รัสเซีย-ตุรกี ช่วยซีเรียบรรลุข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย Image copyright EPA/MICHAEL KLIMENTYEV / SPUTNIK / KREMLIN POOL
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เผยว่ารัสเซียเห็นชอบกับข้อเสนอให้ลดกำลังพลของรัสเซียที่ปฏิบัติภารกิจในซีเรียลง

รัฐบาลซีเรียและกลุ่มกบฏบรรลุข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 29 ย่างเข้าสู่วันที่ 30 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นข้อตกลงที่จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพต่อไป

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียประกาศข่าวการหยุดยิงครั้งนี้ และเสริมว่าการเจรจาสันติภาพจะเริ่มต้นขึ้นภายใน 3 เดือนหลังจากข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ที่กรุงอัสตานา ของคาซัคสถาน

ด้านกระทรวงต่างประเทศตุรกีก็ออกมายืนยันเรื่องนี้เช่นกัน โดยทั้งรัสเซียและตุรกีซึ่งต่างสนับสนุนฝ่ายที่สู้รบกันในสงครามกลางเมืองซีเรีย จะทำหน้าที่เป็นผู้รับรองข้อตกลงหยุดยิงฉบับนี้

Image copyright Reuters

นายปูติน ประกาศว่า คู่ขัดแย้งได้ลงนามในข้อตกลง 3 ฉบับ ได้แก่ 1) ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัฐบาลซีเรียกับกลุ่มกบฏ 2) มาตรการบังคับใช้และตรวจสอบเรื่องการหยุดยิง 3) ข้อตกลงให้เริ่มเปิดการเจรจาสันติภาพ

ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า ข้อตกลงฉบับนี้มีความ "เปราะบาง" แต่ก็ชื่นชมว่าการบรรลุข้อตกลงนี้เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมรัสเซียกับหุ้นส่วนของรัสเซียในภูมิภาค โดยตัวเขาเห็นชอบกับข้อเสนอของกระทรวงกลาโหมให้ลดกำลังพลของรัสเซียที่ปฏิบัติภารกิจในซีเรียลง แต่นายปูตินย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลรัสเซียจะยังคงเดินหน้าปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติและให้การสนับสนุนรัฐบาลซีเรียต่อไป

Image copyright AP Photo/Burhan Ozbilici
คำบรรยายภาพ นายโอซามา อาบู เซอิด ตัวแทนกลุ่มกบฏโชว์สำเนาข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศที่ทำกับรัฐบาลซีเรีย

คณะกรรมการเจรจาระดับสูง (HNC) ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มการเมืองและกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียแต่ไม่ใช่กลุ่มนักรบคลั่งศาสนา ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มองว่าเป็นกลุ่มหลักที่ต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ก็ออกมายืนยันเรื่องข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม กองทัพซีเรียระบุว่ากลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) และกลุ่มจาบัต ฟาเตห์ อัล-ชาม (กลุ่มนุสราฟรอนท์เดิม) รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ 2 กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงฉบับนี้

Image copyright REUTERS/Khalil Ashawi
คำบรรยายภาพ สงครามกลางเมืองซีเรียคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 300,000 คน และอีก 4 ล้านคนต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิด

ก่อนหน้านี้ทั้งยูเอ็น รวมทั้งสหรัฐฯและรัสเซียเคยผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียมาแล้ว แต่ข้อตกลงกลับล้มเหลวลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ คาดว่าสงครามกลางเมืองซีเรียที่ปะทุขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 300,000 คน และอีก 4 ล้านคนต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง