ทรัมป์ประกาศพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซียและจีน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ Image copyright Spencer Platt/Getty Images

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิดีสหรัฐฯ บอกว่ายินดีจะทำงานร่วมกับรัสเซียและจีน หากทั้งสองชาติร่วมมือกับสหรัฐฯ เขาระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจะคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนนโยบายจีนเดียวเป็นเรื่องที่เจรจากันได้ ด้านคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาสหรัฐฯ บอกจะเดินหน้าไต่สวนข้อกล่าวหาเรื่องรัสเซียเจาะล้วงข้อมูลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

นายทรัมป์ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัลว่า มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่เพิ่งบังคับใช้จะคงอยู่ต่อไป "อย่างน้อยระยะหนึ่ง" แต่หลังจากนั้นอาจยกเลิกได้หากรัสเซียร่วมมือกับสหรัฐฯ ทำสงครามปราบปรามกลุ่มมุสลิมสุดโต่ง และเรื่องอื่น ๆ เขายังหวังด้วยว่าจะได้พบหารือกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย

ส่วนเรื่องนโยบายจีนเดียว ซึ่งเป็นหลักการที่สหรัฐฯ ไม่ยอมรับในความเป็นรัฐของไต้หวัน นายทรัมป์บอกว่าเป็นเรื่องที่สามารถเจรจากันได้ โดยเมื่อเดือนที่แล้วนายทรัมป์เคยพูดถึงนโยบายจีนเดียวมาแล้ว และทำให้สื่อของทางการจีนออกมาตอบโต้อย่างไม่พอใจ นอกจากนี้นายทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่าจีนจะต้องอนุญาตให้บริษัทอเมริกันแข่งขันในตลาดจีนได้ โดยจีนต้องปล่อยให้ค่าเงินหยวนลอยตัว และเขาจะไม่ประณามจีนว่าแทรกแซงค่าเงินเมื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

Image copyright REUTERS/Shannon Stapleton

อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมาธิการประจำวุฒิสภาสหรัฐฯ จะเดินหน้าไต่สวนข้อกล่าวหาเรื่องรัสเซียพยายามแทรงแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยผู้นำพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในคณะกรรมาธิการบอกว่า การไต่สวนจะเดินหน้าไปตราบเท่าเบาะแสจะพาไป การไต่สวนจะเน้นไปที่กิจกรรมด้านไซเบอร์และงานจารกรรมของรัสเซีย บุคคลที่ทางคณะกรรมาธิการจะเชิญมาตอบข้อซักถาม รวมถึงเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทั้งชุดของประธานาธิบดีบารัค โอบามาและว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อวานคณะกรรมาธิการออกแถลงการณ์ว่า ทางคณะกรรมาธิการเชื่อว่า เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ถึงผลกระทบจากการจารกรรมของรัสเซียที่มีต่อสหรัฐฯ

คณะกรรมาธิการจะสอบสวนว่ามีการติดต่อใด ๆ หรือไม่ระหว่างรัสเซียกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอาจจะมีการออกหมายศาล หากเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อบังคับบุคคลมาให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการ การไต่สวนจะไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้ารับฟัง ยกเว้นในกรณีที่จำเป็น และเมื่อการไต่สวนเสร็จสิ้นลง คณะกรรมาธิการจะเขียนรายงานทั้งแบบที่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้และรายงานแบบลับ

Image copyright SAUL LOEB,NATALIA KOLESNIKOVA/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า นายปูตินเป็นผู้สั่งให้เจาะข้อมูลอีเมล์ของคนในพรรคเดโมแครต เพื่อแทรกแซงผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯ

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ มีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่สามารถยืนยันถึงข้อเท็จจริงได้ โดยข้อมูลดังกล่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงของรัสเซียมีข้อมูลที่อาจทำให้นายทรัมป์เสียชื่อเสียงได้ ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อขู่กรรโชกนายทรัมป์ได้ อย่างไรก็ตามนายทรัมป์ชี้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวลวง และได้ประกาศว่าในอีก 90 วัน ทีมงานของเขาจะนำเสนอรายงานเรื่องการเจาะล้วงข้อมูล

เมื่อต้นเดือนนี้ หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายงานออกมาฉบับหนึ่งระบุว่า นายปูตินเป็นผู้สั่งให้เจาะข้อมูลอีเมล์ของคนในพรรคเดโมแครต เพื่อบ่อนทำลายนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครคู่แข่งของนายทรัมป์ และแทรกแซงผลการเลือกตั้ง รายงานยังกล่าวหาด้วยว่ารัสเซียใช้เงินงบประมาณสำหรับการโฆษณาชวนเชื่อ และว่าจ้างผู้ใช้โซเชียลมีเดียให้โจมตีทางไซเบอร์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายโอบามาได้สั่งขับเจ้าหน้าที่การทูตรัสเซีย 35 คน ออกจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้กรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตามรัสเซียบอกว่า ข้อกล่าวหานี้ ซึ่งมีตั้งแต่เรื่องความพยายามเจาะล้วงข้อมูล ไปจนถึงการแทรกแซงผลการเลือกตั้งเป็นเรื่องของการ "ล่าแม่มด"