การประชุมครั้งใหม่จะช่วยแก้ปัญหา "อิสราเอล-ปาเลสไตน์" ได้หรือไม่?

อิสราเอล, ปาเลสไตน์, สันติภาพ, ตะวันออกกลาง, เยรูซาเล็ม, การประชุมนานาชาติ, ปารีส, ฝรั่งเศส, ทางแก้ 2 รัฐ, ทางแก้สองรัฐ Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชะตากรรมของเมืองเยรูซาเล็มเป็นสิ่งที่ฝ่ายอิสราเอลและปาเลสไตน์ให้ความสำคัญอย่างมาก

รัฐบาลฝรั่งเศสจัดการประชุมนานาชาติในกรุงปารีส เพื่อหารือเรื่องการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ วันนี้ (15 ม.ค.) โดยมีตัวแทนจาก 70 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติเข้าร่วม แต่ผู้นำอิสราเอลไม่ยอมรับการประชุม และระบุว่าฝรั่งเศสหนุนหลังฝ่ายปาเลสไตน์ ส่วนปาเลสไตน์กังวลกรณีว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่มีท่าทีสนับสนุนฝ่ายอิสราเอล อาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการหารือแนวทางผลักดันให้อิสราเอลและปาเลสไตน์ยึดมั่นในทางแก้ 2 รัฐ (Two-state solution) เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย ซึ่งเป็นข้อเสนอที่นานาประเทศสนับสนุนให้อิสราเอลและปาเลสไตน์มีสถานะรัฐซึ่งมีอำนาจปกครองตนเอง และมีสิทธิ์ในดินแดนบางส่วนร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม การเจรจาสันติภาพอย่างไม่เป็นทางการที่จัดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อเดือน เม.ย.2557 ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอิสราเอลและปาเลสไตน์ไม่อาจเห็นชอบร่วมกันได้ในหลายประเด็น ขณะที่การประชุมครั้งใหม่นี้ ตัวแทนของฝ่ายอิสราเอลและปาเลสไตน์จะไม่ได้เข้าร่วมในขั้นตอนการหารือ แต่ได้รับเชิญให้เข้าฟังผลสรุปการประชุมและรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งตัวแทนปาเลสไตน์ยอมรับเงื่อนไข แต่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศไม่ยอมรับ และระบุว่าฝรั่งเศสหนุนหลังปาเลสไตน์ โดยมีจุดมุ่งหมายต่อต้านอิสราเอล

Image copyright .
คำบรรยายภาพ ตัวแทนปาเลสไตน์เรียกร้องให้อิสราเอลระงับการตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลในเขตยึดครองก่อนเริ่มการเจรจาครั้งใหม่

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิสราเอลได้กล่าวหานายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ว่าพยายามใช้อำนาจผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) ลงมติประณามการตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์และฝั่งตะวันออกของนครเยรูซาเล็มเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหา

ส่วนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำว่า นายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ จะเข้าร่วมการประชุมนานาชาติที่กรุงปารีสครั้งนี้ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าการประชุมจะดำเนินไปอย่างเป็นธรรมและมีความคืบหน้า

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ได้ทาบทามให้นายเดนนิส ฟรีดแมน นักกฎหมายซึ่งต่อต้านแนวคิดเรื่องทางแก้ 2 รัฐ และสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลฯ เตรียมตัวเป็นนักการทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ทั้งยังเสนอความคิดให้ย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอล จากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ รัฐบาลอิสราเอลระบุว่าที่ประชุมนานาชาติที่เคยเกิดขึ้นในผ่านมาล้วนมีอคติกับอิสราเอล

นายโมฮัมเหม็ด ชไตเยห์ ผู้แทนปาเลสไตน์ เปิดเผยกับบีบีซีว่าการย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปยังนครเยรูซาเล็มอาจถูกตีความว่าสหรัฐฯ ยอมรับสถานะเยรูซาเล็มว่าเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล และนโยบายของนายทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพของอิสราเอลและปาเลสไตน์ในอนาคต

ทั้งนี้ อิสราเอลและอียิปต์ต่อสู้กันในสงครามตะวันออกกลาง หรือสงคราม 6 วัน เมื่อปี 1967 (พ.ศ.2510) ทำให้อิสราเอลยึดครองพื้นที่ที่เคยเป็นดินแดนอาหรับมาได้หลายส่วน รวมถึงเขตเวสต์แบงก์และนครเยรูซาเล็มฝั่งตะวันออก และรัฐบาลอิสราเอลสนับสนุนให้ประชาชนเข้าไปตั้งถิ่นฐาน จนถึงปัจจุบันมีชาวอิสราเอลกว่า 600,000 คนอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แม้หลายประเทศระบุว่าอิสราเอลละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศ แต่อิสราเอลไม่ยอมรับข้อกล่าวหา

ก่อนที่จะมีการประชุมนานาชาติในกรุงปารีส รัฐบาลอิสราเอลได้เรียกร้องให้ผู้นำโลกหันไปใส่ใจแก้ปัญหาการก่อการร้าย โดยระบุว่ากลุ่มชาวปาเลสไตน์ใช้ความรุนแรงโจมตีพลเรือนและเจ้าหน้าที่ชาวอิสราเอลเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นมา โดยมีทั้งการขับรถพุ่งชนและการไล่แทงคนตามท้องถนน ทำให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิต 40 คน และผู้นำของฝ่ายปาเลสไตน์จำนวนหนึ่งยังได้แสดงความเห็นสนับสนุนการก่อเหตุดังกล่าวด้วย

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากมองว่าการย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากกรุงเทลอาวีฟไปยังเมืองเยรูซาเล็มจะทำลายกระบวนการเจรจาสันติภาพ

ส่วนชาวปาเลสไตน์ถูกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของอิสราเอลยิงเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน 230 คน แต่อิสราเอลระบุว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่ก็ปะทะกับกลุ่มทหาร ขณะที่ผู้นำฝ่ายปาเลสไตน์กล่าวว่า สาเหตุของที่ทำให้คนรุ่นใหม่หันไปใช้ความรุนแรง เป็นเพราะเขาโกรธที่กระบวนการเจรจาสันติภาพล้มเหลวและไม่ทำให้เกิดอิสรภาพขึ้นได้จริง

อย่างไรก็ตาม ผลสุ่มสำรวจความเห็นของชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอลในเรื่องทางแก้ 2 รัฐ จัดทำโดยสถาบันประชาธิปไตยอิสราเอล ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว บ่งชี้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งยังสนับสนุนทางแก้ 2 รัฐ โดยแบ่งเป็นชาวปาเลสไตน์ 51 % และชาวอิสราเอล 59%