ใครปูดข่าวเรื่องรัสเซียกุมความลับทรัมป์?

นายทรัมป์ Image copyright Tom Pennington/Getty Images

ข่าวที่ว่าหน่วยข่าวกรองของรัสเซียมีข้อมูลลับที่น่าอับอายเกี่ยวกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ในมือนั้น เป็นกระแสข่าวที่แพร่สะพัดในแวดวงการเมืองและสื่อทั่วโลกในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่าที่มาของข่าวนี้เกิดจากข้อมูลที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) มองว่ามีความน่าเชื่อถือ

บีบีซี เข้าใจว่า ข้อมูลเรื่องนี้ได้มาจากบันทึกของอดีตเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองของอังกฤษที่มอบให้แก่องค์กรอิสระที่ต่อต้านนายทรัมป์องค์กรหนึ่งในกรุงวอชิงตัน ดี ซี แหล่งข่าวหลายคนระบุว่า แม้แต่ซีไอเอยังมองว่าข้อมูลเหล่านี้ "น่าเชื่อถือ"

มีรายงานว่า ในเบื้องต้นมีการเปิดโปงเรื่องนี้ออกมาเพื่อหวังทำลายชื่อเสียงของนายทรัมป์ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งบีบีซีได้รับเอกสารเรื่องนี้เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อกล่าวหาหลายข้อในเอกสารดังกล่าวเป็นความจริง

Image copyright Tom Pennington/Getty Images

สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานว่า รัฐบาลรัสเซียมีข้อมูลลับเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของนายทรัมป์ รวมทั้งวิดีโอหลักฐานเชิง "อนาจาร" เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยเอกสารความยาว 35 หน้าที่ระบุว่า บรรดาผู้ช่วยนายทรัมป์พัวพันการเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้านางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต โดยที่ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า นายไมเคิล โคเฮน ทนายความของนายทรัมป์เดินทางไปที่กรุงปราก เมื่อเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. 2016 เพี่อคุยเรื่องการเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์กับผู้แทนรัฐบาลรัสเซีย

แต่นายโคเฮน ทวีตข้อความปฏิเสธเรื่องนี้ว่า "ผมไม่เคยไปปรากมาก่อนในชีวิต" พร้อมใส่แฮชแท็ก #fakenews

Image copyright AP
คำบรรยายภาพ นายไมเคิล โคเฮน ปฏิเสธข่าวเดินทางไปพบหารือเรื่องการเจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์กับผู้แทนรัฐบาลรัสเซีย

ข้อมูลในเอกสารดังกล่าวถูกนำออกเผยแพร่ครั้งแรกทางเว็บไซต์ข่าว Mother Jones เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ว่าหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ ส่งรายงานสรุปความยาว 2 หน้า ให้นายทรัมป์ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และบรรดาผู้นำในสภาคองเกรส ระบุว่าทางการรัสเซียกุมความลับที่น่าอับอายบางอย่างของนายทรัมป์เอาไว้

ด้านนายทรัมป์ยังคงยืนกรานว่า การโจมตีทางไซเบอร์ไม่ว่าจากรัสเซียหรือกลุ่มองค์กรใด ไม่สามารถมีผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้ แม้ว่าช่วงไม่กี่สัปดาห์ผ่านมา เขาจะถูกกดดันอย่างหนักให้ยอมรับผลการสืบสวนของหน่วยข่าวกรองที่ชี้ว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อสหรัฐฯ โดยนายทรัมป์ได้ตำหนิผู้ต่อต้านการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซียว่าเป็นพวกโง่เขลา