ชายคนหนึ่งกับภารกิจถ่ายภาพกำแพงเมืองจีนด้วยโดรน
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

ชายคนหนึ่งกับภารกิจถ่ายภาพกำแพงเมืองจีนด้วยโดรน

ในใจของวิลเลียม ลินเดซี มีแต่เรื่องกำแพงเมืองจีน นับตั้งแต่ที่เขาได้เห็นภาพกำแพงดังกล่าวในแผนที่ที่โรงเรียน สมัยเขาเป็นนักเรียนประถมในอังกฤษ และเมื่อปีที่แล้วเขาเริ่มโครงการบันทึกภาพกำแพงเมืองจีนด้วยโดรน เขาเล่าให้อันนา โจนส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีฟัง

"กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ และควรที่จะได้รับการชื่นชมในช่วงที่มีความงดงามที่สุด"

วิลเลียมไม่สามารถสลัดความหลงใหลในกำแพงเมืองจีนที่ฝังใจตั้งแต่วัยเยาว์ได้ เมื่อโตขึ้นเขาจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่จีนเมื่อปี 2529 เพื่อ "กำแพงเมืองจีน" จากนั้นเขาลงมือศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกำแพงเมืองจีนอย่างละเอียด และเขียนหนังสือเกี่ยวกับกำแพงที่ยิ่งใหญ่ไว้หลายเล่ม เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษจากผลงานดังกล่าว

Image copyright WILD WALL

กำแพงเมืองจีนส่วนที่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเที่ยวชมได้ทุกวันนี้ เป็นส่วนที่มีการบูรณะมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่ได้ทำอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตามวิลเลียมซึ่งเป็นนักภูมิศาสตร์บอกว่า กำแพงเมืองจีนมีมากกว่าส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

มันทอดตัวตามแนวพรมแดนทางเหนือของจีนและลึกเข้าไปในมองโกเลีย ใช้เวลาก่อสร้างหลายร้อยปีในรัชสมัยของจักรพรรดิหลายองค์ ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุกว่า 2,000 ปี

ในบางพื้นที่ ป้อมและกำแพงถูกใช้เป็นทางสัญจรไปมา บางแห่งเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานของศัตรู หรือเป็นจุดส่งสัญญาณการติดต่อสื่อสาร และแม้แต่เป็นด่านควบคุมการอพยพของสัตว์

Image copyright Getty Images

วิลเลียมบอกว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เขาพยายามศึกษากำแพงดังกล่าวตามจุดต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด เขาเดินทางไปทั่วภาคเหนือของจีนและเข้าไปในมองโกเลียด้วย

เมื่อราวช่วงปี 2533 เขากับหวู่ ชี่ ผู้เป็นภรรยา ได้ซื้อบ้านหลังหนึ่งติดกับเชิงกำแพงและทั้งสองใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์วุ่นกับการศึกษากำแพง เขาบอกว่าการถ่ายภาพมีความสำคัญ ไม่ว่าเพื่อถ่ายทอดความงามของกำแพงหรือในแง่สถาปัตยกรรม เขาเห็นว่าการออกแบบกำแพงมีนัยสำคัญซึ่งเขาต้องการอธิบายในงานเขียนของเขา

Image copyright WILLIAM LINDESAY
Image copyright WILLIAM LINDESAY

เมื่อปี 2559 จิมกับทอมมี ลูกชายของเขา มารบเร้าให้เขาซื้อโดรนเพื่อจะได้เห็นภาพกำแพงในมุมมองที่แปลกใหม่ ซึ่งเขาก็ตกลง และหลังจากได้เรียนรู้เทคนิคการตัดต่อภาพจากลูกชาย ภาพจากโดรนออกมาน่าทึ่งมาก

เขาเล่าว่า หลายปีที่ผ่านมา มีบริษัทจัดพิมพ์หนังสือและผู้สร้างภาพยนตร์หลายรายมาหาเขาเพื่อชวนเข้าร่วมโครงการถ่ายภาพกำแพงเมืองจีนทางอากาศ ซึ่งเขามักตอบไปว่า "คุณต้องมีเงินเป็นล้าน ๆ เหรียญสหรัฐฯ มีเส้นสายอยู่ในรัฐบาลและกองทัพถึงทำได้ ถ้าไม่มีก็ลืมไปเสียเถอะ"

