลงถึงหนึ่งพันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพราะการแทรกแซงเพื่อให้เกิดความผาสุก อย่างเช่นในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อลดความเครียด

ฮิวมาน่า (Humana) ผู้ให้บริการประกันด้านสุขภาพของสหรัฐฯ เชื่อว่าแอปGoal Guru เพื่อสุขภาพและความผาสุก สามารถเพิ่มผลิตภาพได้ด้วยการปรับปรุงความพร้อมโดยรวมของร่างกายพนักงาน

แอปนี้ จะรวมรวมข้อมูลจากแอปอื่นๆที่คอยเฝ้าติดตามความพร้อมและสุขภาพของร่างกาย แล้วตั้งเป้าหมายที่ท้าทายให้พนักงานปฏิบัติเป็รายบุคคลหรือร่วมกันเป็นหมู่คณะ ตั้งแต่การวิดพื้นไปจนถึงการเดินขึ้นเขา มีการส่งเสริมแข็งขันให้มีการแข่งขันระหว่างทีมต่าง ๆ และให้มีแม้แต่การ "ว๊าก" กันด้วย

Image copyright HUMANA
คำบรรยายภาพ แอป Goal Guru ของฮิวมาน่า มุ่งทำให้คนทำงานรู้สึกดีขึ้นทั้งทางอารมณ์และร่างกาย

"Goal Guru ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของขั้นตอนต่างๆ ที่คุณทำหรือสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไปเท่านั้น" คริสตีน มัลเล็นรองประธานบริษัทพัฒนาความผาสุกกล่าวกับบีบีซี

"แต่ยังรวมถึงงานที่ออกแบบมาเพื่อลดความเครียดทางการเงินและปรับปรุงความผาสุกทางอารมณ์ ตลอดจนสภาพร่างกาย ในขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกอยากแข่งขันและสนุกสนานกันภายในชุมชนของพนักงาน" คุณมัลเล็นกล่าวด้วยว่าแอปตัวนี้ ซึ่งตอนนี้เปิดให้บริการแต่เฉพาะบริษัทต่าง ๆ ของสหรัฐเท่านั้นแต่ไม่ช้าควรจะให้บริการได้แพร่หลายทั่วโลก มีราคาอยู่ระหว่างหนึ่งดอลล่าร์ถึงหนึ่งดอลล่าร์ห้าสิบเซ็นต์ต่อคนต่อเดือนสำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน 100 คน

"การวิจัยของเราบ่งชี้ว่า ตอนนี้นายจ้างยินดีใช้จ่ายเป็นสองเท่าของเงินจำนวนนี้ เพราะเข้าใจดีว่าพวกลูกจ้างที่เข้ากันได้ดีอย่างกลมกลืน จะทำให้ผลประกอบการของบริษัทเป็นอย่างไร" คุณมัลเล็นกล่าว

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นถุงมืออัจฉริยะ เข็มขัดฉลาดรู้ หรือซอฟต์แวร์จูงใจพนักงาน เทคโนโลยีก็กำลังช่วยทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น