วาฬเพชฌฆาตอายุมากที่สุดในโลกตายเสียแล้ว

เจ2 หรือแกรนนี่ ในทะเลแซลิชเมื่อปีพ.ศ. 2553 Image copyright CWR
คำบรรยายภาพ เจ2 หรือแกรนนี่ ในทะเลแซลิชเมื่อปีพ.ศ. 2553

นักวิจัยเผยวาฬเพชฌฆาตอายุร่วมร้อยปีหายตัวไปและคาดว่าตายเสียแล้ว

แกรนนี่ (คุณยาย) เป็นชื่อที่คนตั้งให้วาฬตัวเมียอายุกว่า 100 ปีตัวนี้ ด้วยความเอ็นดู แต่มันมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เจ 2

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บีบีซีเคยจัดทำสารคดีเกี่ยวกับแกรนนี่ โดยได้ติดตามการศึกษาวิจัยของนักชีววิทยาเกี่ยวกับเผ่าวาฬออร์กาของแกรนนี่ โดยเฉพาะวาฬออร์กาเพศเมีย ที่มีอายุยืนยาวพ้นวัยเจริญพันธุ์ การศึกษาช่วยให้เข้าใจถึงความลับของภาวะวัยหมดระดูในหมู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสามชนิดเท่านั้นที่มีวัยหมดระดู คือวาฬออร์ก้า วาฬนำร่องครีบสั้น และมนุษย์ แม้ชิมแปนซีซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดก็ยังไม่มีวัยหมดระดู โดยความสามารถในการเจริญพันธุ์จะเพียงค่อย ๆ ลดลงไปตามวัย และชิมแปนซีซึ่งอาศัยอยู่ในป่าก็มักอายุไม่ยืนยาวเกินวัยเจริญพันธุ์

คำบรรยายภาพ วาฬออร์ก้าตัวเมียอายุมากแล้วตัวหนึ่ง นำทางฝูงที่ตามมาข้างหลัง

การเฝ้าสังเกตแกรนนี่และวาฬเพชฌฆาตตัวเมียตัวอื่น ๆ ที่เป็นจ่าฝูง ทำให้เห็นได้ว่ามันมีบทบาทสำคัญในครอบครัว ช่วยนำทางฝูงออกหาอาหาร ช่วยดูแลลูกที่อายุยังน้อยของตัวเมียตัวอื่น ๆ และแม้แต่หาอาหารให้พวกตัวผู้ที่ขนาดใหญ่กว่า ตัวเมียจ่าฝูงที่ถึงวัยหมดระดูแล้วช่วยเหลือครอบครัวให้รอดชีวิตอยู่ได้ ข้อดีในจุดนี้อาจแสดงให้เห็นได้ว่าอะไรทำให้สัตว์สายพันธุ์หนึ่งมีวิวัฒนาการไปสู่ภาวะวัยหมดระดู

การวิจัยนี้ยังดำเนินต่อไป แต่วาฬตัวสำคัญที่มนุษย์เฝ้าศึกษามากที่สุดในโลกจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยแล้ว ซึ่ง ศ.ดาร์เรน ครอฟต์ แห่งมหาวิทยาลัยเอ็กซ์เตอร์ในสหราชอาณาจักร แกนนำนักวิจัย บอกกับบีบีซีว่าการจากไปของแกรนนี่เป็นเรื่องน่าสลดใจและทำให้วาฬฝูงนี้อยู่อย่างลำบาก เพราะในช่วงปลายอายุ แกรนนี่ได้ช่วยสอนวาฬตัวอื่น ๆ ในครอบครัวให้รู้ว่าจะหาอาหารได้ที่ไหน และเมื่อใด

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ พฤติกรรมที่คาดเดาได้ง่ายทำให้วาฬเพชฌฆาตตกเป็นเป้าถูกจับได้ง่าย