แต่เทคโนโลยีของโดรนเป็นเสมือนของประทานจากสวรรค์

เมื่อปีที่ผ่านมา ครอบครัวของวิลเลียม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานการท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ใช้เวลา 60 วันในการใช้โดรนบันทึกภาพกำแพงเมืองจีน ช่วงดังกล่าวยังเป็นวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิด 60 ปีของวิลเลียม และ 30 ปีที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในจีนเพื่อ "กำแพงเมืองจีน"

Image copyright WILD WALL

พวกเขาเริ่มบันทึกเมื่อเดือนกรกฎาคม ในส่วนของกำแพงที่สร้างขึ้นในราชวงศ์หมิง ณ จุดที่เรียกว่าหัวมังกรเฒ่า ซึ่งเป็นกำแพงส่วนที่ทอดลงไปในทะเลทางทิศตะวันออก จากนั้นไล่ตามแนวกำแพงไปทางทิศตะวันตก จนถึงส่วนที่แยกออกไปยังส่วนที่สร้างในสมัยจ้าว และส่วนที่สร้างในสมัยราชวงศ์ฮั่น

จากนั้นเมื่อเดือนสิงหาคม พวกเขาบินไปยังกรุงอูลานบาตอร์ ในมองโกเลีย ไปตั้งแคมป์ในท้องทุ่งในชนบท เพื่อสำรวจหมายตามที่ระบุในแผนที่โบราณหลายฉบับว่าเป็นกำแพงเจงกิสข่าน

Image copyright WILLIAM LINDESAY

วิลเลียมคำนวณว่าพวกเขาเดินทางเป็นระยะทางราว 15,000 กิโลเมตร และการใช้โดรนถ่ายภาพกำแพงและพื้นที่ชนบทดังกล่าว ทำให้เห็นภาพกำแพงในมิติที่แปลกใหม่ออกไป

วิลเลียมชี้ว่า กำแพงเมืองจีนส่วนที่อยู่ในมองโกเลียดูไม่ตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามองดูตอนแดดจ้าตอนกลางวัน แต่ถ้าดูตอนเช้า ๆ หรือ ตอนใกล้ตะวันลับฟ้าจะให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป และถ้าโชคดีจะเห็นเงาของกำแพงทอดตัวไปตามทุ่งหญ้า และถ้ายิ่งดูจากทางอากาศจะเห็นภาพที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก จะเห็นทุ่งหญ้าสเต็ปป์ที่ว่างเปล่า มีแสงอาทิตย์สีทองอร่ามและเงาของเนินที่เคยเป็นกำแพง

Image copyright WILD WALL

วิลเลียมชี้ว่าภาพทั้งหมดที่ลูกชายบันทึก ส่วนนี้เป็นส่วนที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุด เพราะมันออกมาดูน่าทึ่งมาก เป็นแนวกำแพงที่ทอดตัวไปในท้องทุ่งที่ว่างเปล่า มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่ชายขอบของเอเชียกลาง

วิลเลี่ยมยังสนใจถึงบทบาทของกำแพงต่อประวัติศาสตร์ชนชาติจีน การได้มีโอกาสเห็นกำแพงจากทางอากาศช่วยให้เข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้สร้างกำแพง เขาเห็นว่า พื้นที่ข้าง ๆ กำแพงที่ช่างตั้งแคมป์ ตั้งหมู่บ้าน เพื่อหาวัสดุสร้างกำแพง เป็นบริเวณที่ความสำคัญในประวัติศาสตร์ของของกำแพงเมืองจีน

Image copyright WILD WALL

ทุกวันนี้ยังมีเรื่องที่คนพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับกำแพงเมืองจีน เช่น จริง ๆ แล้วกำแพงเมืองจีนยาวเท่าไร และกำแพงมีขนาดสั้นลงเรื่อย ๆ เพราะว่ามันได้รับเสียหาย ดังนั้นวิลเลียมจะไปศึกษาภาพที่บันทึกได้ และคำนวณดูว่าสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้เขตแนวกำแพงเป็นไปตามกฎหรือไม่ เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการออกกฎหมายมาหลายฉบับเพื่ออนุรักษ์กำแพงและทัศนียภาพตามแนวกำแพง