วันนี้ของ "สาวอัฟกันตาสีเขียว" ยังคงไร้ที่อยู่แม้คืนสู่บ้านเกิดแล้ว

สาวอัฟกันตาสีเขียว Image copyright BBC / STEVE MCCURRY
คำบรรยายภาพ ชาบัต กูลา ในปัจจุบัน กับภาพถ่ายตัวเธอเมื่อยังเป็นผู้ลี้ภัยในวัยเยาว์ ซึ่งภาพนี้โด่งดังไปทั่วโลก

ชาบัต กูลา เจ้าของใบหน้าตราตรึงและดวงตาสีเขียวอันทรงพลังที่ปรากฏในภาพปกของนิตยสารแนชันแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อปี 1985 ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ได้หวนคืนสู่บ้านเกิดในประเทศอัฟกานิสถานแล้ว หลังลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้านคือปากีสถานมาเป็นเวลานานถึง 35 ปี ก่อนจะถูกตัดสินจำคุกสองสัปดาห์ในข้อหาถือบัตรประชาชนปลอมและถูกเนรเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่อัฟกานิสถานได้ติดตามไปพูดคุยกับชาบัต ซึ่งตอนนี้กำลังพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่พักชั่วคราวที่กรุงคาบูล โดยเธออยู่กับลูกชายวัย 5 ขวบและลูกสาวอีกสามคน หลังสามีและลูกสาวคนโตตายจากไปด้วยโรคไวรัสตับอักเสบซี ขณะอยู่ที่ปากีสถานก่อนหน้านี้

ชาบัตเล่าว่าเมื่อเธอยังเด็กเพียง 8 ขวบ แม่ของเธอได้เสียชีวิตไปด้วยโรคไส้ติ่งอักเสบ ต่อมาครอบครัวที่เหลือเพียงพ่อและพี่น้อง 5 คน ต้องอพยพหลบหนีภัยสงครามจากการรุกรานของสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1979 มาอยู่ยังค่ายผู้ลี้ภัยในปากีสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ สตีฟ แม็คเคอร์รี ช่างภาพชาวอเมริกันได้ถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงก้องโลกของเธอเอาไว้ ต่อมาเธอแต่งงานเมื่ออายุได้ 13 ปี แต่สามีก็มาตายจากไปอีก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ชาบัต กูลา ถูกตัดสินจำคุก 15 วันในปากีสถาน

อย่างไรก็ตาม ชาบัตบอกว่าเธอและครอบครัวใช้ชีวิต 35 ปีในปากีสถานอย่างมีความสุข มีเพื่อนบ้านที่ดี และใช้ชีวิตอยู่ในหมู่พี่น้องชาวปัชตุนอย่างรักใคร่กลมเกลียวกัน ทำให้เธอไม่คาดคิดว่าทางการปากีสถานจะหันมาปฏิบัติต่อเธออย่างเลวร้ายในที่สุด โดยในขณะที่เธอถูกทางการปากีสถานบุกเข้าจับกุมตัวที่บ้านนั้น เหลือเวลาอีกเพียงสองวันเธอก็จะเดินทางกลับอัฟกานิสถานโดยสมัครใจอยู่แล้ว

ชาบัตยอมรับว่า ได้ทำบัตรประชาชนปากีสถานปลอมจริง แต่เธอไม่มีทางเลือกเพราะการมีบัตรประชาชนเป็นหนทางเดียวที่เธอจะสามารถเอาลูกเข้าโรงเรียนและขายบ้านเพื่อเตรียมย้ายถิ่นฐานกลับไปยังอัฟกานิสถานได้ ผู้คนทั่วไปมองกันว่าปัญหาบัตรประชาชนปลอมในหมู่ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานนั้นมีแพร่หลายมานาน แต่ที่ผ่านมาทางการปากีสถานไม่สู้กวดขันตรวจตรานัก กระแสการจับกุมชาวอัฟกานิสถานที่ถือบัตรประชาชนปลอมเพิ่งมามีขึ้นเมื่อทั้งสองประเทศมีปัญหาผิดใจกันเมื่อไม่นานมานี้

Image copyright REUTERS/MOHAMMAD ISMAIL

ชาบัตบอกว่าประสบการณ์ในคุกเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอ แม้ต่อมาทางการปากีสถานจะเปลี่ยนใจให้เธออยู่ในปากีสถานต่อไปได้ แต่เธอปฏิเสธไม่ขอรับข้อเสนอดังกล่าว เธอเดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถานโดยมีบรรดาผู้นำประเทศอย่างประธานาธิบดีอัชราฟ กานี และอดีตประธานาธิบดีฮาร์มิด คาร์ไซ ให้การต้อนรับ

ปัจจุบันชาบัตอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราวที่รัฐบาลจัดให้ในกรุงคาบูล โดยเธอไม่สามารถเดินทางกลับบ้านเกิดที่เคยอยู่ในวัยเด็กที่จังหวัดนันการ์ฮาร์ทางตะวันออกของประเทศได้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นเขตอันตรายภายใต้การยึดครองของกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ไปเสียแล้ว ทางการสัญญาว่าจะซื้อบ้านให้เธออยู่ในกรุงคาบูล ซึ่งเธอก็หวังว่ารัฐบาลจะรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ดังกล่าว

Image copyright REUTERS/MOHAMMAD ISMAIL
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดี อัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน ให้การต้อนรับ ชาบัต กูลา ที่ทำเนียบฯ

ปัจจุบันชาบัตอายุกว่า 40 ปีแล้ว และมีสภาพร่างกายไม่สู้แข็งแรงจากโรคไวรัสตับอักเสบซี เธอบอกว่าตนเองไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่าภาพถ่ายของเธอมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยเธอไม่ทราบเรื่องดังกล่าวอยู่นานถึง 17 ปี จนพี่ชายได้นำภาพดังกล่าวมาให้ดู ชาบัตประหลาดใจมากและตอนแรกก็รู้สึกกังวล แต่เมื่อได้ทราบว่าภาพของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้มีการช่วยเหลือผู้อพยพจำนวนมากทั่วโลก เธอจึงวางใจและรู้สึกยินดีกับเรื่องนี้

ส่วนแผนการชีวิตต่อไปในอนาคต ชาบัตอยากจัดตั้งองค์กรการกุศลหรือโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคนยากจน เด็กกำพร้า และหญิงม่าย เธอยังอยากให้อัฟกานิสถานมีสันติภาพโดยเร็ว เพื่อที่ผู้คนจะไม่ต้องระเหเร่ร่อนไร้บ้านเหมือนเธออีกต่อไป