กลุ่มพิทักษ์สัตว์ซื้อหุ้นหลุยส์ วิตตอง หวังหยุดยั้งการขายสินค้าจากหนังสัตว์หายาก

กระเป๋าหลุยส์วิตตอง Image copyright Getty Images

องค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์พีตา (PETA) ได้ซื้อหุ้นของบริษัทหลุยส์วิตตองโมเอต์เอนเนสซี (LVMH) เจ้าของสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลก หวังสร้างแรงกดดันให้บริษัทเลิกจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากหนังสัตว์หายากซึ่งถูกฆ่าด้วยวิธีการทารุณ

มีรายงานว่า หุ้นที่พีตาเข้าซื้อจะทำให้นักพิทักษ์สิทธิสัตว์กลุ่มนี้มีสิทธิเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้น และตั้งคำถามบรรดาผู้บริหารต่อหน้าผู้ถือหุ้นคนอื่นได้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญบอกว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นวิธีการที่กลุ่มเคลื่อนไหวต่าง ๆ นิยมใช้

ด้านพีตา ไม่ได้เปิดเผยว่าซื้อหุ้นไปจำนวนเท่าใด แต่ระบุว่าการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการสืบสวนที่ทำให้ได้ข้อมูลว่า หนังจระเข้ที่หลุยส์วิตตอง ใช้ผลิตเป็นสินค้าหรูนั้นได้มาจากฟาร์มจระเข้ในเวียดนามที่เพาะเลี้ยงจระเข้ในที่คับแคบ และฆ่าจระเข้ด้วยวิธีการทารุณ บางครั้งสัตว์ถูกเชือดทั้งเป็นและดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน จากนั้นฟาร์มจะส่งหนังจระเข้ที่ได้ให้โรงฟอกหนังของบริษัท LVMH ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของหลุยส์ วิตตอง

Image copyright Carl Court/Getty Images

ซิลวี แบร์กนาร์ ผู้อำนวยการด้านสิ่งแวดล้อมของ LVMH ปฏิเสธข้อกล่าวหาของพีตา โดยระบุว่า โรงฟอกหนังของบริษัทไม่ได้ซื้อหนังจระเข้จากฟาร์มเวียดนามมาตั้งแต่ปี 2014 นอกจากนี้การฆ่าสัตว์ด้วยวิธีการทารุณยังขัดต่อกฎเกณฑ์ของบริษัทอีกด้วย

ทั้งนี้ LVMH ทำธุรกิจสินค้าหรูชื่อดังหลายประเภท อาทิ กระเป๋าหลุยส์วิตตอง เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกา เครื่องประดับ แชมเปญหลายยี่ห้อ รวมทั้งสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังอย่าง เฟนดิ และมาร์คเจคอบส์