ด้าน ดร. เคน บอลคอมบ์ จากศูนย์วิจัยวาฬ (Center for Whale Research - CWR) ซึ่งได้เฝ้าศึกษาวาฬออร์ก้าที่อาศัยอยู่บริเวณทะเลแซลิชใกล้นครแวนคูเวอร์และซีแอตเทิลเป็นเวลานานกว่าสี่ทศวรรษ และเว็บไซต์ของศูนย์ฯ เป็นรายแรกที่รายงานเรื่องการตายของแกรนนี่ โดย ดร.บอลคอมบ์ เขียนในเว็บไซต์ว่า ได้เห็นแกรนนี่เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2559 ขณะที่แกรนนี่นำฝูงขึ้นเหนือโดยว่ายล้ำหน้าฝูงไปไกล

"บางทีอาจมีนักส่องวาฬรายอื่นที่เฝ้าติดตามอยู่ได้เห็นมันหลังจากวันนั้น แต่พอถึงสิ้นปีมันก็หายไปจากกลุ่มวาฬเพชฌฆาตท้องถิ่นทางใต้ ตอนนี้เราจึงถือว่ามันตายไปแล้ว ช่างน่าสลดใจ"

ดร.ครอฟต์กล่าวเสริมว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อเมือเมื่อคิดว่าแกรนนี่ได้เผชิญอะไรมาบ้างในชีวิตตลอดศตวรรษที่ผ่านมา และรอดจากการถูกจับทั้งเป็นมาได้ เมื่อคิดว่าโลกและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด ปลาแซลมอนมีจำนวนลดลง การเดินเรือขนส่งสินค้ามีมากขึ้น ทำให้วาฬเหล่านี้ยิ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากขึ้น

"แม้เจ 2 จะจากไปแล้ว เราก็จะยังได้ประโยชน์ไปอีกหลายสิบปีข้างหน้าจากข้อมูลอันน่าทึ่งที่ศูนย์วิจัยวาฬรวบรวมไว้เกี่ยวกับชีวิตตลอด 40 ปีของเจ 2"

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ ปลาแซลมอนในทะเลที่ลดน้อยลงทำให้น่าเป็นห่วงถึงอนาคตของวาฬเพชฌฆาตว่าจะดำรงอยู่ต่อไปอย่างไร

ทั้งนี้ ดร. บอลคอมบ์ ได้เฝ้าศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวาฬออร์กามาตั้งแต่หลังช่วงปี พ.ศ.2508 ถึง 2518 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจับวาฬเพชฌฆาตจากทะเลแซลิชไปเลี้ยงในสวนน้ำ ความที่วาฬเหล่านี้มีพฤติกรรมที่คาดเดาได้ จึงทำให้มันตกเป็นเป้าถูกจับได้ง่าย

ดร.บอลคอมบ์ ได้สังเกตและจัดทำบัญชีรายการวาฬเพชฌฆาตมาตั้งแต่ปี 2519 และได้ถ่ายรูปแกรนนี่ไว้เป็นครั้งแรก การทำงานของเขาเผยให้โลกรู้ว่าการล่าวาฬเป็นกิจกรรมที่ไม่ยั่งยืน ดร.บอลคอมบ์และศูนย์วิจัยฯ เป็นผู้ผลักดันให้กลุ่มวาฬเพชฌฆาตท้องถิ่นทางใต้ ได้รับความคุ้มครองเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

ตามข้อมูลเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2559 วาฬในกลุ่มนี้มีจำนวน 78 ตัว ขณะที่ในท้องทะเลบริเวณเดียวกันนี้ จำนวนปลาแซลมอนซึ่งเป็นอาหารของวาฬเพชฌฆาตก็ลดลงด้วย ดร.บอลคอมบ์ ยังสงสัยอยู่ว่าอนาคตของวาฬเพชฌฆาตเหล่านี้จะเป็นอย่างไรในเมื่อแหล่งอาหารของมันมีลดน้อยลงไปทุกที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง