ศาลสหรัฐฯ ตัดสินประหารมือปืนเหยียดผิว

ดีแลนน์ รูฟ, กราดยิง, คนผิวดำ, โบสถ์, ชาร์ลสตัน, เซาท์แคโรไลนา, ประหารชีวิต Image copyright AP

ศาลสหรัฐฯมีคำพิพากษาให้นายดีแลนน์ รูฟ วัย 22 ปี มือปืนผู้ก่อเหตุกราดยิงคนผิวดำเสียชีวิต 9 ราย ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา ต้องโทษประหารชีวิต

ศาลตัดสินว่านายรูฟมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาทั้งหมด 33 ข้อ ซึ่งรวมถึงความผิดฐานก่ออาชญากรรมเพราะความเกลียดชัง หลังลงมือยิงสังหารสมาชิกกลุ่มศึกษาคัมภีร์ไบเบิล ที่โบสถ์เอ็มมานูเอล เอเอ็มอี เมื่อปี 2015

นายรูฟไม่ได้แสดงความสะทกสะท้านต่อคำตัดสินประหารชีวิต โดยกล่าวต่อคณะลูกขุนว่า ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะไว้ชีวิตเขา นอกจากนี้ เขายังคงรู้สึกว่าจำเป็นต้องก่อเหตุสังหารดังกล่าวขึ้น ซึ่งเป็นความคิดเดิมที่เขามีมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม นายรูฟร้องขอต่อศาลให้มีการเปลี่ยนตัวทนายและพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง แต่ผู้พิพากษาริชาร์ด เกอร์เกล บอกว่าเขาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และบอกให้นายรูฟไปทบทวนคำขอดังกล่าวเสียใหม่

ในการพิจารณาคดีวันนี้ บรรดาญาติมิตรของผู้เสียชีวิตกว่า 20 ราย ต่างขึ้นให้การเพิ่มเติมว่า เหตุสังหารดังกล่าวกระทบต่อการดำเนินชีวิตของตนอย่างไรบ้าง โดยคณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณาคดีราวสามชั่วโมง ก่อนจะมีคำสั่งให้ประหารชีวิตนายรูฟ ซึ่งคำพิพากษานี้จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการต่อไป

เหตุที่นายรูฟซึ่งเป็นพวกถือแนวคิดคนผิวขาวเป็นใหญ่ได้ก่อเหตุสังหารขึ้น ทำให้สังคมอเมริกันหันมาถกเถียงเรื่องการเหยียดเชื้อชาติอย่างกว้างขวางกันอีกครั้ง ซึ่งนำไปสู่การต่อต้านธงสมาพันธรัฐ (Confederation flag) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายใต้ในยุคสงครามกลางเมืองซึ่งสนับสนุนระบอบทาส โดยมีการปลดธงนี้ลงจากเสาหน้าที่ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา หลังปรากฏภาพนายรูฟถือธงดังกล่าว