รายงานหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯชี้ ปูตินพยายามช่วยทรัมป์ให้ชนะเลือกตั้ง

นายทรัมป์ขณะเข้ารับการรายงานสรุปจากบรรดาผู้นำหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายทรัมป์ขณะเข้ารับการรายงานสรุปจากบรรดาผู้นำหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ

มีการเผยแพร่รายงานฉบับย่อความยาว 25 หน้า ซึ่งจัดทำโดยบรรดาหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ เกี่ยวกับกรณีการเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ผ่านมา โดยเนื้อหาสำคัญในรายงานฉบับดังกล่าวชี้ชัดว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เป็นผู้สั่งการเจาะล้วงข้อมูลเพื่อพยายามช่วยให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

รายงานดังกล่าวไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันถึงความเกี่ยวข้องของผู้นำรัสเซียในเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่ระบุว่ารัสเซียมีเป้าหมายในการบ่อนทำลายศรัทธาต่อกระบวนการประชาธิปไตยของชาวอเมริกัน และทำลายความน่าเชื่อถือของนางฮิลลารี คลินตันเป็นหลัก โดยแฮกเกอร์รัสเซียได้เจาะล้วงข้อมูลอีเมลของผู้นำพรรคเดโมแครตหลายคน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาปล่อยสู่สายตาสาธารณชนทางเว็บไซต์อย่างวิกิลีกส์ และ DCLeaks.com

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ นายทรัมป์เคยกล่าวว่าจะกระชับความสัมพันธ์กับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และรัสเซียให้แน่นแฟ้นขึ้น

รายงานยังระบุว่า รัสเซียยังใช้งบประมาณของรัฐเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ และจ่ายเงินให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางกลุ่มเที่ยวแสดงความเห็นบิดเบือนในอินเทอร์เน็ต โดยทางการสหรัฐฯรู้ถึงตัวตนของแฮกเกอร์รัสเซียที่ลงมือเจาะล้วงข้อมูลในครั้งนี้แล้วแต่จะยังไม่เปิดเผย

มีการเผยแพร่รายงานฉบับย่อดังกล่าว หลังพลโทเจมส์ แคลปเปอร์ ผู้อำนวยการงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (DNI) หนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภา และรายงานสรุปต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ โดยหลังจากได้รับรายงานดังกล่าวแล้ว นายทรัมป์ซึ่งก่อนหน้านี้ปฏิเสธเรื่องที่ว่าแฮกเกอร์รัสเซียช่วยให้เขาชนะเลือกตั้งมาโดยตลอด ได้กล่าวยกย่องและแสดงความนับถือต่อการทำงานของบรรดาหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ แต่ก็กล่าวย้ำด้วยว่า การเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์จากกลุ่มต่าง ๆ ทั้งจากประเทศอย่างรัสเซียหรือจีนนั้นไม่กระทบต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างแน่นอน

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ หน้าปกรายงานของบรรดาหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ กรณีการเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดี

นายทรัมป์ยังประกาศว่า ทุกคนไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล องค์กร สมาคม หรือธุรกิจต่าง ๆ ต้องช่วยกันยับยั้งการโจมตีทางไซเบอร์ โดยเขาจะแต่งตั้งทีมงานเพื่อร่างแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใน 90 วันหลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง