แชร์แท็กซี่ช่วยแก้รถติดได้

รถแท็กซี่สีเหลืองในนครนิวยอร์ก Image copyright Thinkstock
คำบรรยายภาพ การนั่งรถแท็กซี่ร่วมกับคนอื่นช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนลงได้

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที เผยผลการศึกษาพบว่าการนั่งรถแท็กซี่ร่วมกับคนอื่นช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนลงได้ 75%

เอ็มไอทีศึกษาเรื่องนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางโดยรถแท็กซี่ 3 ล้านเที่ยว และพบว่าสามารถนำรถแท็กซี่ขนาด 4 ที่นั่ง จำนวน 3,000 คัน มาใช้ทดแทนรถแท็กซี่สีเหลือง จำนวน 13,000 คัน ที่ใช้อยู่ในนครนิวยอร์กได้เพียงพอ อย่างไรก็ดี ผู้โดยสารจะต้องยินยอมที่จะนั่งรถแท็กซี่ร่วมกับคนอื่น

การศึกษายังพบด้วยว่าคนทั่วโลกสูญเสียเวลาไปประมาณ 7,000 ล้านชั่วโมงต่อปี ไปกับการจราจรติดขัด ซึ่งส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อม ทำให้มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอีก 3,000 ล้านแกลลอน

ศ.ดาเนียลา รุส แห่งเอ็มไอทีบอกว่า หากคนขับรถแท็กซี่สามารถรับส่งผู้โดยสารได้ 2-4 คน ต่อเที่ยว จะลดเที่ยวการเดินทางลงได้ โดยคนขับรถจะยังมีรายได้เท่าเดิม แต่ทำงานในช่วงเวลาที่สั้นลง

Image copyright MIT
คำบรรยายภาพ ทีมงานนักวิจัยของเอ็มไอทีได้พัฒนาอัลกอริธึ่มที่สามารถเปลี่ยนเส้นทางของรถไปตามความต้องการของผู้โดยสาร

ทั้งนี้ ทีมงานนักวิจัยของเอ็มไอทีได้พัฒนาอัลกอริธึ่มที่สามารถเปลี่ยนเส้นทางของรถไปตามความต้องการของผู้โดยสาร ซึ่ง ศ.รุส บอกว่าจะช่วยให้คนขับทำงานในกะที่สั้นลง ลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน และทำให้สภาพอากาศดีขึ้น ระบบดังกล่าวนี้ยังเหมาะสมกับรถไร้คนขับด้วย

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่าในปัจจุบันการใช้รถสาธารณะร่วมกับผู้อื่นเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Lyft ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะระบุว่า ในปี 2558 ผู้โดยสารที่ใช้บริการในนครซานฟรานซิสโก ครึ่งหนึ่งเป็นการใช้แท็กซี่ร่วมกับผู้อื่น

นอกจากนี้ยังมีโครงการใช้รถร่วมกับผู้อื่นเกิดขึ้นในอีกหลายประเทศ เช่น ที่กรุงเบอร์ลิน บีเอ็มดับเบิลยูให้บริการ DriveNow แก่ผู้โดยสารราว 200,000 คน ส่วนโตโยต้า เปิดตัวโครงการในทำนองเดียวกันนี้ในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ อย่างไรก็ดี บางโครงการอาจไม่ประสบความสำเร็จ เช่น Car2Go ซึ่งเพิ่งประกาศยกเลิกการบริการในกรุงสตอกโฮล์มเพราะไม่มีผู้ใช้บริการเพียงพอ