รัสเซียเริ่มถอนทหารในซีเรีย

เรือบรรทุกเครื่องบิน "อัดมีรัลคุซเนซอฟ" Image copyright Russian Defense Ministry Press Service/ Photo via
คำบรรยายภาพ เรือบรรทุกเครื่องบิน "อัดมีรัลคุซเนซอฟ" จะนำกองเรือรัสเซียออกจากน่านน้ำซีเรีย

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รัสเซีย ประกาศว่า กองทัพเริ่มถอนกำลังพลออกจากซีเรียแล้ว โดยกองเรือบรรทุกเครื่องบินจะเป็นหน่วยแรกที่ออกเดินทาง

สื่อรัสเซียรายงานว่า พล.อ.วาเลอรี เกราซิมอฟ รัสเซีย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมเริ่มถอนกำลังที่ส่งไปปฏิบัติภารกิจในซีเรียแล้ว ตามการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน "อัดมีรัลคุซเนซอฟ" จะนำกองเรือรัสเซียออกจากน่านน้ำซีเรีย

Image copyright EPA/RUSSIAN DEFENCE MINISTRY PRESS SERVICE
คำบรรยายภาพ ทหารรัสเซียที่ปฏิบัติภารกิจในซีเรีย

รัสเซียเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียเมื่อเดือน ก.ย. 2558 โดยระบุว่ามีเป้าหมายสำคัญในการปราบปรามกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) อย่างไรก็ตามการส่งทหารเข้าปฏิบัติภารกิจในซีเรียครั้งนี้นับเป็นการช่วยเหลือกองทัพรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ในการสู้รบกับกลุ่มกบฏ

การถอนกำลังทหารครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรัสเซียและตุรกีเจรจาเรื่องการหยุดยิงในซีเรีย ซึ่งองค์การสหประชาชาติระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลในพื้นที่ส่วนใหญ่ของซีเรีย

คำบรรยายภาพ แผนภาพแสดงพื้นที่ยึดครองของฝ่ายต่าง ๆ ในซีเรียและอิรัก

โจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวสายการทูตของบีบีซี บอกว่า การถอนกำลังพลของทหารรัสเซียครั้งนี้เป็นเพียงการปิดฉากหน้าหนึ่งของรัสเซียเท่านั้น แต่ไม่ใช่การยุติบทบาทของรัสเซียในซีเรียอย่างสมบูรณ์ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัสเซียประกาศถอนกำลังพลออกจากซีเรีย โดยเมื่อเดือน มี.ค.ปีก่อน ประธานาธิบดีปูติน ได้ประกาศถอนเครื่องบินรบบางส่วนออกจากซีเรีย ทว่าบทบาททางการทหารของรัสเซียในการสู้รบในซีเรียยังคงดำเนินต่อไป ทั้งยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่ารัสเซียเข้าไปเกี่ยวข้องในการสู้รบในซีเรียมากน้อยเพียงใด แม้ที่ผ่านมารัสเซียจะอ้างว่าให้การสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศแก่รัฐบาลซีเรียเท่านั้น ทว่าในสัปดาห์นี้มีการเปิดเผยเรื่องการเสียชีวิตของทหารพลร่ม 3 นาย ซึ่งบ่งชี้ว่า ทหารพลร่มของรัสเซียเข้าไปปฏิบัติภารกิจสู้รบภาคพื้นดินในซีเรียด้วย

ผู้สื่อข่าวบีบีซี ชี้ด้วยว่า การถอนกำลังทหารของรัสเซียครั้งนี้ อาจเป็นสิ่งที่ประธานาธิบดีปูตินต้องการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลรัสเซียเห็นว่าหนึ่งในภารกิจสำคัญในการสู้รบครั้งนี้ได้ยุติลงแล้ว หลังจากสามารถชิงเมืองอเลปโปคืนจากกลุ่มกบฏได้สำเร็จ และเสริมสร้างความมั่นคงให้รัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซาด