ทรัมป์กล่าวหาหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯปล่อยข่าวโจมตี

โดนัลด์ ทรัมป์,รัสเซีย, หน่วยข่าวกรอง Image copyright AP
คำบรรยายภาพ ทรัมป์กล่าวว่ารายงานเรื่องข่าวเท็จดังกล่าวไม่ควรจะถูกเขียนขึ้น และไม่ควรจะปล่อยให้หลุดออกมาสู่สายตาของสาธารณชน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ กล่าวหาว่าบรรดาหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เอง เป็นผู้ปล่อยข่าวเท็จที่ว่ารัสเซียกุมความลับน่าอับอายของเขาเอาไว้

นายทรัมป์กล่าวข้างต้นในงานแถลงรายละเอียดเรื่องที่เขาจะวางมือจากการบริหารธุรกิจเพื่อมารับตำแหน่งผู้นำประเทศว่า รายงานข่าวดังกล่าวซึ่งหน่วยข่าวกรองนำเสนอต่อประธานาธิบดีโอบามาและตัวเขาเมื่อต้นสัปดาห์นั้น ไม่ควรจะถูกเขียนขึ้น และไม่ควรจะปล่อยให้หลุดออกมาสู่สายตาของสาธารณชน เพราะเป็นข่าวเท็จและเป็นข้อมูลปลอมที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เขามองว่าการที่หน่วยข่าวกรองปล่อยให้เรื่องเช่นนี้รั่วไหลออกมา เป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้า เป็นการกระทำแบบเดียวกับที่พวกนาซีเยอรมนีทำ

ทั้งนี้ มีการตีพิมพ์รายงานฉบับเต็ม 35 หน้า ว่าด้วยรายละเอียดของข่าวดังกล่าวในเว็บไซต์ Buzzfeed และมีการรายงานทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นด้วยว่า รัสเซียมีข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของนายทรัมป์ ที่หากเปิดเผยออกมาแล้วจะทำให้เขาเสียชื่อเสียงอย่างมาก ทั้งยังมีวิดีโอบันทึกภาพนายทรัมป์ขณะมั่วกามตามสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งขณะที่ใช้บริการโสเภณีในโรงแรมริตซ์-คาร์ลตัน ในกรุงมอสโกด้วย แต่ก่อนหน้านี้ทางการรัสเซียได้ปฏิเสธว่ารายงานดังกล่าวไม่เป็นความจริง

Image copyright @realDonaldTrump
คำบรรยายภาพ ทรัมป์กล่าวว่าการที่ผู้นำรัสเซียชื่นชอบตนนั้นถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวดังกล่าว นายทรัมป์กล่าวยอมรับเป็นครั้งแรกว่า รัสเซียเป็นผู้เจาะล้วงข้อมูลทางไซเบอร์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ผ่านมาจริง และประธานาธิบดีปูตินจะต้องหยุดการกระทำดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามสหรัฐฯก็ถูกกลุ่มคนและองค์กรอื่นโจมตีทางไซเบอร์ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข นายทรัมป์ยังปฏิเสธข่าวที่ว่าทีมงานของตนลอบติดต่อพบปะกับทางการรัสเซียที่กรุงปรากของสาธารณรัฐเช็กในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วย

สำหรับแผนวางมือจากการบริหารธุรกิจนั้น นายทรัมป์แถลงว่า ได้ตกลงมอบอำนาจการบริหารธุรกิจของเขาทั้งหมดให้กับบุตรชายทั้งสองคือนายดอน จูเนียร์ และนายอีริค ทรัมป์ เพื่อไม่ให้ตัวเขามีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยบุตรชายทั้งสองจะไม่ต้องมาปรึกษาหารือเรื่องทางธุรกิจกับเขาอีกต่อไป